
ทาวน์โฮมแบบใหม่ สไตล์โมเดิร์น ทำเลเทพารักษ์ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
ในอดีตที่ผ่านมานั้น เอาย้อนไปสักประมาณ 15 ปีก่อนก็แล้วกัน หากว่าเราจะพูดถึงย่านเทพารักษ์ หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันแน่นอนครับว่าไกล กันดาร เปลี่ยว ไม่น่าอยู่ ชื่อเทพารักษ์ในอดีต จึงเป็นที่ๆดูจืดจางมาก ไม่มีใครจำ ไม่มีใครอยากมา พอมาถึงยุคที่เริ่มมีรถไฟฟ้า BTS ที่สุดทางแค่อ่อนนุชแล้ว ก็ดูเหมือนชื่อเทพารักษ์ก็เป็นที่ติดหูของใครหลายๆคนขึ้นมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยมากนัก เพราะด้วยการเดินทางในสมัยนั้นที่ยังดูค่อนข้างไกลอยู่ จนกระทั่งการมาถึงของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดูจะเป็นสิ่งที่พลิกโฉมหน้าใหม่ของเมืองสมุทรปราการให้ดูคับคั่ง เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากที่เคยรู้สึกว่าไกลมาก ก็กลับรู้สึกใกล้ลง จนมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ ที่รถไฟฟ้ามาถึงแบริ่ง และสำโรงตามลำดับ และด้วยความเจริญที่ค่อยๆ กระจายตัวออกมาจากตัวเมืองกรุงเทพมหานครเรื่อยๆ ชื่อถนนเทพารักษ์จึงเป็นที่รู้จักของทุกคนอย่างแท้จริงในทุกวันนี้
แต่มันคงไม่จบแค่นี้แน่นอน ด้วยความเจริญที่ขยายตัวออกมาเรื่อยๆ ทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ที่กำลังจะมาถึงสถานีตำหรุในอนาคตอันใกล้นี้ และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่เพิ่มเริ่มสร้างกันไม่นานมานี้ นี่แหละครับ...คือสิ่งที่ให้กำเนิดชีวิตใหม่ของทำเลเทพารักษ์ ความเจริญที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ต่างๆตามมาเรื่อยๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงโครงการทาวน์โฮมคุณภาพจาก ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ อย่างโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว อีกด้วย ซึ่งเป็นโครงการทาวน์โฮมทำเลเทพารักษ์ ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษาชั้นนำมากมาย รวมไปถึงทางด่วนอีกหลากหลายเส้นทาง ที่จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น ทั้งเข้าตัวเมืองกรุงเทพ และออกสู่ภาคตะวันออกอีกด้วยล่ะครับ
เพราะฉะนั้นแล้ว วันนี้ครับ ผมก็จะขอเชิญทุกท่านพบกับเรื่องเล่าผ่านทำเลเทพารักษ์ ที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดจากเมื่อสิบกว่าปีก่อนแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ กับโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว ที่ๆ ทุกท่านจะได้พบกับทาวน์โฮมคุณภาพบนยอดทำเลที่กำลังจะมาแรงที่สุด แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะไปชมตัวโครงการบ้านกัน ขอเชิญทุกท่านพบกับรายละเอียดของโครงการกันก่อนเลยดีกว่าครับ
รายละเอียดโครงการ
โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ออกแบบมาในสไตล์ Modern Stripe Contemporary มีเสน่ห์ของความร่วมสมัยอยู่ในตัว ออกแบบให้ดูเรียบง่ายเลือกใช้โทนสีน้ำตาล ขาว และสีเทา ผนังบ้านไม่เน้นเล่นระดับผนังมากนัก แต่เลือกใช้คิ้วบัวผนังทำเป็นลวดลายของภายนอกแทน ซึ่งเป็นการออกแบบให้ดูเรียบง่ายสามารถสร้างบ้านได้รวดเร็วมากขึ้น ด้วยลวดลายที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เรียกได้ว่าเป็นลวดลายสบายตา พร้อมด้วยการออกแบบภายในบ้านที่จะช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี
โดยภาพรวมจึงทำให้ราคาไม่แพงมากจนเกินไป เหมาะสมกับราคาทาวน์โฮมย่านชานเมืองได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน สมัยนี้จะหาที่อยู่ราคาแพงไปทำไม ขอแค่มีบ้านอยู่ และมีครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่นก็เพียงพอแล้วล่ะครับว่าไหม...

โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว มีแบบบ้าน 2 แบบ ดังนี้
1. แบบทาวน์โฮม Hive เนื้อที่ 17.6 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 105 ตร.ม.
2. แบบทาวน์โฮม Haus เนื้อที่ 21.4 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม.
รีวิวมุมมองแบบ 360 ° แบบบ้าน ทาวน์โฮม Haus
สำหรับการรีวิวโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว จะเป็นการทำรีวิวแบบเก็บข้อมูลทั้งภายนอก และภายในบ้านตัวอย่างมาอย่างละเอียดรอบด้านกันแล้ว ทีมงานก็ยังมีเวลาเหลือให้ได้ทำรีวิวแบบพิเศษมาด้วย แน่นอนครับจัดรีวิวแบบพิเศษที่เป็น Signature ของ Thaihometown นั่นก็คือการทำรีวิวในแบบพิเศษ มุมมอง 360º เห็นรอบด้านจัดมาให้ชมกันด้วยเน้นๆกันไปเลย
ลองไปชมกัน รีวิวบ้านตัวอย่างแบบ Haus มุมมองแบบ 360º มีเฉพาะที่นี่ ที่เดียวเท่านั้น!!
คลิกปุ่ม Play ที่ด้านล่างนี่เลยจัดไปครับ
โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว ไม่เพียงแต่จะโดดเด่นด้วยทำเลถนนตำหรุ - บางพลี ที่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลาย ทั้งถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอก ถนนบางนา - ตราด ถนนเทพารักษ์ ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) รวมไปถึงมอเตอร์เวย์กรุงเทพ - ชลบุรี อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีทางด่วนบูรพาวิถี ที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพ - ชลบุรี และออกสู่ภาคตะวันออกได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ใครที่ชอบเล่นกอล์ฟโครงการนี้เป็นอะไรที่โดนสุดๆ เพราะมีสนามกอล์ฟมากถึง 5 แห่งที่ใกล้กับโครงการขับรถไม่ถึงชั่วโมง ก็ถึงสนามแล้วครับ สนามกอล์ฟที่มีทำเลใกล้ก็มี เมืองแก้ว กอล์ฟ คอร์ส, Thana City Golf & Sport Club, Green Valley Country Club, เลควูดคันทรีคลับ และ Summit Windmill Golf Club โอ้โหหหห ไดร์ฟกอล์ฟกันได้เต็มที่กันเลยทีเดียว
ดูสถานที่น่าสนใจใกล้โครงการ | แนะนำเส้นทางจากโครงการ ไปสถานที่อื่นที่น่าสนใจ

ทางเข้าโครงการ ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย สไตล์โมเดิร์น ที่ดูกว้างขวาง สบายตา ดูเข้า-ออกง่าย บริเวณทางเข้ายังมีการปลูกพุ่มไม้เล็กๆ ประดับหน้าทางเข้าให้ดูสวยงาม ร่มรื่นขึ้น บอกได้เลยว่าดูดีตั้งแต่หน้าโครงการเลยครับ
และในบริเวณรอบโครงการ ยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ อย่างเมกาบางนา เซ็นทรัลบางนา และมาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าอีกสองสายด้วยก็คือ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย สถานีตำหรุ และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีศรีเทพา และที่สำคัญคือ ยังตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย คิดว่าทำเลขนาดนี้ คงแพงมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าคิดว่าแพงนี่คุณคิดผิดมหันต์เลยนะ เพราะราคานี้เป็นราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินแน่นอนครับด้วยราคา...
ราคาเริ่มต้นที่ 1.65 ล้านบาท*
แบบบ้านโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว
1. แบบทาวน์โฮม Hive » คลิกดูรีวิวแบบบ้านตัวอย่าง

แบบทาวน์โฮม Hive 2 ชั้น เนื้อที่ 17.6 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 105 ตร.ม.
หน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 1 ที่จอดรถในร่ม

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ แบบแปลน ชั้น1

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ แบบแปลน ชั้น2
2. แบบทาวน์โฮม Haus » คลิกดูรีวิวแบบบ้านตัวอย่าง | คลิกดูรีวิวมุมมองแบบ 360°

ทาวน์โฮม 2 ชั้น เนื้อที่ 21.4 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม.
หน้ากว้าง 5.7 เมตร 4 ห้องนอน (1 ห้องนอน Master) 1 ห้องอเนกประสงค์ ห้องกว้างพิเศษ
2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 2 ที่จอดรถในร่ม

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ แบบแปลน ชั้น1

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ แบบแปลน ชั้น2
แผนที่โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว

