สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ลดภาระหนี้แบบสบายใจและยิ้มได้ กับโครงการ คลินิกแก้หนี้

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับคนไทย โดยเฉพาะคนที่แบกรับภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และเริ่มหมดกำลังผ่อนในสินทรัพย์ต่างๆ ของตัวเองที่ได้ก่อนหนี้ไว้ ในอัตราดอกเบี้ยที่เกินจะรับไหว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือหนี้ประเภทอื่นๆ เพราะล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้บริหารสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เปิดตัวโครงการ "คลินิกแก้หนี้" เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นระบบ

สำหรับสมาชิกเข้าระบบ
ชื่อเข้าระบบ หรืออีเมล์ :
รหัสผ่าน :
จำชื่อ สมัครสมาชิกใหม่ ลืมรหัสผ่าน

ลดภาระหนี้แบบสบายใจและยิ้มได้ กับโครงการ "คลินิกแก้หนี้"

คลินิกแก้หนี้

     เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับคนไทย โดยเฉพาะคนที่แบกรับภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และเริ่มหมดกำลังผ่อนในสินทรัพย์ต่างๆ ของตัวเองที่ได้ก่อนหนี้ไว้ ในอัตราดอกเบี้ยที่เกินจะรับไหว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือหนี้ประเภทอื่นๆ เพราะล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้บริหารสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เปิดตัวโครงการ "คลินิกแก้หนี้" เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นระบบ

     ดูเหมือนว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนี้ส่วนบุคคล ไม่ได้มีความเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด แต่จริงๆ แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่กำลังเป็นหนี้ค่าผ่อนบ้านอยู่ เพราะในปัจจุบันดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นจนกำลังผ่อนของตัวเองเริ่มไม่ไหว หรือแม้แต่คนที่นำรายได้ของตัวเองไปผ่อนบ้านจนหมด แล้วใช้บัตรเครดิตกดเงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว จนก่อหนี้มากมาย ดังนั้นคลินิกแก้หนี้ จึงเป็นทางออกที่จะเข้ามาช่วยได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจึงสามารถชำระผ่อนได้สบายกว่านั่นเอง จากเดิมที่ต้องจ่าย 20 - 25% จะลดลงเหลือ 4 - 7% เท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงรายได้ของคุณด้วย

 

คลินิกแก้หนี้คืออะไร

     คลินิกแก้หนี้ หรือ "โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน" เป็นนโยบายของภาครัฐที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้มีโอกาสปลดหนี้ โดยมีบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) หรือ SAM เป็นตัวกลางในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายให้ได้ข้อยุติในคราวเดียว เหมือนกับ One Stop Service ที่ลูกหนี้แค่มาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียวก็เหมือนกับได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกราย เรียกได้ว่า "หนี้บัตรทบ จบที่เดียว"

 

ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ

 มีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ 17 ธนาคาร ได้แก่

  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารกสิกรไทย
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารทหารไทย
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
  • ธนาคารไอซีบีซี
  • ธนาคารเกียรตินาคิน
  • ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
  • ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)
  • ธนาคารธนชาต
  • ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย
  • ธนาคารทิสโก้
  • ธนาคารยูโอบี
  • ซิตี้แบงก์
  • แบงค์ออฟไชน่า
     

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

  • ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี (ต้องไม่เกินตลอดอายุที่อยู่ในโครงการ)
  • มีหนี้รวมห้ามเกิน 2,000,000 บาท
  • มีหนี้กับธนาคารมากกว่า 2 แห่งใน 17 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
  • จะต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่ 4% – 7% ต่อปีเท่านั้น

อัตราดอกเบี้ย

  • รายได้ต่อเดือน 100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยที่ 7% ต่อปี
  • รายได้ต่อเดือน 50,000 – 100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยที่ 6% ต่อปี
  • รายได้ต่อเดือน 30,000 – 50,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยที่ 5% ต่อปี
  • รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยที่ 4% ต่อปี
  • รายได้ต่อเดือน  ไม่เกิน 30,000 บาทขึ้นไปเสียดอกเบี้ยที่ 4% ต่อปี

