
"แอร์" เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับปรับอุณหภูมิอากาศภายในห้อง ที่ทำให้เราเย็นสบาย แต่ทว่า แอร์เกิดอาการเปิดไม่ติดขึ้นมาล่ะ จะต้องทำอย่างไร แล้วแอร์แต่ละเภทมีอะไรบ้าง มาหาสาเหตุพร้อมวิธีแก้ไข้เมื่อแอร์เปิดไม่ติดกันครับ
แอร์แต่ละประเภทที่ควรรู้ 

แอร์ติดผนัง
แอร์บ้านที่เป็นที่นิยมที่สุด เชื่อว่าทุกบ้านต้องมีไว้ติดอยู่ไม่ในห้องนอนก็ห้องนั่งเล่นอย่างแน่นอน ได้แก่แอร์ติดผนัง หรือเรียนอีกอย่างว่าแอร์วอลไทป์ (Wall Type) และด้วยความที่เป็นที่นิยมอย่างมากจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยแบรนด์เครื่องปรับอากาศชั้นนำของโลก
ทำให้มีแอร์ติดผนังให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแอร์วอลไทป์แบบอินเวอร์เตอร์คอมเพรสเซอร์คู่ (Dual Inverter Compressor) หรือแอร์ติดผนังประหยัดพลังงาน ก็มีให้ครบครัน โดยนอกจากนั้น BTU ก็มีให้เลือกตั้งแต่ 9,000 BTU ไปจนถึง 20,000 BTU เลยทีเดียว จึงเหมาะกับการใช้ในบ้านมาก เช่นในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องดูโทรทัศน์
ข้อดี
- มีแอร์ติดผนังให้เลือกหลากหลายรูปแบบและหลากหลายยี่ห้อด้วยเช่นกัน
- รูปแบบทันสมัย และมีให้เลือกหลากหลาย มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ทันสมัย
- การทำงานของแอร์วอลไทป์จะเงียบ
- ซ่อมง่าย ทำนุบำรุงง่าย
ข้อเสีย
- แอร์วอลไทป์ไม่เหมาะกับงานหนัก เนื่องจากคอยล์เย็นมีขนาดเล็กส่งผลให้คอยล์สกปรก และอุดตันง่ายกว่าคอยล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า

แอร์แบบตั้งหรือแบบแขวน
เป็นแบบที่ใช้หลักการคล้ายๆ กับแอร์ติดผนัง หรือแอร์วอลไทป์แต่จะเป็นแบบตั้งอยู่กับพื้นครับ หรืออาจเรียกได้ว่าแขวนอยู่ในระดับพื้นห้อง ซึ่งยังต้องอาศัยคอมเพรสเซอร์และท่อต่อ จึงไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ แต่ด้วยความที่อยู่ระดับพื้น จึงต้องดูตำแหน่งการวางให้ดี ไม่ให้แอร์ตีหน้าคนที่อยู่ในห้อง หรือวางในตำแหน่งที่สามารถกระจ่ายความเย็นได้อย่างทั่วถึง อย่างวางไว้ในพื้นที่อับๆ เพราะจะไม่สามารถกระจ่ายอากาศได้ดีครับ
ข้อดี
- ติดตั้งง่าย ไม่ต้องทำนั่งร้านต่อขึ้นไปเพื่อวางแอร์หรือคอมเพรสเซอร์ต่างๆ
- เปิดใช้แล้วทำให้รู้สึกถึงความเย็นได้รวดเร็วเพราะแอร์อยู่ในระดับตัวโดยตรง
ข้อเสีย
- ไม่ค่อยมีรูปแบบดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย
- ถ่ายเทความเย็นไม่ดีเท่าแอร์ติดผนังที่เป่าลมลงมาจากที่สูง อาจมีปัญหาความเย็นกระจุกอยู่ที่จุดๆ เดียว