แผนที่โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว
"คือความโดดเด่นบนทำเลเทพารักษ์" ด้วยโครงการนั้นตั้งอยู่ใกล้กับทั้งถนนบางนา - ตราด ที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกได้ ใกล้ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) และยังตั้งอยู่ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อได้ทั่วทั้งเมืองกรุงเทพอีกด้วย อีกทั้งยังมีถนนตำหรุ - บางพลี ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ที่เชื่อมต่อไปยังถนนบางนา - ตราด และถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ได้ นอกจากนี้แล้ว โครงการยังตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย และให้การเดินทางมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยทางด่วนบูรพาวิถี ที่เชื่อมต่อกับภาคตะวันออกได้ และทางด่วนถนนกาญจนาภิเษก ที่เชื่อมต่อได้กับทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ รวมทั้งในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยายอีกด้วย
และโครงการยังตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ อย่างมากมาย เช่น เมกาบางนา, เซ็นทรัลบางนา, มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ และโรงพยาบาลอย่าง โรงพยาบาลบางนา 5, โรงพยาบาลบางนา และยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษาต่างๆ อย่างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ สุวรรณภูมิ, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติอีกด้วย เรียกได้ว่าครบทุกความต้องการในชีวิตได้ในทีึ่เดียวเลยล่ะครับ
ห้างสรรพสินค้า
- บิ๊กซี บางพลี 5 กม.
- มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ 7 กม.
- เมกา บางนา 7 กม.
- โรบินสัน สมุทรปราการ 16 กม.
ที่สุดของทำเล
- ทางด่วนกาญจนาฯ (วงแหวนฯรอบนอก) 3 กม.
- นิคมฯ บางปู 10 กม.
- สนามบินสุวรรณภูมิ 14 กม.
- นิคมฯบางพลี 15 กม.
- รร.ราชวินิตสุวรรณภูมิ 17 กม.
โรงพยาบาล
- รพ. บางพลี 6 กม.
- รพ. บางนา 5 8 กม.
- รพ. จุฬารัตน์ 1 11 กม.
แนวรถไฟฟ้า BTS และสถานีต่างๆ

คลิกดูแผนที่รถไฟฟ้า BTS
การจะเรียกว่าเป็นโครงการที่มีทำเลที่ดีจริงๆ จะต้องมีการเดินทางที่สะดวกสบาย และโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว นั้นก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีทำเลการเดินทางที่ดีมากๆ เพราะตัวโครงการนั้นตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีสำโรง ทำให้การเดินทางเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากๆ เลยล่ะครับ
จากแผนที่ Google Map ใช้เวลาเดินทางจากรถไฟฟ้า BTS สถานีสำโรง ไปที่โครงการ ให้ลงที่สถานีสำโรงแล้วต่อรถ ขับเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์ ขับตรงไป แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบางพลี - ตำหรุ ก็จะถึงโครงการใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที
แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (พร้อมใช้ปี 63)
คลิกดูแผนที่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นระบบรถไฟฟ้ายกระดับแบบรางเดี่ยว มีแนวเส้นทางอยู่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานครและสิ้นสุดเส้นทางใน จ. สมุทรปราการ มีจุดเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ที่ทางแยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าวจนถึงทางแยกบางกะปิ จากนั้นแนวเส้นทางจะเบนไปทางทิศใต้ตามถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ทางแยกลำสาลี
เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบริเวณทางแยกพระราม 9 ไปตามแนวถนนศรีนครินทร์ ผ่านทางแยกพัฒนาการ ทางแยกสวนหลวง ทางแยกศรีอุดม ทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม จนถึงทางแยกศรีเทพา จากนั้นแนวเส้นทางจะเบนไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนเทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยจุดสิ้นสุดของเส้นทางบริเวณสถานีสำโรง ระยะทางรวมประมาณ 30 กิโลเมตร
จากแผนที่จะแสดงจุดที่เป็นแยกศรีเทพา เป็นจุดที่ในอนาคตจะมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และจุดนี้จะตั้งเป็นสถานีศรีเทพา ซึ่งจะเป็นสถานีที่ใกล้กับโครงการใช้เวลาการเดินทางเพียง 25 นาทีก็ถึงโครงการ
แนะนำเส้นทางพิเศษ สำหรับไปโครงการ
►มาจากทางพิเศษบูรพาวิถี ใช้ทางออก 4-04 ไปทาง บางพลี/ลาดกระบัง
►มาจากทางพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ เชื่อมถนนกาญจนาภิเษก
►มาจากวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ ใช้ทางออกที่ 18 เชื่อมเข้าถนนเทพารักษ์
แนะนำเส้นทางเพิ่มเติมอื่นๆ สำหรับไปที่โครงการ
►เส้นทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เส้นทางถนนกิ่งแก้ว (เส้นทางลัด)
►เส้นทางมาจากถนนสุขุมวิท ตัดเข้าถนนเทพารักษ์
►เส้นทางมาจากถนนศรีนครินทร์ ตัดเข้าถนนเทพารักษ์
รีวิวการเดินทางไปยังโครงการ
สำหรับการเดินทางไปยังโครงการ เราได้เลือกใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก ที่สามารถเชื่อมต่อได้กับทุกมุมเมืองกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเป็นถนนที่เดินทางได้สะดวกมากๆ ในทุกๆสถานการณ์ จากนั้นจึงตัดเข้าถนนบางนา - ตราด และเข้าสู่ถนนตำหรุ - บางพลี และเลี้ยวเข้าซอยรัตนโชคต่อไป ว่าแล้วเราออกเดินทางกันเลยดีกว่าครับ

การเดินทางของเราเริ่มต้นกันบนทางด่วนถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก มุ่งหน้าไปทางถนนบางนา - ตราดครับ โดยให้ขับตรงไปตามป้ายบางนาได้เลยครับ

จากนั้นเราจะพบกับด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษ ให้จ่ายเงินค่าผ่านทางได้เลยครับ

เมื่อเราผ่านด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษมาแล้ว ก็ให้เราขับตรงไปตามทางด่วนกาญจนาภิเษกตามป้ายบางนาต่อไปได้เลยครับ

การเดินทางบนถนนกาญจนาภิเษกจะง่ายมากๆ เนื่องจากเป็นถนนเส้นเดียวตรงยาวๆ ทำให้ไม่เกิดความสับสนมากในการเดินทาง และในส่วนนี้ให้เราตรงตามป้ายบางนาไปก่อนเลยครับ

เมื่อขับมาเรื่อยๆ จนพบกับป้ายชลบุรี บางนา เลี้ยวซ้าย ให้เราชิดซ้ายตามป้ายชลบุรีได้เลยครับ เพราะเรากำลังจะออกจากถนนกาญจนาภิเษกกันแล้ว

เมื่อเราชิดซ้ายตามป้ายชลบุรีมาแล้ว เราจะพบกับป้ายชลบุรีเลี้ยวซ้ายอีกครั้งหนึ่ง ให้เราขับชิดซ้าย และเตรียมเลี้ยวซ้ายตามป้ายชลบุรีได้เลยครับ

ผมต้องย้ำไว้เลยครับว่าให้ชิดซ้าย เพราะเมื่อเลยป้ายชลบุรีไปแล้ว เราจะพบกับทางบังคับเลี้ยวซ้ายเพื่อออกสู่ถนนบางนา - ตราด ที่มีเพียงแค่เลนเดียวเท่านั้น (เพราะถ้าไม่ชิดซ้าย มันจะเป็นการขึ้นสะพานแล้วเลี้ยวขวาเข้าบางนา กลับเข้าตัวเมืองกรุงเทพนะครับ) ให้ชิดซ้ายไว้เลยครับ มีให้ซ้ายเท่าไหร่ก็ชิดไปเลยครับ

เมื่อเราผ่านการชิดซ้ายที่เป็นซ้ายในซ้าย ซ้ายเซ็ปชั่นมาแล้ว เราก็จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนบางนา - ตราด กันแล้วนะครับ โดยเมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนบางนา - ตราดมาแล้ว ให้เราขับตรงไปตามทางคู่ขนานของถนนบางนา - ตราด ต่อไปได้เลยครับ

จากนั้นให้เราขับตรงไปตามทางคู่ขนานถนนบางนา - ตราดต่อไปได้เลยครับ

เมื่อเราขับตรงมาตามถนนบางนา - ตราด มาเรื่อยๆแล้ว เราจะพบกับป้ายกลับรถ ให้เตรียมขับชิดขวาเพื่อกลับรถได้เลยครับ

เราจะพบป้ายกลับรถอยู่เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อย้ำว่าเราใกล้ถึงที่กลับรถแล้ว ก็ให้เราขับชิดขวาสุดบนทางคู่ขนานถนนบางนา - ตราด เพื่อเตรียมกลับรถได้เลยครับ

แล้วเราก็จะพบกับป้ายกลับรถขนาดใหญ่มากอีกหนึ่งป้ายนะครับ ตรงนี้นี่ห้ามพลาดเลย ให้เราชิดขวาไว้ครับ เพื่อขึ้นสะพานกลับรถ

