
เคยสงสัยไหมว่า เวลาไปสถาบันการเงินเพื่อยื่นเร่ื่องขอกู้ แต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติเงินตามที่ยื่นใบสมัครไว้ และธนาคารจะชอบอ้างว่า "ติดเครดิตบูโร" ซึ่งความจริงแล้วเป็นอย่างไร มาหาคำตอบกันครับ 

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เปิดเผยว่า มีประเด็นคำถามจากหลายคนที่เคยมีประสบการณ์ตรงจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อทั้ง ๆ ที่สถาบันการเงินมาชักชวนเอง แต่กลับไม่อนุมัติเงินกู้ตามที่ยื่นใบสมัครไป หรือไม่ปล่อยเงินกู้ให้ตามที่ยื่นเรื่อง ชอบที่จะอ้างว่าติดเครดิตบูโร
ซึ่งความจริงแล้ว เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะเครดิตบูโรทำหน้าที่จัดเก็บรักษา รวบรวมและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกจัดส่งให้เท่านั้น มิได้มีหน้าที่ทำให้ “ติดเครดิตบูโร” หรือ “ขึ้นบัญชีดำ” หรือ “ติดแบล็กลิสต์” อย่างที่เข้าใจกัน
ทั้งนี้เมื่อได้รับหนังสือปฏิเสธสินเชื่อผ่านอีเมล หรือ SMS แจ้งว่า
ขอบคุณที่ท่านมายื่นใบสมัครสินเชื่อ ขอใช้บริการแต่เนื่องจาก......คุณสมบัติหรือลักษณะประการใดประการหนึ่งของท่าน ( ไม่เข้าเกณฑ์ / ไม่ผ่านเกณฑ์ / ไม่เป็นไปตามนโยบาย / ไม่สอดคล้องกับนโยบายธนาคาร ) บริษัท จึงไม่สามารถอนุมัติเงินกู้ อนุมัติบัตรให้กับท่านได้และขอขอบคุณ
ข้อแนะนำ คือให้ท่านติดต่อสาขา / จุดให้บริการ / ผู้ที่ท่านติดต่อยื่นใบสมัคร / Call Center / Customer Care Center เพื่อขอทราบเหตุผลหรือขอทราบรายละเอียดที่ท่านสามารถเข้าใจได้

และหากมีใครระบุว่าเป็นเหตุผลเพราะติดเครดิตบูโร ให้ถามต่อว่าติดตรงไหน ติดอย่างไร เพราะหากใครอ้างว่าที่ไม่ให้เพราะเครดิตบูโรแล้ว ธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นต้องออกเป็นหนังสือเท่านั้น กฎหมายเครดิตบูโรห้ามแจ้งโดยวาจา โดย SMS ต้องออกเป็นหนังสือเท่านั้นเพราะธนาคารหรือสถาบันการเงินไหนไม่ทำการออกหนังสือแล้วอ้างเครดิตบูโร จะมีโทษปรับจนกว่าจะออกเป็นหนังสือ นี่คือสิทธิของผู้บริโภค
ไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร
การปฏิเสธสินเชื่อว่าต้องชัดเจนในข้อความ หากไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร จะต้องมีข้อความต่อท้ายว่า ...และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร เช่น “ขอขอบคุณที่ท่านได้สมัครสินเชื่อกับธนาคาร / บริษัท หากแต่คุณสมบัติของท่านด้านรายได้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ บริษัท / ธนาคารจึงไม่สามารถอนุมัติให้กับท่านได้และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร” เป็นต้น เพื่อให้ชัดเจนว่าที่ยังไม่ให้เงินกู้ครั้งนี้ที่ขอเพราะ..(เหตุผล)..และไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโร
นอกจากนี้ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้กู้ จำเป็นต้องแสดงเหตุในการปฏิเสธการให้สินเชื่อให้แก่ลูกค้าทราบ เป็นหนังสือ หรือวิธีการอื่นๆ ใดๆ ตามที่ตกลงไว้ ขณะเดียวกัน ก็เป็นสิทธิของลูกค้าผู้ยื่นขอสินเชื่อ หรือผู้เป็นเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายกำหนด ที่จะได้รับหนังสือดังกล่าว เพื่อนำมายื่นใช้สิทธิ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตบูโร โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม อันเป็นการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ขณะที่หนังสือแสดงเหตุผลของการไม่สามารถปฏิเสธสินเชื่อได้ ถือเป็นการสร้างความชัดเจน ให้กับผู้กู้ได้เข้าใจเหตุผลมากขึ้น ถึงสาเหตุที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ เช่น หากลูกค้ามีประวัติค้างชำระ มีสินเชื่อเยอะ มีประวัติการปรับโครงสร้างหนี้ รายได้ไม่เพียงพอต่างๆ
ซึ่งเป็นเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ที่อาจนำไปสู่การไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ ขณะเดียวกัน ผู้กู้ สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณา และตรวจสอบกับเครดิตบูโรได้ฟรี หากพบว่า ข้อมูลไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องขอแก้ไขข้อมูล และขอให้พิจารณาใหม่ได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของผู้บริโภค
หนังสือปฏิเสธสินเชื่อ
กรณีที่การปฏิเสธสินเชื่อนั้นมีเหตุผลเนื่องจากว่า คนที่วิเคราะห์คำขอสินเชื่อ / ใบสมัครสินเชื่อเขาได้เข้าไปดูข้อมูลอันเป็นความลับของเราที่เป็นคนยื่นคำขอสินเชื่อ / ใบสมัครสินเชื่อแล้วพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ ธนาคารหรือบริษัทนั้นๆ ก็ต้องออกหนังสือที่ระบุให้ชัดว่าเป็นเรื่องอะไร เช่น
- พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ / ใบสมัครสินเชื่อ มีสินเชื่อบางบัญชีมีการค้างชำระในปัจจุบันคือยังมียอดหนี้ที่ยังไม่มีการจ่ายในเวลาปัจจุบันที่กำลังวิเคราะห์
- พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ / ใบสมัครสินเชื่อ มีประวัติในอดีตย้อนหลังลงไปว่าเคยมีการค้างชำระในบางบัญชี แต่ในปัจจุบัน หรือต่อมาได้กลับไปชำระยอดที่ค้างนั้นแล้วลักษณะอย่างนี้เรียกว่า “คนเคยค้าง” อันนี้ก็แล้วแต่ว่าสถาบันการเงินแต่ละที่เขาจะเข้มงวดกันขนาดไหน จะเอามาเป็นเงื่อนไขมากมายระดับใด
- พบว่าผู้ยื่นคำขอสินเชื่อ / ใบสมัครสินเชื่อ มีจำนวนบัญชีมาก มีจำนวนเงินกู้มากเป็นทุนเดิมอยู่ แล้วการให้เพิ่มอาจทำให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่แน่ใจว่าจะชำระได้
แต่ด้วยวัฒนธรรมแบบไทย การจะไม่ให้อะไรกับใครที่มาขอ มักไม่ค่อยบอกความจริง เช่น ไม่อยากดูหนังกับใครก็จะบอกว่าไม่ค่อยสบาย ไม่ได้ไปชำระเงินตามกำหนดก็จะบอกว่าลืม
ซึ่งฝ่ายคนที่รับคำขอสินเชื่อก็ถูกสอนมาว่าต้องหาเหตุผลอะไรก็ได้ที่ทำให้คนพูดดูดี หรือไม่เกี่ยว และต้องไม่ให้เขาหรือเธอคนนั้น “เสียหน้าหรือเสียใจ” จึงเป็นที่มาของการบอกว่า เพราะท่านติดเครดิตบูโร เครดิตบูโรเลยเป็นแพะมาโดยตลอดและไม่ได้เกิดในเมืองไทยเท่านั้น แทบทุกแห่งก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสารแบบนี้ 