แอร์ตู้ตั้ง
หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับแอร์ตู้ตั้งเท่าไหร่ เพราะอาจไม่ค่อยเคยเห็นใช้เยอะในบรรดาแอร์ใช้ในบ้านเท่าไหร่ เนื่องจากส่วนมากแอร์ตู้จะมีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้น มีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยม ตัวอย่างที่หลายคนอาจนึกถึงคือ ในสนามมบินสุวรรณภูมิมีการใช้แอร์ตู้ตั้ง ช่วยกระจ่ายให้ทั้งอาคารมีความเย็นที่ทั่วถึง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้แอร์ตู้ตั้งมักใช้ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เช่นหอประชุม สนามบิน ร้านค้า ห้าง และอื่นๆ อีกมากมายครับ
ข้อดี
- ติดตั้งง่าย
- ให้ความเย็นจัดได้ดี เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้คนเยอะๆ
ข้อเสีย
- เสียพื้นที่ใช้สอย
- ไม่เหมาะกับการใช้ในครัวเรือน

แอร์ฝังติดเพดาน
อาจนับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมไม่แพ้กันรองลงมาจากแอร์ติดผนัง หรือแอร์วอลไทป์เลยก็ว่าได้ครับ ก็เพราะตามชื่อเลยครับ เราสามารถสร้างแอร์ฝั่งติดเพดาน ให้ไม่ต้องมีตัวเครื่องยื่นออกมาเกะกะห้อง จึงเหมาะอย่างมากสำหรับบ้านโมเดิร์น เน้นดีไซน์ ที่ไม่ต้องการแอร์เครื่องใหญ่ๆ มาบดบังทัศนียภาพ นอกจากใช้ในบ้านแล้วก็เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นห้าง และโรงแรม ที่สร้างมาพร้อมกับระบบแอร์ฝั่งติดเพดาน เพื่อกระจ่ายอากาศเย็นไปให้ทั่วถึงทุกพื้นที่
ข้อดี
- ไม่เปลืองพื้นที่ ดูเท่ โมเดิร์น
- กระจายอากาศได้ดี โดยเฉพาะหากติดตั้งบริเวณกลางห้อง
ข้อเสีย
- ติดตั้งยาก อาจต้องคิดเรื่องการติดตั้งพร้อมๆ กับขั้นตอนการสร้างไปเลย
- เสียค่าใช้จ่ายเยอะ ทั้งเครื่องที่มักจะแพงกว่าและค่าติดตั้งที่ยากกว่า

แอร์แบบหน้าต่าง
แอร์ย้อนยุคสุดคลาสสิคที่ตอนนี้เห็นได้ยากแล้ว แต่ก็ยังพอเห็นได้อยู่บ้างในจีนหรือฮ่องกง เป็นแอร์ที่ไม่ต้องใช้คอมเพรสเซอร์ มีขนาดเป็นตู้สี่เหลี่ยมด้านเท่า
ข้อดี
- ประหยัดพื้นที่เนื่องจากไม่ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งคอนเดน
- ติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเดินท่อน้ำยา
- ประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูง
ข้อเสีย
- มีเสียงดังและเครื่องสั่นระหว่างทำงาน
- ปรับอุณหภูมิและการสวิงกระจ่ายความเย็นไม่ค่อยได้

แอร์แบบเคลื่อนที่
แอร์ กึ่งพัดลม ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ มักนิยมใช้ควบคู่กันไปกับแอร์หลักของบ้าน ใช้เพื่อเสริมการกระจายอากาศเย็น และถ่ายเทอากาศภายในห้อง
ข้อดี
- ขนาดกะทัดรัด
- ไม่ต้องติดตั้ง
ข้อเสีย
- ใช้ได้แต่ในห้องขนาดเล็ก BTU ต่ำ
สาเหตุที่แอร์เปิดไม่ติด 
สาเหตุที่แอร์เปิดไม่ติดแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 : เปิด-ปิด แอร์ด้วยรีโมทติด แต่แอร์ไม่ทำงาน
โดยมีสาเหตุจากระบบไฟฟ้าหรือระบบควบคุมการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น
- ฟิวส์ขาด
- ไฟกะพริบ
- สายไฟหลวม
- สายไฟชำรุด
- ไฟตกอันเนื่องมาจากฟ้าผ่า
- สาเหตุอื่นๆ จากธรรมชาติ
กรณีที่ 2 : เปิด-ปิด แอร์ด้วยรีโมทไม่ได้
ซึ่งจะมีสาเหตุหลัก 3 สาเหตุใหญ่ ก็คือ
- ถ่านรีโมทหมดอายุ
- ตัวรับสัญญาณสกปรกหรือเสีย
- แผงควบคุมการทำงานเสีย
วิธีแก้ปัญหาแอร์เปิดไม่ติด 