บนสะพานกลับรถ จะมีช่องทางสำหรับขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีอยู่ด้วย ตรงนี้ให้เราขับชิดขวาไว้ครับ เพราะเราจะกลับรถกัน และถ้าเผลอขับตรงไปนี่ ได้ไปเที่ยวพัทยาแน่นอนครับ อย่าสับสนกัน ให้ชิดขวาไว้เพื่อเข้าเลนกลับรถครับ เป็นสะพานแบบ Mixed-used ก็จะสับสนหน่อยๆ แบบนี้แหละครับ

ย้ำอีกรอบนะ ถ้าไม่ขวานี่พัทยาเลยนะ 5555555555 ชิดขวาแล้วใช่มั้ย ถ้าชิดขวาแล้วก็ กลับรถได้เลยครับ

เมื่อกลับรถมาแล้ว ให้เตรียมชิดซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนบางนา - ตราด ได้เลยครับ ระวังรถที่ออกมาจากทางด่วนด้านซ้ายมือกันด้วยนะ

เมื่อลงมาจากสะพานกลับรถแล้ว ให้ชิดซ้ายได้เลย เพื่อลงสู่ถนนบางนา - ตราด

เมื่อลงมาที่ถนนบางนา - ตราดแล้ว เราจะพบกับห้าง มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ ให้เราชิดซ้ายบนถนนบางนา - ตราด ได้เลยครับ

ถามว่าทำไมเราต้องขับชิดซ้าย เหตุผลก็ง่ายมากๆครับ เพราะเราจะต้องเลี้ยวซ้าย เพื่อเข้าสู่ถนนตำหรุ - บางพลีกันต่อไปครับ

เมื่อเราเลี้ยวเข้าสู่ถนนตำหรุ - บางพลีมาแล้ว ให้เราขับตรงไปตามถนนตำหรุ - บางพลี กันต่อไปได้เลยครับ

เราจะอยู่กันบนถนนตำหรุ - บางพลีกันยาวๆนะครับ จังหวะนี้ให้ตรงไปยาวๆ ได้เลยครับ

เมื่อเราขับมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เราจะพบกับป้ายถนนสุขุมวิทตรงไป ให้ขับตรงไปตามป้ายถนนสุขุมวิทได้เลยครับ

เมื่อขับตรงมาเรื่อยๆ จะพบกับสะพานข้ามแยกเทพารักษ์ ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่แกะกล่องเลย ทำให้การเดินทางของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะจะได้ไม่ต้องทนรอสัญญาณไฟจราจรอีก งั้นเราก็ไม่ต้องรออะไรแล้ว รีบข้ามไปได้เลย

เมื่อเราขับข้ามสะพานมาแล้ว นั่นก็หมายความว่าเราได้ข้ามถนนเทพารักษ์มาแล้ว ก็ให้เราขับตรงไปตามถนนตำหรุ - บางพลี ต่อไปได้เลยครับ

เมื่อลงจากสะพานมาแล้ว ให้เราเตรียมขับชิดซ้ายไว้ได้เลยครับ เพราะเรากำลังจะถึงซอยทางเข้าโครงการกันแล้ว

ย้ำอีกครั้งนะครับว่าเราจะถึงซอยโครงการกันแล้ว ให้เราขับรถชิดซ้ายไว้ได้เลยครับ

เมื่อเราขับชิดซ้ายมาแล้ว เราจะพบกับซอยรัตนโชค ที่มีป้ายซอยตั้งเด่น มองเห็นชัดเจนมากๆ พร้อมทั้งมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของโครงการตั้งอยู่อีกด้วย งั้นเราก็อย่ารอช้าครับ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัตนโชคได้เลยครับ

เมื่อเราเลี้ยวเข้าซอยรัตนโชคมาแล้ว ให้เราขับตรงไปในซอยได้เลยครับ

ให้เราขับตรงมาจนสุดทาง เราจะพบกับสามแยก ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัตนโชค 6 ต่อไปได้เลยครับ

เมื่อเราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัตนโชค 6 มาแล้ว ให้เราขับตรงเข้าไปได้เลยครับ ในจุดนี้ เราจะเห็นป้ายโฆษณาของโครงการอย่างต่อเนื่องชัดเจน เรียงกันทุกเสาไฟฟ้า เด่นเป็นสง่าคล้ายงานผ้าป่าปิดทองฝังลูกนิมิตรเลยครับ

เมื่อเข้ามาถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องกลัวหลงแล้วครับ เพราะจะเป็นทางตรงแบบยาวๆเลย แต่คุณเห็นเหมือนที่ผมเห็นรึเปล่า ใช่ครับ ผมเห็นโครงการอยู่ข้างหน้านี้แล้ว ก็ไม่ต้องรออะไรแล้ว ขับตรงเข้าไปเลยครับ

เมื่อขับตรงเข้ามาแล้ว เราก็จะพบกับโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว กันแล้วนะครับ ให้เราขับเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลยครับ

และเราก็มาถึงโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว กันแล้วนะครับ ในส่วนต่อไปนี้ เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างกันนะครับ ไปติดตามกันต่อได้เลยครับ
รีวิวบ้านตัวอย่างทาวน์โฮม แบบ Hive

แบบทาวน์โฮม Hive ทาวน์โฮมสุดแนวในสไตล์ Modern Contemporary 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 105 ตารางเมตร ตัวบ้านใช้สีกลางอย่างสีขาว สีเทาเข้มและเทาอ่อน* เพื่อให้ดูสบายตา และมีการประดับแนวบัวด้วยสีเทาเข้ม เพื่อให้ตัวบ้านดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และแบบบ้าน Hive นี้ จะมีความพิเศษมากๆ เลยก็คือ ที่จอดรถครับ ที่สามารถจอดรถใต้ร่มได้ ไม่ต้องต่อเติมหลังคาโรงรถเพิ่มเลยครับ เหมาะกับคนง่ายๆ ชิลๆ สบายๆมากมายเลยครับ
*ปัจจุบันทางโครงการได้เปลี่ยนโทนสีภายนอกทั้งหมด จากโทนสีเทาใช้เป็นโทนสีน้ำตาลทั้งโครงการ

ชั้น1 มีโซนรับแขก โซนรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่ซักล้างหลังบ้าน พื้นที่เปลาหนาบานสำหรับทำสวนเล็กๆหน้าประตู ด้านข้างจะเป็นที่จอดรถได้ 1 คัน

แบบบ้านทาวน์โฮม Hive จะมีประตูรั้วบ้านเป็นประตูแบบพับได้ ข้างละ 2 ตอน สามารถนำรถเข้า-ออกได้อย่างง่ายดายมากๆ และประหยัดพื้นที่การเปิดประตูรั้วบ้านมากๆ อีกด้วย
“ ที่จอดใต้หลังคา ไร้ปัญหาเรื่องแดดฝน ”
เมื่อเข้ามาในพื้นที่ของบ้านแล้ว จะพบกับพื้นที่จอดรถใต้หลังคา ที่สามารถจอดรถได้ 1 คัน ทำให้ผู้ที่มีรถแค่ 1 คัน ไม่ต้องเสียเงินต่อเติมหลังคาโรงรถเพิ่มเลย แถมยังได้ที่จอดรถที่หลบแดดหลบฝนได้อีกด้วย แต่ถ้าหากผู้ซื้อบ้านไม่มีรถ ก็สามารถนำมาจัดเป็นพื้นที่สวน หรือโซนรับประทานอาหารแบบ Outdoor ได้เหมือนกันครับ และบริเวณด้านหลังพื้นที่จอดรถ จะพบกับช่องเก็บของเล็กๆ ที่เก็บได้ตั้งแต่อุปกรณ์ช่าง อุปกรณ์รถ และอุปกรณ์ทำสวน
ส่วนประตูเข้าบ้าน ทางโครงการได้เลือกใช้เป็นประตูอลูมิเนียมอบขาว เป็นประตูกระจกบานสไลด์ 1 บาน และเป็นบานตายอีก 1 บาน ตัวประตูกระจกนั้น ทางโครงการได้เลือกใช้เป็นกระจกเขียวตัดแสง ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่ต้องกลัวเลยล่ะครับว่าภายในบ้านจะร้อน
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้ว เราจะพบกับโซนพื้นที่รับแขกก่อนเป็นอันดับแรก โดยการตกแต่งภายใน จะเน้นการตกแต่งด้วยโทนสว่าง ซึ่งจะช่วยให้ภายในตัวบ้านมีความสว่างมากยิ่งขึ้น ภายในเน้นการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย สบายๆ แต่จะเพิ่มความโดดเด่นขึ้นมาด้วยการใช้ชุดโต๊ะ โซฟา และพรมในโทนสีเข้ม ทำให้ตัวโซนรับแขกมีความโดดเด่นขึ้นมากเลยล่ะครับ

