สาระควรรู้ทั่วไป

ถ้าเราสำรวจตัวเอง สำรวจเงินในบ้านแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็ต้องมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้นบ้านก็ยังต้องเป็นบ้านของเรา ถ้าส่งค่าผ่อนแต่ละเดือนไม่ไหว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ .... ใจเย็นๆ กันก่อน เรื่องแบบนี้เราโทรหาธนาคารได้ เพราะธนาคารจะมีทางเลือกให้เรา ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านไม่ไหวแน่นอนโทรปรึกษาธนาคารได้เลย

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ... ใจเย็นก่อนเรื่องแบบนี้แก้ไขได้

ผ่อนบ้านไม่ไหว

        เมื่อฝันจะมีบ้านสักหลัง... อดทน อดออม เก็บเงิน รักษาประวัติการเงินเพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านให้... แต่ถ้าหากวันหนึ่งอยู่ไป อยู่มาแล้ว ... มีเหตุฉุกเฉิน ... เงินที่มีแต่ละเดือนที่เคยผ่อนบ้านได้สบายๆ กลับต้องไปจ่ายอย่างอื่น... เช่น รักษาพยาบาลภายในครอบครัว หรือจะเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เจ้าของบริษัทขอปรับลดเงินเดือน เพื่อที่จะไม่ต้องตกงาน... แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ .... มาคำตอบกันดีกว่า

        ก่อนอื่นเลยถ้าเราสำรวจตัวเอง สำรวจเงินในบ้านแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็ต้องมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้นบ้านก็ยังต้องเป็นบ้านของเรา ถ้าส่งค่าผ่อนแต่ละเดือนไม่ไหว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ .... ใจเย็นๆ กันก่อน เรื่องแบบนี้เราโทรหาธนาคารได้ เพราะธนาคารจะมีทางเลือกให้เรา ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านไม่ไหวแน่นอนโทรปรึกษาธนาคารได้เลย

        ซึ่งก็แล้วแต่ธนาคารว่าจะมีทางเลือกอะไรให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่มีก็จะเป็นการลดอัตราการผ่อนในแต่ละเดือนลง ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือถ้าเรามองว่าเราไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหลังนี้แล้วอาจจะขายคืนกลับให้ธนาคารก็เป็นได้ ซึ่งแต่ละเงื่อนไขธนาคารจะเป็นคนคำนวณให้เราว่าแบบไหนเป็นยังไง ส่วนหน้าที่ของเราก็แค่เก็บข้อมูลมาแล้วก็มาเปรียบเทียบ เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกหนทางที่ธนาคารเสนอมา

เรามาดูเงื่อนไขแรก คือ การลดอัตราการผ่อนบ้านในแต่ละเดือน

        ความหมายตรงตัวเลย นั่นก็คือ ธนาคารจะลดเงินที่ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนลง เช่น จากเดิมเคยจ่ายอยู่ที่เดือนละ 18,000 บาท ธนาคารก็อาจจะลดให้เหลือจ่ายเดือนละ 10,000 บาท แทนแต่ระยะเวลาในการผ่อนบ้านก็ต้องนานขึ้น จากเดิมเคยผ่อนอยู่ 15 ปี ก็อาจจะเป็น 20 ปี ซึ่งแบบนี้ประวัติการชำระเงินของเราที่ธนาคารจะส่งให้เครดิตบูโรนั้น ก็ยังคงเป็นบัญชีปกติ

        ส่วนการยื่นเรื่องก็แล้วแต่นโยบายของธนาคาร เพราะบางธนาคารก็จะมีหน่วยงานส่งเรื่องให้กับลูกค้าได้เลย ถ้าอนุมัติลูกค้าก็แค่เข้าไปเซ็นสัญญาปรับการผ่อนชำระใหม่เท่านั้น ไม่ต้องยื่นเอกสารทางการเงินเพิ่มเติม และสามารถแจ้งเรื่องทางโทรศัพท์ก็ได้ แต่บางธนาคารอาจจะต้องไปติดต่อที่สาขาและยื่นเรื่องใหม่