 

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

  • ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ 
  • กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และยืนยันข้อมูลผ่านเว็บไซต์
  • รอเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมาย วัน เวลา เข้าพบที่สำนักงาน 
  • จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบการพิจารณา
  • พบเจ้าหน้าที่โครงการที่สำนักงานโครงการ เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
  • เจ้าหน้าที่โครงการจะนัดหมาย เพื่อลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคารเจ้าหนี้ให้เข้าร่วมโครงการ

 

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
  • เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร
  • สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน
  • เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง
  • บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
  • ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
  • หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
  • ใบแจ้งหนี้/เอกสารแสดงความเป็นหนี้
  • หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิตบูโร

 

ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากโครงการคลินิกแก้หนี้

  • ไม่ถูกทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้หลายราย
  • ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน เพราะชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี
  • เป็นการรวมหนี้ และผ่อนชำระในที่เดียว
  • รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดี

 

หากสนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของคลินิกแก้หนี้โดยตรงหรือ คลิกที่นี่

บทความรายการอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  • พาทิโอ รามอินทรา - วัชรพล ทาวน์โฮมและออฟฟิศ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู
  • เพอร์เฟค เพลส รังสิต 2 บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ โซนรังสิต ทำเลติดทางด่วน
  • [ตกแต่งที่อยู่อาศัย] 5 ทริคแต่งห้องน้ำโดนๆ เอาไว้รับแขกให้ประทับใจ
  • [สาระควรรู้ที่อยู่อาศัย] ยาสามัญประจำบ้าน ที่ควรติดตัวไว้เป็นยาใกล้ตัว ในเทศกาลสงกรานต์
  • [ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย] มาปรับฮวงจุ้ยบ้านและออฟฟิศงานปี 2017 รับความร่ำรวยในทิศตะวันออก
  • [ตกแต่งที่อยู่อาศัย] รีโนเวทบ้านหลังเก่าสภาพโทรมๆ ทำใหม่เป็นร้านกาแฟ พร้อมสวนย่อมให้นั่งแบบชิลๆ
  • [ตกแต่งที่อยู่อาศัย] แต่งคอนโดให้สวยเหมือนห้องตัวอย่าง แต่ใช้งบน้อยซื้อของในราคาประหยัด ดูดีมีระดับไม่แพงอย่างที่คิด
  • การขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตสำหรับบุคคลเจ้าของข้อมูล กรณีถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อ
  • สินเชื่อบ้าน เงินกู้ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน จาก ธอส.
  • เป็นนายตัวเอง จะขอสินเชื่อให้ผ่านเตรียมตัวอย่างไร?
  • 3 เหตุผลหลัก ธนาคารอนุมัติเงิน "กู้ซื้อบ้าน"
  • ยื่นกู้สินเชื่อบ้าน เตรียมเอกสารอย่างไร เลือกอัตราดอกเบี้ยแบบไหน ?
  • รายได้พอประมาณ มีเงินเก็บนิดหน่อย อยากซื้อบ้านหลังใหญ่แต่ราคาแพงทำอย่างไรดี ?
  • ทำไม? "กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน" หลายคนสงสัยมึนงงกับประโยคนี้หลายท่าน เรามาดูสาเหตุที่เข้าใจง่ายๆกัน
  • สินเชื่อบ้าน ไม่ได้ทำงานประจำขอสินเชื่อได้ไหม?
  • เปิดราคาเช่าคอนโด 8 ทำเลใกล้รถไฟฟ้า 2018
  • ลดภาระหนี้แบบสบายใจและยิ้มได้ กับโครงการ คลินิกแก้หนี้

    © สงวนลิขสิทธิ์ 2562 บริษัท ไทยโฮมทาวน์ จำกัด
    Scroll