อีกด้านหนึ่งของโซนรับแขก จะถูกตกแต่งด้วยลอลเปเปอร์ลายจุดสีเงิน พื้นหลังสีขาว ซึ่งเป็นที่น่ามองมาก เพราะเมื่อเวลาโดนแสงแดดแล้ว ตัววอลเปเปอร์จะเป็นประกายสวยงามมาก และบริเวณผนังด้านนี้ ยังสามารถจัดวางชั้นวางโทรทัศน์ได้อีกด้วย และยังมีพื้นที่ว่าง สำหรับ Built-In ชั้นวางของตกแต่งได้อีกด้วย หรือถ้าหากว่าไม่ Built-In ชั้นวางของแล้ว ก็สามารถนำพื้นที่ว่างที่มีอยู่ไปติดตั้งโทรทัศน์ติดผนังได้เช่นกันครับ
ถัดมาจากโซนรับแขก จะพบกับโซนรับประทานอาหาร ซึ่งในโซนรับประทานอาหารนี้ จัดมาแบบสไตล์คลาสสิค มีความวินเทจนิดๆ ชุดโต๊ะรับประทานอาหารใช้โต๊ะแบบ TOP กระจกใส ทำให้ดูสบายตามากๆ การตกแต่งเน้นไปทางน่ารักมากกว่าคลามอลังการ เรียกได้ว่าน่ารักมุ้งมิ้งแม้แต่เวลารับประทานอาหารเลยครับ และภายในโซนรับประทานอาหาร จะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ตรงกับประตูกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกก็ได้ และยังสามารถเปิดเพื่อระบายกลิ่นอาหารจากภายในโซนรับประทานอาหารให้ไม่ติดบ้านได้อีกด้วย
“ ”
ภายในบริเวณโซนรับแขกไปจนถึงโซนรับประทานอาหาร พื้นที่จะมีความกว้างมาก สามารถ Built-In เคาน์เตอร์กั้นระหว่างโซนก็ได้ หรือจะนำตู้โชว์มาตั้งเพื่อวางของตกแต่ง และกั้นระหว่างโซนได้เช่นกันครับ ก็จะทำให้โซนรับประทานอาหารดูเป็นส่วนตัวหน่อยๆครับ
ถัดมาด้านข้างของโซนรับประทานอาหาร เราจะพบกับโซนครัวที่ Built-In เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L ติดตามแนวผนัง ที่ทำทุกอย่างได้ครบ ทั้งการเตรียมอาหาร การประกอบอาหาร และการล้างทำความสะอาดเครื่องครัว พร้อมด้วย Built-In ตู้ติดผนังเต็มแนวผนังด้านในเข้าไปอีก เพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บอุปกรณ์ จาน ชามเข้าไปด้วย นอกจากนั้นแล้ว ผู้ซื้อยังสามารถติดตั้งฉากกั้นโซนครัวเพื่อไม่ให้กลิ่นอาหารลอยทั่วบ้านได้อีกด้วยครับ

เมื่อเดินผ่านโซนรับประทานอาหารออกมา จะพบกับพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน ซึ่งเป็นที่ว่าง เปิดโล่ง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการซักล้าง หรือจัดเป็นพื้นที่สวนหลังบ้านก็ได้ หรือหากจะต่อเติมทำเป็นห้องซักล้าง ห้องครัวต่อเติม หรือห้องคนรับใช้ ก็ได้เช่นกันครับ
“ เคาน์เตอร์ครัวชิดผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่การใช้งาน ”
กลับมาในบ้านกันอีกรอบครับ... ที่บริเวณโซนครัวจะมีประตูเข้าห้องน้ำชั้น1 อยู่นะครับ ซึ่งห้องน้ำชั้น1 ก็จะอยู่ในบริเวณใต้บันไดพอดีเลย ว่าแล้วเราก็ไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยดีกว่าครับ
“ ห้องน้ำตกแต่งครบ พร้อมใช้งาน ”
ภายในห้องน้ำชั้น1 จะเป็นการตกแต่งแบบเรียบง่าย ด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลอ่อนขนาด 60 x 60 ซม. โดยที่ผนังอีกด้านหนึ่งจะเป็นกระเบื้องสีน้ำตาลเข้ม ที่จะช่วยทำให้ภายในห้องน้ำดูมีลวดลาย โดดเด่นขึ้น ซึ่งห้องน้ำชั้น1 นี่เลือกใช้พื้นที่ได้ดีมากเลยครับ โดยการเลือกพื้นที่ใต้บันได ซึ่งจะช่วยในการประหยัดพื้นที่ส่วนอื่นๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างมากเลยครับ
ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทางโครงการใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto เช่นเดียวกับอ่างล้างหน้าเป็น Cotto เหมือนกัน อ่างล้างหน้าเลือกใช้เป็นทรงโค้งขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก มีกระจกเงาบานใหญ่แนวตั้งแบบมีกรอบที่ขอบของกระจก ส่วนฝักบัวเลือกใช้ยี่ห้อ Prema

พื้นที่บริเวณตรงกลางระหว่างโซนรับแขก กับโซนรับประทานอาหาร จะพบกับบันไดขึ้นสู่ชั้น2 ตัวบันไดทำจากไม้อย่างดี แข็งแรง และมีห้องน้ำอยู่ใต้ตัวบันได ซึ่งเป็นเสมือนฐานให้บันไดได้อีกด้วย จึงทำให้ตัวบันไดมีความแข็งแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งครึ่งล่างของบันได จะไม่มีราวจับครับ ซึ่งจะทำให้ตัวบันไดดูมีความกว้างมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ
“ โถงบันไดกว้าง ติดโคมไฟก็งาม ติดวอลล์เปเปอร์ตามก็แจ่ม ”
บริเวณโถงบันได มีความสูงโปร่ง เดินได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าตัวสูงแล้วจะเดินชน สามารถเพิ่มการประดับในบริเวณโถงบันไดได้อย่างมากมาย เช่นการนำวอลล์เปเปอร์มาติดผนัง ประดับด้วยกรอบรูป หรือนำนาฬิกาแขวนผนังมาติดตั้งก็ได้ สามารถนำโคมไฟมาติดตั้งเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณโถงบันไดก็ได้เช่นกัน

ชั้น2 มี 1 ห้องนอนใหญ่ โซนแต่งตัว 2 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องน้ำ และโถงชั้น2 เป็นทางเชื่อมของประตูสู่ห้องต่างๆ

โถงชั้น 2 จะมีลักษณะในรูปตัว L โดยที่ห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนที่2และ ห้องนอนที่3 และห้องน้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งห้องน้ำจะใกล้กับประตูห้องนอนใหญ่มาก และด้วยความที่ห้องน้ำตั้งอยู่ตรงกลาง จึงทำให้การเข้าห้องน้ำของทั้ง 3 ห้อง เป็นเรื่องที่สะดวกมากๆเลยล่ะครับ และพื้นชั้น 2 ได้ปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตทั้ง 3 ห้องเลยคือ ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนที่2 และห้องนอนที่3 ยกเว้นพื้นห้องน้ำ ที่ปูด้วยพื้นกระเบื้อง

ไฟฟ้า คือสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทุกครัวเรือนต้องมี ไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็น และหากไม่มีก็คงจะลำเค็ญ ซึ่งระบบไฟฟ้าจะใช้ระบบเดินสายไฟร้อยท่อฝังเฉพาะผนัง มีการแยกเบรกเกอร์ชั้นบนกับชั้นล่างด้วย ส่วนตัวกล่อง กับเบรกเกอร์ ทางโครงการได้ใช้ของมีคุณภาพจากยี่ห้อ CT Electric ครับ
แล้วเราก็มาถึงห้องนอนใหญ่กันแล้วนะครับ ซึ่งในห้องนอนใหญ่นี้ก็จะเน้นความโปร่ง ความสบายตาเป็นหลัก ทางโครงการจึงเลือกตกแต่งผนังเป็นสีขาว ซึ่งจะทำให้ตัวห้องดูสว่างมากยิ่งขึ้น ผนังด้านหัวเตียงจะใช้วอลล์เปเปอร์ลายสลับขาวดำ ตกแต่งด้วยนาฬิกาแขวนผนัง 3 เรือน ที่จะบอกเวลาได้ถึง 3 ประเทศ มันก็จะดูอินเตอร์หน่อยๆ (แต่ถ้าจะบอกเวลาทุกช่วงของโลกนี่ต้องใช้นาฬิกาถึง 24 เรือนเลยนะครับ ซึ่งนาฬิกานี่มีเยอะไม่ได้ครับ เดี๋ยวโดนล้อ 5555555) การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องจะเน้นความเป็นโมเดิร์นเป็นหลัก ทั้งเตียง โต๊ะข้างเตียง และโคมไฟหัวเตียงที่ดูเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไรมากนัก แต่ก็ทำให้ภายในห้องนอนนั้นน่านอน และน่าอยู่ได้มากเลยล่ะครับ
ภายในห้องนอนใหญ่จะมีความกว้างมาก สามารถจัดแบ่งโซน Built-In ตู้เสื้อผ้าเข้าไปได้แบบสบายๆ เลยล่ะครับ และตู้เสื้อผ้าแบบที่โครงการเลือกใช้ จะมีประตูตู้เป็นกระจก ซึ่งจะช่วยสะท้อนแสงให้ตัวห้องมีความสว่างมากยิ่งขึ้นได้ และช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดวางกระจกเงาได้ ได้ทั้งตู้ และกระจกเงาแบบเต็มตัวด้วย คุ้มจริงๆ