แบบที่สอง คือ การขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้

        ซึ่งแบบนี้ธนาคารจะให้เราจ่ายค่าผ่อนบ้านต่อเดือนลดลงอย่างมาก ตามตัวอย่างเดิมที่เคยจ่ายค่าผ่อนบ้านอยู่เดือนละ 18,000 บาท ธนาคารจะลดเงินที่จ่ายค่าผ่อนบ้านต่อเดือนของเราเหลือเพียงเดือนละ 3,000-4,000 บาทได้ ซึ่งถ้าเราเลือกแบบนี้จะทำให้เราเสียประวัติในเครดิตบูโร 2 ปี โดยบัญชีของเราที่เคยมีสถานะปกติจะถูกปรับเป็นปรับปรุงโครงสร้างหนี้ นั่นก็หมายความว่าเราไม่สามารถไปยื่นขอกู้สินเชื่อกับธนาคารอื่นๆ ได้อีกประมาณ 3-5 ปี และที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยที่มีอยู่ก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายไปไหน

        ตามตัวอย่างเดิม เราจ่ายค่าผ่อนบ้านอยู่ 18,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 บาท ดอกเบี้ย 6,000 บาท แต่เมื่อเราขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้เหลือการผ่อนค่าบ้านเดือนละ 3,000 บาท ก็แบ่งไปจ่ายเงินต้น 1,000 บาท ดอกเบี้ย 2,000 บาท นั่นก็หมายความว่าเรายังเหลือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอีกเดือนละ 4,000 บาท (6,000 – 2,000) ซึ่งธนาคารก็จะสะสมยอดดอกเบี้ยนี้ไว้เมื่อพอครบ 2 ปี ของการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เราก็ต้องกลับไปจ่ายค่าผ่อนบ้านเดือนละ 18,000 บาทเหมือนเดิม

        ซึ่งจะไปตัดดอกเบี้ยส่วนที่เรายังค้างอยู่อีกเดือนละ 4,000 บาท นั่นก็หมายความว่าเงินผ่อนบ้านเดือนละ 18,000 บาทที่จ่ายหลังปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วจะไปจ่ายเงินต้นแค่ 8,000 บาท และไปจ่ายดอกเบี้ย 10,000 บาท ซึ่งก็คือดอกเบี้ยปกติ 6,000 บาท และดอกเบี้ยที่ค้างจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อีก 4,000 บาท ซึ่งดอกเบี้ยส่วนนี้ธนาคารจะไม่ได้คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

        และทางเลือกสุดท้ายอันนี้จะต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า เราจะไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว เราก็สามารถแจ้งขายคืนให้กับธนาคารได้ แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะธนาคารคงจะไม่ประเมินราคาซื้อคืนให้เท่ากับราคาซื้อขายในท้องตลาด หรือราคาประเมินตอนที่จะให้สินเชื่อบ้านกับเรา ยกตัวอย่างเช่น เราผ่อนบ้านมาแล้วเหลือเงินต้นทั้งหมด 2.5 ล้านบาท ณ วันที่แจ้งขายคืนกับธนาคารและประเมินแล้วได้ 2.7 ล้านบาท เมื่อธนาคารนำออกขายแล้วได้เงินมา 2.7 ล้านบาท ธนาคารจะไม่คืนส่วนต่าง 2 แสนให้กับเรา แต่ในทางกลับกันถ้าประเมินและขายออกไปได้ 2.2 ล้านบาท เราจะต้องหารเงินสดมาจ่ายคืนให้กับธนาคารอีก 3 แสนบาท

คุยกับธนาคารขอวิธีการแก้ปัญหา

        จะเห็นว่าทุกปัญหามีทางออก เพียงแต่เราเข้าไปคุยกับธนาคารขอวิธีการแก้ปัญหามันก็ไม่ได้ยุ่งยากกว่าที่คิด เพราะเงื่อนไขเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธนาคารไม่ได้บอกเรา แต่เราต้องเข้าไปถามอย่าปล่อยให้เป็นปัญหาก่อนแล้วค่อยถาม เพราะบางทีมันอาจจะช้าเกินไปก็ได้