ที่เราก็ได้รู้ถึงสาเหตุกันแล้วว่าทำไมถึงเปิดแอร์ไม่ติด ต่อมาเราก็จะมารู้จักกับวิธีแก้ปัญหาเมื่อเปิดแอร์ไม่ติดกัน ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่า สาเหตุนั้นมาจากรีโมทควบคุม หรือ ตัวเครื่อง
สาเหตุมาจาก : รีโมทควบคุมไม่ทำงาน ให้ทำการไล่ตรวจอุปกรณ์ โดยเริ่มที่
- ถ่านรีโมท เนื่องจากถ่านมีอายุการใช้งานที่จำกัด หากหน้าจอรีโมทไม่แสดงผล ให้ท่านลองเปลี่ยนถ่าน โดยเลือกซื้อให้ตรงกับถ่านเดิม
- ตัวรับสัญญาณเสีย หรือสกปรก ให้เริ่มจากการทำความสะอาด หากยังไม่ติดให้ทำการเปลี่ยนตัวรับสัญญาณใหม่
- ตัวแผงควบคุมเสีย ซึ่งส่วนนี้เป็นปัญหาทางเทคนิค หากท่านไม่มีความรู้พื้นฐาน แนะนำให้ท่านส่งศูนย์เพื่อทำการเปลี่ยนแผงควบคุมตัวใหม่
สาเหตุมาจาก : ตัวเครื่องไม่ตอบสนอง อันเนื่องมาจากปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า
- เริ่มจากการวัดด้วยเครื่องวัดไฟฟ้าว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามาในระบบหรือไม่
- หลังจากวัดเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งที่ท่านต้องทำในลำดับต่อไป คือ การตัดระบบไฟฟ้า โดยการสับสวิตซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวท่าน
- ปัญหาหลักที่พบ ส่วนใหญ่จะเป็น ฟิวส์ขาด เนื่องจากฟิวส์มีหน้าที่คอยตัดไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ตัวอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดูเป็นลำดับแรก และท่านสามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงการรวบรวมประเด็นหลักเพียงเท่านั้น ที่ส่งผลทำให้แอร์ไม่ติด ซึ่งยังมีสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อควรระวังในการซ่อมแอร์ 
ข้อควรระวังในการซ่อมแอร์ด้วยตนเอง นั้นก็คือ ไฟฟ้าลัดวงจร เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตมาบ่อยครั้ง เนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ดีก่อน หรือไม่มีความรู้ทางด้านนี้ แต่จะต้องทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยจากไฟฟ้า
 |
|
1.) ต้องทำการตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ยกเว้นในกรณีที่ต้องตรวจสอบและวัดกระแสไฟฟ้า |
2.) ควรศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจแผนการปฏิบัติงานเพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาด หรือทำงานผิดขั้นตอน
| 3.) หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งแต่การรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์ (มอก.) การใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง หรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดของอุปกรณ์ชำรุดเสียหายหรือไม่ |
|
 |
4.) ระหว่างปฏิบัติงาน ควรมีเพื่อนร่วมงานอย่างน้อย 1 คน เพื่อช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ไฟช็อต หรือไฟดูด
5.) หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตัดระบบไฟ และหากเกิดการลุกติดไฟ ห้ามสาดน้ำโดยเด็ดขาด เพราะยิ่งทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็ว และในกรณีที่คนถูกไฟดูด ห้ามสัมผัสตัวก่อนตัดกระแส
และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลบางส่วน ในเรื่องของการหาสาเหตุ เปิดแอร์ไม่ติด หรือแอร์ไม่ทำงาน พร้อมถึงข้อมูลของแอร์แต่ละประเภท หวังว่าจะเป็นความรู้ให้เพื่อนๆ ได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามการทุกครั้งที่จะตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าของบ้าน ก็ควรที่จะตัดกระแสไฟไฟ้าซะก่อน เพื่อความปลอดภัย และชีวิตทรัพย์สินของตัวคุณเอง 