ห้องน้ำชั้น2 จะอยู่ระหว่างห้องนอนที่2 ห้องนอนที่3 และห้องนอนใหญ่ ภายในห้องน้ำ จะตกแต่งอย่างเรียบง่าย ใช้กระเบื้องแบบ 60 x 60 ซม. สีน้ำตาลอ่อน มีสุขภัณฑ์ครบถ้วนทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และฝักบัวอาบน้ำ ที่ผนังด้านอ่างล้างหน้า และกระจก จะใช้เป็นกระเบื้องสีน้ำตาลเข้ม เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวห้องน้ำนั่นเองครับ
ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทางโครงการใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto เช่นเดียวกับอ่างล้างหน้าเป็น Cotto เหมือนกัน อ่างล้างหน้าเลือกใช้เป็นทรงโค้งขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก มีกระจกเงาบานใหญ่แนวตั้งแบบมีกรอบที่ขอบของกระจก ส่วนฝักบัวเลือกใช้ยี่ห้อ Prema
ห้องนอนที่2 เน้นการตกแต่งแบบคลาสสิค ติดวินเทจนิดๆ ด้วยการประดับรูปภาพวาดทั้งดอกไม้ นาฬิกาแขวนแบบวินเทจ เป็นห้องที่เน้นการตกแต่งไปในทางการแขวนรูปภาพมากกว่าการตกแต่งลายด้วยวอลล์เปเปอร์ ทำให้เป็นห้องที่ดูสวยสะดุดตา โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยรูปภาพ พร้อมเตียงนอนแบบสไตล์คลาสสิค มีลายเหล็กดัด ดูแล้ววินเทจ เข้ากับการตกแต่งผนังห้องมากๆครับ และภายในห้องยังมีความสว่างมาก ด้วยภายในห้องมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่อีก 1 บาน ที่สามารถเปิดเพื่อรับแสงสว่าง และถ่ายเทอากาศให้สะดวกยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
ห้องนอนที่3 ถูกจัดมาในลักษณะของห้องทำงาน ที่ประกอบไปด้วยโซฟา ชุดโต๊ะทำงาน และชั้นวางของ ซึ่งการจัดห้องออกมาในลักษณะแบบนี้ จะสามารถทำได้ทั้งเป็นห้องทำงาน และห้องอ่านหนังสือ ซึ่งถือเป็นข้อพิสูจน์ได้เลยครับ ว่าห้องนอนไม่ได้มีไว้นอนเสมอไปครับ สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้อีกเยอะแยะ หากว่าเป็นครอบครัวเล็ก หรือมีบุตรแค่คนเดียวแล้ว ห้องที่ว่างอยู่ อาจจะเปลี่ยนเป็นห้องเก็บของก็ได้ ห้องพระก็ได้ หรือจะเป็นห้องทำงาน อ่านหนังสือ ห้องดูโทรทัศน์ก็ได้เช่นกันครับ
รีวิวบ้านตัวอย่างทาวน์โฮม แบบ Haus

ให้บ้านเป็นได้ทุกอย่าง ด้วยแบบทาวน์โฮม Haus ทาวน์โฮมสไตล์ Modern Contemporary 2 ชั้น ที่มีหน้ากว้างถึง 5.7 เมตร พื้นที่ภายในบ้านกว้างขวางถึง 125 ตร.ม. ตัวบ้านใช้สีที่เป็นกลางอย่างสีขาว สีเทาเข้มและเทาอ่อน* เพื่อให้ดูสบายตา โดยจะใช้สีเทาเข้มตามแนวบัวผนังด้านนอก เพื่อให้ตัวบ้านมีลวดลายที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ดูมีมิติ และความพิเศษของแบบบ้าน Haus ก็คือ การมีห้องอเนกประสงค์ชั้น1 มาให้ด้วย ซึ่งเป็นห้องที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียวล่ะครับ
*ปัจจุบันทางโครงการได้เปลี่ยนโทนสีภายนอกทั้งหมด จากโทนสีเทาใช้เป็นโทนสีน้ำตาลทั้งโครงการ

ชั้น1 มีโซนรับแขก โซนรับประทานอาหาร ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่ซักล้างหลังบ้าน พื้นที่ทั้งหมดด้านหน้าจะเป็นที่จอดรถได้ 2 คัน
“ ที่จอดรถกว้าง ไม่ต้องจอดขวางหน้าบ้านให้โดนทุบรถเลย ”
แบบบ้านทาวน์โฮม Haus จะมีประตูรั้วบ้านเป็นแบบประตูพับได้ ข้างละ 2 ตอน สามารถนำรถเข้า-ออก ได้สะดวกมาก ไม่ต้องเปิด-ปิดทั้งหมดเลย แถมยังเป็นการประหยัดพื้นที่รั้วบ้านมากกว่าประตูรั้วบ้านแบบยาวอีกด้วย
ด้านพื้นที่จอดรถก็กว้างขวาง สามารถจอดรถได้ถึง 2 คัน พื้นที่จอดรถลงเสาเข็ม ลงคอนกรีต
เสริมเหล็กมาให้แล้ว สามารถใช้งานได้เลย หรือจะเลือกปูกระเบื้องโรงจอดก็ได้ หรือจะทำพื้นเป็นหินทรายล้างก็ได้ ซึ่งจะสวย และดูเข้ากับตัวบ้านดีเหมือนกันครับ

ประตูทางเข้าตัวบ้าน โครงการได้เลือกใช้เป็นประตูอลูมิเนียมแบบอบขาว เป็นประตูบานสไลด์ 1 บาน และบานตายอีก 1 บาน ส่วนกระจก ทางโครงการได้เลือกใช้กระจกเขียวตัดแสง พร้อมด้วยติดกระบอกโคมไฟอีก 2 ตัว เพื่อเพิ่มแสงสว่างในยามค่ำคืนอีกด้วย
ภายนอกบริเวณชั้น 2 ผนังของตัวบ้านเป็นแนวเดียวกันไม่ได้เล่นระดับ ทำให้ดูมีความเรียบง่ายสบายตา ด้านหน้าตัวบ้านจะมีหน้าต่างบานสไลด์ 2 จุด และโซนด้านหน้าของชั้น2 ซึ่งจะตรงกับห้องนอนใหญ่พอดี แบบบ้านหลังนี้จะมีโถงใต้หลังคาที่สูงกว่าแบบแรกนิดหน่อย โถงใต้หลังคาจะสูงโปร่งทำให้ติดฉนวนกันความร้อนได้ง่าย การติดฉนวนกันความร้อนก็ให้เลือกแบบที่หนา 75 มม. ขึ้นไป ซึ่งจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากถึง 95%
เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านแล้ว จะพบกับโซนรับแขกก่อนเลยเป็นอันดับแรก โดยในโซนรับแขกนี้จะเน้นการตกแต่งผนังในโทนสีครีมโทนสว่าง ทำให้ภายในบริเวณโซนรับแขกมีความสว่างมากยิ่งขึ้น ดูสบายตาเพราะดูสว่างมาก ทำให้มีความรู้สึกว่าตัวห้องมีความกว้างขึ้น และในชั้น1 ยังมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาว ซึ่งจะช่วยสะท้อนแสงให้ตัวโซนรับแขกมีความสว่างมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
ด้านการตกแต่ง ทางโครงการได้เลือกใช้ชุดโซฟาสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งดูโดดเด่นมากท่ามกลางโซนรับแขกที่มีความสว่างนี้ พร้อมด้วยการประดับรูปภาพถ่ายบนผนัง ให้ตัวผนังดูมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความโดดเด่น น่ามองให้กับโซนรับแขกนี้ด้วยการประดับโคมไฟห้อยเพดานลายลูกโลก ที่ดูน่าดึงดูดมากๆ ด้วยล่ะครับ
“ ”
ในอีกด้านหนึ่งของโซนรับแขก จะมีการจัดวางชั้นวางโทรทัศน์อยู่ ซึ่งสามารถจัดวางได้ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเล่นต่างๆ ทั้ง DVD เกมส์ และอื่นๆอีกมากมาย พร้อมทั้งยังมี Built-In ชั้นวางของติดผนังเล็กๆ อีก2 ชั้น ที่สามารถวางของประดับ ของตั้งโชว์ได้อีกเล็กน้อยอีกด้วย
ถัดมาด้านข้างจากโซนรับแขก จะพบกับห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้เป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือก็ได้ หรือถ้าหากว่าภายในครอบครัวมีผู้สูงอายุด้วยแล้ว ก็สามารถจัดทำเป็นห้องนอนด้านล่างสำหรับผู้สูงอายุได้เช่นกันครับ
ส่วนทางด้านการตกแต่ง และการใช้งาน ทางโครงการได้จัดเป็นห้องทำงานครับ โดยเน้นการตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นใช้ผนังสีอ่อนๆ ดูสบายตา ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายในยามตึงเครียดได้ดีมากๆ มีโซฟาสำหรับนั่งผ่อนคลาย และ Built-In โต๊ะทำงานสไตล์โมเดิร์น ที่มาพร้อมกับตู้ Built-In ติดผนังที่สามารถเก็บเอกสารต่างๆได้อีกด้วย ภายในตัวห้องจะมีความสว่างมาก เนื่องจากภายในห้องจะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่หนึ่งบาน ซึ่งสามารถรับแสงจากภายนอก และเปิดเพื่อระบายอากาศให้มีความถ่ายเทได้มากขึ้นอีกด้วย
“ นอน ทำงาน ห้องนี้ได้หมดถ้าสดชื่น ”
ภายในห้องอเนกประสงค์ จะมีพื้นที่กว้างมาก สามารถ Built-In ชั้นวางของได้มากขึ้น ซึ่งสามารถจัดวางได้ทั้งของตกแต่ง หนังสือ และเครื่องเขียนต่างๆ ได้อีกด้วย หรือถ้าหากไม่ได้ Built-In อะไรเข้าไปแล้ว ก็สามารถนำโทรทัศน์ไปติดผนังได้เช่นกัน เพราะผนังด้านนี้มีความกว้างพอที่จะติดโทรทัศน์ได้ และยังไม่อยู่ตรงข้ามกับหน้าต่าง ซึ่งจะทำให้เกิดแสงสะท้อนในจอ รบกวนทัศนวิสัยการดูโทรทัศน์อีกด้วย
ถัดมาด้านในจากโซนรับแขก จะพบกับโซนรับประทานอาหารที่เน้นไปทางสไตล์โมเดิร์นด้วยชุดโต๊ะรับประทานอาหารสีดำ ซึ่งสามารถเพิ่มที่นั่งสูงสุดได้ถึง 6 ที่นั่ง และมีการประดับโต๊ะด้วยชุดแจกันดอกไม้ ที่ดูคลาสสิค และโดดเด่นมากๆเมื่ออยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารสไตล์โมเดิร์น และบอกเลยครับว่าไม่ต้องกลัวว่ากลิ่นอาหารจะติดบ้านเลย เพราะว่าภายในโซนรับประทานอาหาร จะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ที่สามารถเปิดเพื่อถ่ายเทอากาศ และระบายกลิ่นอาหารได้
และเนื่องจากว่าตัวหน้าต่างนั้นอยู่ตรงกับประตูกระจกด้วย จึงสามารรถเปิดได้ทั้งประตู และหน้าต่างพร้อมกัน เพื่อให้เป็นทางลมผ่าน ที่จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้มากขึ้นอีกด้วยครับ
“ พื้นที่กว้างสบาย ขยายการใช้งานโต๊ะรับประทานอาหารเพิ่มได้อีก ”
ในบริเวณชั้น1 ตั้งแต่โซนรับแขกจนมาถึงโซนรับประทานอาหาร จะมีความกว้างมาก สามารถจัดโต๊ะในแนวยาว เพื่อเพิ่มพื้นที่การรับประทานอาหารให้มากขึ้นได้ หรือจะจัดหาตู้โชว์ หรือทำเคาน์เตอร์กั้นแบ่งระหว่างโซนรับแขก กับโซนรับประทานอาหารก็ได้เช่นกันครับ
ถัดมาด้านข้างโซนรับประทาน จะพบกับโซนครัว ที่ทางโครงการจัดมาด้วย Built-In เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L แบบติดแนวผนัง ซึ่งทำให้มีความประหยัดพื้นที่มากๆ ตัวเคาน์เตอร์ดูโดดเด่นด้วย TOP เคาน์เตอร์ เป็นหินอ่อนสีดำ สามารถใช้ทำครัวได้อย่างครบครัน ทั้งการเตรียมอาหาร ประกอบอาหาร และล้างทำความสะอาดเครื่องครัวต่างๆ และยังมี Built-In ตู้ชิดติดผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บวัตถุดิบ และอุปกรณ์ครัวต่างๆ อีกด้วย และนอกจากนั้น ยังมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ที่สามารถใช้ระบายกลิ่นอาหารในเวลาประกอบอาหารได้อีกด้วย