ขอบคุณข้อมูลจาก MoneyHub
  • ทำความรู้จัก "ซอยนานา" ทำเลดังย่านสุขุมวิท แหล่งเที่ยวในยามราตรี ชื่อซอยนี่ได้มาจากไหน ?
  • วิธีดีท็อกซ์ ความเหนื่อยล้า จากการนอนดึก ตื่นมาน้ำที่ไม่ใช่กาแฟ ปลุกระบบดึงพลังงานกลับคืนมา
  • เช็กก่อนยื่น ลดหย่อนภาษี 2568 บิลใบเสร็จช้อปดีมีคืน เที่ยวเมืองรอง มอบเงินบริจาค อะไรใช้ลดภาษีได้บ้าง
  • วิธีขจัดคราบ กระจกห้องน้ำ กำจัดเชื้อโรคหมดจด ให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่น่าใช้งานยิ่งขึ้น
  • ข้อควรรู้ บ้านชั้นเดียว กับ บ้านสองชั้น ข้อดี-ข้อเสีย ต่างกันอย่างไร
  • 10 ต้นไม้ ชื่อเรียกเกี่ยวกับ "เงิน" ไม้สายพันธุ์ปลูกง่าย ความหมายดี ปลูกเสริมมงคลไว้ในบ้าน
  • 12 ที่เที่ยวกรุงเทพยอดนิยม ลงรถไฟฟ้าบีทีเอส เดินทางง่ายรวดเร็ว แบบประหยัดสุดๆ
  • 8 พฤติกรรม ควรหลีกเลี่ยงเก็บเงินไม่อยู่ ออมเงินในยุคนี้เป็นเรื่องจำเป็น สำรองไว้ใช้ในยามเศรษฐกิจผันผวน
  • รู้จักบ้านพัก " Wakatake no Mori " นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ จากประเทศญี่ปุ่น
  • สเปรย์ฆ่าเชื้อรา ช่วยทำความสะอาดลดกลิ่นอับ8 สเปรย์ฆ่าเชื้อรา ทำความสะอาด ช่วยลดกลิ่นอับฆ่าเชื้อโรคในบ้านได้
  • โฉนดที่ดิน เอกสารสำคัญสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินมีกี่ประเภท พร้อมแนะวิธีอ่านโฉนด ตรวจเช็กเอกสารตัวจริง โฉนดของแท้มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • ค่าธรรมเนียมโอน ขั้นตอนการโอน ค่าโอนที่ดิน 25687 ขั้นตอนการโอนที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน และค่าธรรมเนียมโอน 2568 คำนวณภาษียังไง มีค่าอะไรบ้าง?
  • อาคารจอดรถใกล้รถไฟฟ้า ช่วยให้การดินทางง่ายขึ้นแนะนำอาคารจอดรถ ทำเลใกล้รถไฟฟ้าทุกสาย ช่วยให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น
  • เคล็ดไม่ลับ ตกแต่งบ้านแบบมือโปรเคล็ด(ไม่)ลับกับ 5 วิธีวางแผนปรับปรุงและตกแต่งบ้านแบบมือโปร
  • วิธีรับมือเมื่อ นิติบุคคลสร้างปัญหาเองแนะนำวิธีรับมือเมื่อ นิติบุคคลสร้างปัญหาเอง กระทบลูกบ้านส่วนมาก ต้องดำเนินการอย่างไร
  • จัดการเรื่องภาษี5 เคล็ดไม่ลับ…ช่วยจัดการเรื่องภาษีให้เป็นเรื่อง ‘ง่าย’
  • ติดเครดิตบูโรทำความเข้าใจ เครดิตบูโร-แบล็กลิสต์ หลายคนเข้าใจผิด ต่างกันอย่างไร
  • ต้นไม้เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลมาก9 ต้นไม้ปลูกง่าย เลี้ยงในห้องนอนเด็ก โตได้ดีไม่ต้องดูแลมากมาย
  • กรมที่ดินแนะวิธีเช็ก ราคาประเมินที่ดินออนไลน์เช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมตัวช่วยวัดขนาดที่ดินใช้งานง่ายๆ
  • ไลโอ เอลีท กาญจนาภิเษก-เวสต์เกต
  • บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA)
  • คุณชูรัชฏ์ ชาครกุล
  • IDEO Q RATCHATHEWI
  • บริษัท ไอดี โชว์เคส จำกัด จัดงาน Property & Auto Showcase 2016
  • HomePro Expo ครั้งที่ 23  ลดสูงสุด   80 %
  • พลัม คอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น
  • ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น เฉดสีม่วงโทนอ่อนเข็ม แบบไหนก็สวยเรียบหรูลงตัว
  • ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ... ใจเย็นก่อนเรื่องแบบนี้แก้ไขได้

    ถ้าเราสำรวจตัวเอง สำรวจเงินในบ้านแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็ต้องมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้นบ้านก็ยังต้องเป็นบ้านของเรา ถ้าส่งค่าผ่อนแต่ละเดือนไม่ไหว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ .... ใจเย็นๆ กันก่อน เรื่องแบบนี้เราโทรหาธนาคารได้ เพราะธนาคารจะมีทางเลือกให้เรา ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านไม่ไหวแน่นอนโทรปรึกษาธนาคารได้เลย

    @thaihometown Scroll