
ประเภทสินเชื่อที่อยู่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้
- สินเชื่อซื้อบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์และคอนโด
- สินเชื่อกู้ปลูกบ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัย
- สินเชื่อกู้ ต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน
- สินเชื่อกู้ใช้หนี้ ไถ่ถอนบ้าน รีไฟแนนซ์

ขั้นตอนในการขอกู้สินเชื่อเพื่อบ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัย
1. ผู้กู้ยื่นคำขอสินเชื่อที่ธนาคาร
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่อ เบื้องต้นจากข้อมูล รายได้ ค่าใช้จ่ายครอบครัว หนี้สิน เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาแจ้งผลอนุมัติสินเชื่อ ควรยื่นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อให้ครบถ้วน
2. เจ้าหน้าที่ธนาคารส่งใบคำขอสินเชื่อของผู้กู้
ไปที่ศูนย์สินเชื่ออุปโภคบริโภค เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ พิจารณาจาก วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ คุณสมบัติผู้ขอกู้ ความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ ประเภทและมูลค่าของหลักประกัน ทำอย่างไรให้กู้ได้ กู้ผ่าน อ่าน
3. ทำการนัดหมายเพื่อประเมินหลักประกัน
ติดต่อผู้ขอกู้นัดหมายเข้าไปประเมินราคาทรัพย์ ภายใน 7 วันทำการ หลังจากยื่นใบคำขอสินเชื่อที่ธนาคาร
4. ธนาคารแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
ภายใน 14 วันทำการ นับจากวันที่ลูกค้ายื่นใบคำขอสินเชื่อ เพื่อเตรียมนัดวันทำสัญญา
5. ธนาคารนัดทำสัญญากู้เงิน
นัดทำสัญญากู้เงิน สัญญาจดจำนอง ที่กรมที่ดินในเขตที่โฉนดที่ดินจดทะเบียนไว้ ถ้ามีผู้กู้ร่วม ผู้ค้ำประกันต้องนัดมาเซ็นสัญญาทุกฉบับ
6. ชำระค่าใช้จ่ายในวันทำสัญญา
ควรเตรียมค่าใช้จ่าย ค่าจดจำนอง ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองเครดิต ค่าเบี้ยประกันภัย ทางธนาคารจะแจ้งให้ทราบในวันนัดหมาย
7. รับเงินกู้
เจ้าหน้าที่ธนาคารจ่ายเงินกู้ให้เป็นแคชเชียร์เช็ค ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระงวดทุกเดือนภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

วงเงินและระยะเวลากู้แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้
1.สินเชื่อที่อยู่อาศัย
1.1บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์
- วงเงินกู้ระหว่าง 80 - 90 % ของราคาประเมิน
- ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี บวกกับอายุผู้กู้จะต้องไม่เกิน 65-70 ปี
1.2 คอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์
- วงเงินกู้ระหว่าง 70-90 % ของราคาประเมิน
- ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี บวกกับอายุผู้กู้จะต้องไม่เกิน 65-70 ปี
1.3 บ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่เป็นพันธมิตรกับธนาคาร
- วงเงินกู้ระหว่าง 95-100%ของราคาซื้อขาย
- ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี บวกกับอายุผู้กู้จะต้องไม่เกิน 65-70
2. สินเชื่อปลูกบ้าน สร้างบ้าน
- วงเงินกู้สูงสุด 80 % ของราคาประเมิน
- ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี บวกกับอายุผู้กู้จะต้องไม่เกิน 65-70 ปี
3. สินเชื่อ ต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน คอนโด
- วงเงินกู้สูงสุด 80 % ของราคาประเมิน
- ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย แบ่งได้ 3 ประเภทดังนี้
1. ดอกเบี้ยลอยตัว
- อัตราดอกเบี้ยที่ไม่อยู่คงที่ตลอดระยะเวลากู้ สามารถปรับเปลี่ยนขึ้น-ลง ขึ้นอยู่กับระบบการเงินของธนาคาร
- อัตราดอกเบี้ยลด ลง ยอดการชำระคืนเงินกู้ก็จะลดลงตามไปด้วย
- อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
2. ดอกเบี้ยคงที่
- อัตราดอกเบี้ยจะคง ที่ในช่วงระยะเวลาตามข้อตกลง สินเชื่อชนิดที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ จะช่วยให้ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณเท่าเดิมไม่เพิ่มไม่ลด
- อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่สูงขึ้นตามไปด้วย
- อัตราดอกเบี้ยต่ำลง ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่ต่ำลงตามไปด้วย
3. ดอกเบี้ยแบบผสม
- สินเชื่อเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก เพื่อดึงดูดลูกค้า อัตราดอกเบี้ยสามารถเป็นได้ทั้งแบบ อัตราคงที่ใช้ได้เพียงช่วงแรก ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
- มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในช่วงแรก หากการชำระคืนเงินกู้อยู่ในช่วงที่ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก จะสามารถลดเงินต้นลงได้อย่างรวดเร็ว
- ยอดการชำระคืนเงินกู้จะเพิ่มขึ้นหลังจากเปลี่ยนมาใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว
ดอกเบี้ยปรับผิดนัด
โดยปกติธนาคารจะกำหนดให้ผู้กู้ชำระหนี้ทุกเดือนหากผิดนัด ธนาคารจะคิดเบี้ยปรับ แต่ละแห่งจะคิดไม่เท่ากัน ค่าปรับในการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด
ผู้กู้ต้องการจ่ายชำระคืนเงินกู้ทั้งหมด ในระยะแรกประมาณ 2-3 ปี ก่อนครบสัญญากู้ ผู้กู้ต้องเสียค่าเบี้ยปรับ ประมาณร้อยละ 2 - 3 ของวงเงินกู้
4.ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ มีดังนี้
4.1 ค่าประเมินหลักทรัพย์ ประมาณ 1,700-3,000 บาทแล้วแต่ธนาคาร
4.2 ค่าธรรมเนียมยื่นกู้ ประมาณ 0.10% - 0.25% บางแห่งยกเว้นเพื่อเป็นการจูงใจผู้กู้
4.3 การจดทะเบียนจำนองผู้กู้จะต้องรับผิดชอบในอัตรา 1% ของวงเงินจำนอง โดยค่าจดทะเบียนจำนองจะคิดสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
4.4 ค่าประกันภัยบ้าน ที่อยู่อาศัย แล้วแต่ธนาคาร และระยะเวลาการกู้
4.5 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ค่าอากรปิดสัญญาสินเชื่อ 2,000 บาท ต่อ 1 บาท เศษของ 2,000 บาท คิด 1 บาท
- ค่าหนังสือ มอบอำนาจหักบัญชีเงินฝาก เพื่อชำระเงินกู้ผ่านบัญชีค่าหนังสือมอบอำนาจต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย โดยเฉลี่ยคิดประมาณ 30-50 บาท ต่อรายการ