ในบริเวณห้องครัว เราจะพบกับทางเข้าห้องน้ำชั้น1 ที่อยู่ใต้บันได นับว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในตัวบ้านได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวเลยครับ

ภายในห้องน้ำ ผนังห้องน้ำจะถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องแผ่นเล็กแนวยาว สีเทาผิวเรียบ และใช้กระเบื้องสีน้ำตาลเข้มมีลายเป็นเส้นตรงหลากสี ปูเป็นผนังด้านที่มีอ่างล้างหน้า การตกแต่งโดยรวมด้วยกระเบื้อง 2 เฉดสีเพื่อให้ตัวห้องน้ำมีมิติมากขึ้น ดูไม่จืดชืดเกินไป เป็นการแต่งในโทนเข้ม แต่ดูนุ่มนวลมากๆ
ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทางโครงการใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto เช่นเดียวกับอ่างล้างหน้าเป็น Cotto เหมือนกัน อ่างล้างหน้าเลือกใช้เป็นทรงโค้งขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก มีกระจกเงาบานใหญ่แนวตั้งแบบมีกรอบที่ขอบของกระจก ส่วนฝักบัวเลือกใช้ยี่ห้อ Prema
“ ซัก ล้าง อบ รีด เปิดบริการแล้วที่นี่...ที่โซนซักล้างหลังบ้านคุณ ”
เมื่อเดินเลยโซนรับประทานอาหารออกไป เราจะพบกับโซนพื้นที่ซักล้างนะครับ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ว่าง เปิดโล่ง สามารถใช้ทำอะไรได้มากมาย เช่น การใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง ต่อเติมครัว ต่อเติมห้องคนรับใช้ หรือจะปูหญ้าเทียม จัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ก็ได้เหมือนกัน ซึ่งด้านหลังของบ้านจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นไว้เรียบร้อยแล้วเช่น
บ่อดักไขมัน : บ่อดักไขมันสามารถกำจัดไขมันที่สะสมภายในครัวเรือนได้มาก ช่วยทำให้ท่อระบายน้ำหายอุดตันจากครัวได้
บ่อบำบัดน้ำเสีย : ช่วยกรองของเสียและสิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ในน้ำทิ้งให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะทำการปล่อยลงสู่ระบบสาธารณะ
บ่อพักระบายน้ำทิ้ง : บ่อพักน้ำเพื่อระบายน้ำทิ้ง มีไว้สำหรับพักน้ำจากท่อน้ำทิ้งของบ้านทั้งหมด และส่งน้ำออกไปที่ท่อระบายน้ำใหญ่
“ บันไดกลางบ้าน ใช้สะดวก ไม่ไกลเกิน แม้จากส่วนไหนของบ้านก็ตาม ”
กลับเข้ามาในตัวบ้านกันอีกครั้งนะครับ บริเวณตรงกลางระหว่างโซนรับแขก กับโซนรับประทานอาหาร จะพบกับบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 ตัวบันไดทำจากไม้อย่างดี แข็งแรง และมีห้องน้ำอยู่ใต้ตัวบันได ซึ่งเป็นเสมือนฐานให้บันไดได้อีกด้วย จึงทำให้ตัวบันไดมีความแข็งแรงมากขึ้นไปอีก

บริเวณโถงบันได มีความสูงโปร่ง เดินได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าตัวสูงแล้วจะเดินชน สามารถเพิ่มการประดับในบริเวณโถงบันไดได้อย่างมากมาย เช่นการนำวอลล์เปเปอร์มาติดผนัง ประดับด้วยกรอบรูป หรือนำนาฬิกาแขวนผนังมาติดตั้งก็ได้ สามารถนำโคมไฟมาติดตั้งเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณโถงบันไดก็ได้เช่นกัน

ชั้น2 มี 1 ห้องนอนใหญ่ โซนแต่งตัว 2 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องน้ำ และโถงชั้น2 เป็นทางเชื่อมของประตูสู่ห้องต่างๆ

โถงชั้น 2 จะมีลักษณะในรูปตัว L โดยที่ห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนที่2และ ห้องนอนที่3 และห้องน้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งห้องน้ำจะใกล้กับประตูห้องนอนใหญ่มาก และด้วยความที่ห้องน้ำตั้งอยู่ตรงกลาง จึงทำให้การเข้าห้องน้ำของทั้ง 3 ห้อง เป็นเรื่องที่สะดวกมากๆเลยล่ะครับ และพื้นชั้น 2 ได้ปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตทั้ง 3 ห้องเลยคือ ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนที่2 และห้องนอนที่3 ยกเว้นพื้นห้องน้ำ ที่ปูด้วยพื้นกระเบื้อง

ไฟฟ้า คือสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทุกครัวเรือนต้องมี ไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็น และหากไม่มีก็คงจะลำเค็ญ ซึ่งระบบไฟฟ้าจะใช้ระบบเดินสายไฟร้อยท่อฝังเฉพาะผนัง มีการแยกเบรกเกอร์ชั้นบนกับชั้นล่างด้วย ส่วนตัวกล่อง กับเบรกเกอร์ ทางโครงการได้ใช้ของมีคุณภาพจากยี่ห้อ CT Electric ครับ
แล้วก็มาถึงห้องนอนใหญ่กันแล้วนะครับ ห้องนอนใหญ่นี้ถูกตกแต่งด้วยสไตล์คลาสสิค เน้นโทนสีสว่างเป็นหลัก ทำให้ภายในห้องนอนใหญ่ดูสว่างมาก และด้วยความที่ภายในห้องนอนใหญ่นั้นมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนถึง 2 บาน จึงทำให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ และสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ด้านหัวเตียงมีการตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์ลายผ้าบุแบบคลาสสิค เนียนมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ผมเองมองครั้งแรกยังเชื่อเลยว่าเป็นผ้าบุจริงๆ จับดูทีนึงนี่รู้เรื่องเลย
และภายในห้องนอนใหญ่ยังมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built In มาให้ด้วย เพื่อความสะดวกในการแต่งตัว และเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งการแต่งหน้า อ่านหนังสือ หรือเขียนหนังสือได้ เพราะกระจกสามารถพับเก็บให้เป็นโต๊ะธรรมดาได้ จึงสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมากเลยทีเดียว
“ ห้องนอนกว้าง จัดโซนใช้งานได้สบาย ตามสไตล์ของเราเอง ”
ภายในห้องนอนใหญ่จะมีความกว้างมาก ซึ่งนอกจากจะ Built-In ตู้เสื้อผ้าได้ในอีกมุมหนึ่งของห้องแล้ว ยังสามารถติดตั้งฉากกั้นโซนภายในห้องเพิ่มให้เป็นห้องแต่งตัวได้อีกด้วยล่ะครับ

ประตูทางเข้าห้องน้ำชั้น2 จะมีธรณีประตูกั้นอยู่ด้วย ซึ่งจะสามารถกันน้ำไม่ให้ไหลออกนอกห้องได้

ห้องน้ำที่ชั้น2 จะอยู่ตรงกลางบริเวณโถงชั้น2 เยื้องๆกับห้องนอนใหญ่ การตกแต่งก็คล้ายกับชั้นแรก แต่ตัวห้องน้ำที่ชั้นนี้จะใหญ่กว่ามาก มีการจัดพื้นที่ใช้สอย และจัดวางอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆได้ลงตัว สะดวกต่อการใช้งาน มีการเลือกใช้ผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องแผ่นเล็กแนวนอน สีเทาผิวเรียบ และใช้กระเบื้องผิวหบายสีน้ำตาลมีลายเป็นเส้นตรงหลากสีเช่นกัน ทำเป็นผนังด้านที่มีอ่างล้างหน้า การตกแต่งโดยรวมด้วยกระเบื้อง 2 เฉดสีเพื่อให้ตัวห้องน้ำมีมิติมากขึ้น ดูไม่จืดชืดเกินไป เป็นการแต่งในโทนเข้มตัดกันของกระเบื้อง ทำให้ห้องน้ำเป็นโทนเข้มแต่ดูนุ่มนวล
ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทางโครงการใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto เช่นเดียวกับอ่างล้างหน้าเป็น Cotto เหมือนกัน อ่างล้างหน้าเลือกใช้เป็นทรงโค้งขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก มีกระจกเงาบานใหญ่แนวตั้งแบบมีกรอบที่ขอบของกระจก ส่วนฝักบัวเลือกใช้ยี่ห้อ Prema
ห้องนอนที่ 2 เน้นการตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นสีขาวเป็นหลักเพื่อให้ภายในห้องดูสว่าง สะอาดตา และดูโล่งขึ้น ภายในห้องมีความกว้าง สามารถจัดวางเตียงและตู้เสื้อผ้าได้อย่างลงตัว และภายในห้องจะมีความสว่างมาก เพราะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่ ซึ่งสามารถรับแสงสว่างจากภายนอกก็ได้ หรือจะเปิดรับอากาศจากภายนอกก็ได้เช่นกัน
ห้องนอนที่ 3 ถูกตกแต่งมาในสไตล์คลาสสิค เน้นการตกแต่งด้วยสีขาวซึ่งดูสบายตามากๆ ภายในห้องมีความกว้าง สามารถวางได้ทั้งเตียง และตู้เสื้อผ้า และยังมีที่เหลือพอสำหรับการวางโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกด้วย และภายในห้องยังมีความสว่างมากอีกด้วยเนื่องจากว่าในห้องจะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ที่สามารถเปิดเพื่อถ่ายเทอากาศได้ และยังรับแสงสว่างได้อีกด้วย และเมื่อแสงสว่างจากภายนอกมาปะทะกับผนังสีขาวภายในห้องก็...มันช่างจ้าซะเหลือเกินนนนน
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

ป้ายทางเข้าโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว เป็นป้ายขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล และจากที่เห็นในป้าย จะมี โครงการ แลนซีโอ คริบอยู่ด้วย แต่ต้องเลี้ยวขวาไปอีกทางหนึ่ง สำหรับไลโอ บลิสซ์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการครับ

ทางเข้าหลัก (Main Gate) สำหรับเข้า-ออก โครงการมีกล้องวงจรปิด CCTV พร้อมระบบ Auto Access Card ที่ทางเข้าหลัก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย Security Guard พร้อมตรวจตรา และรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ทางเข้า-ออกหลักของโครงการ จะมีความกว้างมาก สามารถเข้า-ออกได้ถึงฝั่งละ 2 เลน โดยอาจจะแบ่งเป็นเลนลูกบ้าน และเลนผู้ติดต่อโครงการก็ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาของลูกบ้านได้มาก ไม่ต้องรอใครแลกบัตรให้เสียเวลาเลย และด้วยความกว้างที่มชทำให้เข้า-ออกได้ถึงสองเลนแบบนี้ จึงทำให้ในอนาคตสามารถรองรับการแบ่งเลนเป็นเลนสำหรับแลกบัตร และเลนสำหรับ Auto Access Card ได้อีกด้วย

พาตัวเองคืนสู่ธรรมชาติได้ง่ายๆ จะวันหนึ่งหรือวันไหนๆก็ไม่ต้องเดินเข้าป่า เพราะภายในโครงการ จะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของลูกบ้านทุกท่าน รวมทั้งเป็นที่ๆคืนกำไรให้ทุกท่านด้วยออกซิเจนอีกด้วย และยังมีการติดตั้งไฟเสาขนาดเล็ก และสปริงเกอร์รดน้ำภายในสวนอีกด้วย รับรองครับ ชุ่มชื่นทุกเวลาแน่นอน

การเข้าสู่ตัวบ้านภายในโครงการ ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากๆครับเพราะนอกจากตัวบ้านจะมีหน้ากว้าง เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทางโครงการยังมีตัวถนนที่กว้างขวางมากๆอีกด้วย โดยที่ถนนหลักของโครงการจะกว้าง 16 เมตร และถนนซอยกว้าง 8 เมตร และด้วยความกว้างขนาดนี้ จึงทำให้การเข้า-ออกจากตัวบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก และด้วยความกว้างของถนน จะทำให้การสัญจรภายในโครงการไม่ใช่เรื่องยากเลยอีกด้วย

แผนที่โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว
สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ
ห้างสรรพสินค้า
- บิ๊กซี บางพลี 5 กม.
- มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ 7 กม.
- เมกา บางนา 7 กม.
- โรบินสัน สมุทรปราการ 16 กม.
ที่สุดของทำเล
- ทางด่วนกาญจนาฯ (วงแหวนฯรอบนอก) 3 กม.
- นิคมฯ บางปู 10 กม.
- สนามบินสุวรรณภูมิ 14 กม.
- นิคมฯบางพลี 15 กม.
- รร.ราชวินิตสุวรรณภูมิ 17 กม.
โรงพยาบาล
- รพ. บางพลี 6 กม.
- รพ. บางนา 5 8 กม.
- รพ. จุฬารัตน์ 1 11 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวกที่น่าสนใจ ใกล้กับโครงการ
แนะนำเส้นทางจากโครงการ ไปสถานที่อื่นที่น่าสนใจ
►จากโครงการ ไปยังเมกาบางนา (ประมาณ 20-25 นาที)

เมกาซิตี้ บางนา เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และอาคารที่พักอาศัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 400 ไร่บริเวณมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ ของทางแยกต่างระดับวัดสลุด (ถนนกาญจนาภิเษก ตัดกับถนนเทพรัตน ช่วงกิโลเมตรที่ 8) ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการ บริหารงานโดย บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด และบริษัท เอส.พี.เอส. โกลเบิลเทรด จำกัด
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไปเมกาบางนา
►จากโครงการ ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ (30-40 นาที)

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็น สนามบิน ตั้งอยู่ที่ ถนนเทพรัตน และ ทางพิเศษบูรพาวิถี ในเขตตำบลหนองปรือและตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากใจกลางเมือง กรุงเทพมหานครประมาณ 25 กิโลเมตร เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 รัฐบาลได้กำหนดให้ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของ ประเทศไทย แทน ท่าอากาศยานดอนเมือง และตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการบินใน ทวีปเอเชีย อีกทั้งการเน้นพัฒนาคุณภาพการให้บริการของท่าอากาศยานให้ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการบริการดีที่สุดในโลกในปี พ.ศ. 2553
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ
►จากโครงการ ไปยังเซ็นทรัล พลาซา บางนา (25-30 นาที)

เป็นศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เมื่อต้นปี 2017 ห้างได้มีการเปิดตัวการปรับปรุงโฉมใหม่ไปแล้ว กับคอนเซ็ปต์ ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง บิ้วตี้ และไดนิ่ง ย่านบางนา ทำเลทองแห่งอนาคตของกรุงเทพฝั่งตะวันออก ต้อนรับแบรนด์แฟชั่น บิ้วตี้ และสินค้าไฮเอนด์ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล , Rolex, Coach, Longchamp, Topshop Topman, Marks & Spencer, Miss Seldfridge, Furla, Ikon, Vanderbilt และอีกมากมาย ศูนย์การค้าตั้งอยู่ริมถนนบางนา-ตราด กม.3
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไปเซ็นทรัล พลาซา บางนา
►จากโครงการ ไปยังเมืองแก้ว กอล์ฟ คอร์ส (25-30 นาที)

สนามเมืองแก้ว เป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองกรุงเทพฯ ที่สุด ไปตามทางด่วนสายบางนา-ตราด ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ทั้ง 18 หลุมถูกออกแบบด้วยลักษณะต่าง ๆ แม้ว่าแฟร์เวย์จะกว้างแต่ช็อตที่approach ขึ้นกรีนจะค่อนข้างยากและท้าท้ายเนื่องจากกรีนถูกยกสูงอยู่บบเนิน ในช่วงปี 2002 สนามกอล์ฟ ได้ทำการปรับปรุง ทั้งสนามและคลับเฮ้าส์ใหม่หมดให้เป็นสนามชั้นหนึ่ง เพื่อให้ท่านนักกอล์ฟ ได้สนุกสนานกับเกมกอล์ฟมากขึ้น
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไปเมืองแก้ว กอล์ฟ คอร์ส
►จากโครงการ ไปยัง Thana City Golf & Sport Club (25-30 นาที)

Thana City Golf & Sport Club เป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่มีพื้นที่ที่เป็นน้ำเยอะมากๆ ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีความโปรในระดับหนึ่งแล้ว
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไป Thana City Golf & Sport Club
►จากโครงการ ไปยัง Green Valley Country Club (30-35 นาที)

กรีน วัลเล่ย์ คันทรี คลับ เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ บนเส้นทางทางด่วนบางนา-ตราด สนามนี้มีชื่อเสียงทางด้านความท้าทายของหลุมต่าง ๆ มีแฟร์เวย์ที่ทอดตัวยาวและมีทั้งกับดักทรายและน้ำกั้นขวาง และด้วยอายุที่ยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้สนามกอล์ฟแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไปด้วยต้นไม้ใหญ่
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไป Green Valley Country Club
►จากโครงการ ไปยังเลควูดคันทรีคลับ (30-40 นาที)

สนามกอล์ฟเลควูดคันทรี่คลับ มี27หลุม 3 คอร์ส หลุมในแต่ละคอร์สจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป สนามมีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมอยู่เสมอ สนามมีความท้าท้ายโดยนักกอล์ฟต้องอาศัยทักษะการตีวางระยะที่แม่นยำมากกว่าการตีไกลเพียงอย่างเดียว
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไปเลควูด คันทรี่ คลับ
►จากโครงการ ไปยัง Summit Windmill Golf Club (30-40 นาที)

ซัมมิท วินด์มิลล์ กอล์ฟคลับ ได้รับการออกแบบโดยนิค ฟัลโด้ให้เป็นสนามกอล์ฟที่มีความหรูหรา ด้วยหลุม 18 หลุม มีหลุมที่น่าตื่นเต้น และท้าทายมากมาย เช่น หลุม 1 พาร์ 5 ความยาวมากกว่า 600 หลา หรือหลุม 18 พาร์ 5 ที่เป็นเหมือนกับไฮไลท์ตอนจบเกมที่น่าประทับใจให้กับนักกอล์ฟทุกท่าน พร้อมด้วยคลับเฮ้าส์ ที่สมบูรณ์แบบ
แผนที่ Google Maps จากโครงการ ไป Summit Windmill Golf Club
สรุปการรีวิวโครงการ
►ฟังก์ชั่นแบบบ้าน

ตัวแบบบ้านของโครงการ ออกแบบมาในสไตล์ Modern Stripe Contemporary มีความเป็นร่วมสมัยซ่อนอยู่ในความโมเดิร์น ด้วยการใช้สีพื้นที่เป็นสี Neutral Color อย่างสีขาว สีเทาอ่อน และสีเทาเข้มเป็นหลัก ภายใต้รูปทรงตัวบ้านที่เป็นสไตล์โมเดิร์น ส่วนด้านการตกแต่งภายใน จะเน้นการตกแต่งในสไล์โมเดิร์นเป็นหลัก มีความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก สอดคล้องกับตัวบ้าน ที่มีการจัดสรรพื้นที่ต่างๆ ออกมาได้อย่างลงตัว เน้นการใช้ประโยชน์สูงสุด และใช้ทุกพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
►สิ่งอำนวยความสะดวก

เป็นจุดเด่นอีกด้านหนึ่งของโครงการเลยก็คือด้านของสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จัดเต็มมาจากทางโครงการให้กับผู้ซื้อได้อย่างเต็มที่ ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ให้ผู้ซื้อได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และรับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากๆ ทั้งกล้องวงจรปิด CCTV เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบ Auto Access Card ที่ทางเข้าหลัก ทั้งยังมีถนนหลักที่กว้างถึง 16 เมตร และถนนซอยที่กว้างถึง 8 เมตร ที่จะทำให้ทุกการเดินทางเข้า-ออกจากโครงการ เป็นเรื่องง่ายดายเลยทีเดียว
►การคมนาคม

แผนที่โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว
โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว ตั้งอยู่บนทำเลเทพารักษ์ ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งทางด่วนบูรพาวิถี ทางด่วนถนนกาญจนาภิเษก มอเตอร์เวย์กรุงเทพ - พัทยา เชื่อมต่อได้ทั้งจากถนนสุขุมวิท (สายเก่า) และถนนบางนา - ตราด ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และให้ชีวิตครบครันทุกไลฟ์สไตล์ได้ด้วยห้างสรรพสินค้าที่หลากหลาย เช่น เมกาบางนา เซ็นทรัล บางนา และ มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่มีความครบครันมากๆ และในอนาคตยังสามารถรองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเทพา และรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยาย สถานีตำหรุ อีกด้วย
►ภาพรวมโครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว
โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว เป็นโครงการทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นไปทางการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในตัวบ้าน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้ด้วยการจัดสรรพื้นที่ภายในบ้านที่ดีมากๆ พร้อมด้วยทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งถนนบางนา - ตราด และถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ใกล้ทั้งทางด่วนบูรพาวิถี ทางด่วนถนนกาญจนาภิเษก ทางด่วนเฉลิมมหานคร และมอเตอร์เวย์กรุงเทพ - พัทยา ทั้งยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเทพา และรถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS ส่วนต่อขยาย สถานีตำหรุอีกด้วย
ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่าง เมกาบางนา เซ็นทรัล บางนา และมาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลเซ็นทรัล ปาร์ค โรงพยาบาลบางนา 5 และโรงพยาบาลบางพลี 6 และสถานศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังอีกด้วย พร้อมด้วยการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของทำเลเทพารักษ์ จึงทำให้โครงการ ไลโอ บลิสซ์ เทพารักษ์ - กิ่งแก้ว เป็นทำเลที่ครบครันทั้งด้านฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของตัวบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวก และด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งนับว่าครบครัน และตอบทุกโจทย์ของไลฟ์สไตล์ของผู้ซื้อได้อย่างแท้ทรูเลยล่ะครับ
ที่สำคัญใครที่ชอบเล่นกอล์ฟตามสนามใหญ่ โครงการนี้เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เพราะมีสนามกอล์ฟมากถึง 5 แห่งที่ใกล้กับโครงการ ระยะทางจากโครงการขับรถไม่ถึงชั่วโมง ก็ถึงสนามแล้วครับ สนามกอล์ฟที่มีทำเลใกล้ก็มี เมืองแก้ว กอล์ฟ คอร์ส, Thana City Golf & Sport Club, Green Valley Country Club, เลควูดคันทรีคลับ และ Summit Windmill Golf Club โอ้โหหหห ไดร์ฟกอล์ฟกันได้เต็มที่กันเลยทีเดียว
“ โดยเฉพาะถ้ายิ่งใกล้สนามบินสุวรรณภูมิแบบนี้ด้วยแล้ว เหมาะมากเลยทีเดียวกับพนักงานที่ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพนักบิน พนักงานแอร์โฮสเตส สจ๊วตสายการบิน พนักงานต้อนรับ ช่างซ่อมเครื่องบิน พนักงานร้านอาหาร พนักงานจัดทัวร์ท่องเที่ยว หรือแม้แต่พนักงานคาร์โก้ คลังสินค้า ด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ก็ประมาณว่า... ถ้าได้ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ผมว่าเหมาะกับทุกอาชีพเลยนะ ซื้อไว้เลยราคาคุ้มค่าแน่นอน ”