สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ช่วงวิกฤติไวรัส ทำให้ขาดรายได้ ผ่อนปกติ หรือ พักหนี้ ต้องเลือกทำอย่างไหนดี บทความนี้จะให้คำตอบแก่ท่านผู้อ่านว่ามาตรการผ่อนปรนแต่ละวิธีหมายถึงอะไร และเมื่อจบช่วงผ่อนปรนแล้ว ยอดหนี้คงเหลือของแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร รวมทั้งถ้าต้องเลือกระหว่างผ่อนชำระตามปกติ หรือใช้มาตรการผ่อนปรน จะเลือกทางไหนดี

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

วิกฤติโควิด19 ​ผ่อนชำระปกติ หรือ พักชำระหนี้ ควรเลือกอย่างไหนดี ?

วิกฤติไวรัส ทำให้ขาดรายได้  ผ่อนปกติ หรือ พักหนี้ ทำอย่างไหนดี

ช่วงวิกฤติไวรัส ทำให้ขาดรายได้  ผ่อนปกติ หรือ พักหนี้   ต้องเลือกทำอย่างไหน

             ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้รายได้ของประชาชนและธุรกิจปรับลดลง หลายธุรกิจต้องปิดกิจการ คนจำนวนไม่น้อย ตกงาน ขาดรายได้ โดยกลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุด คือ คนที่มีหนี้เพราะมีรายได้ลดลง ในขณะที่ยังมีค่างวดที่ต้องผ่อนชำระทุกเดือน

          ช่วงนี้สถาบันการเงินจึงมีมาตรการผ่อนปรนการชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือและลดภาระให้ประชาชนและธุรกิจในหลายรูปแบบ เช่น การพักชำระเงินต้น หรือการพักชำระดอกเบี้ย

          บทความนี้จะให้คำตอบแก่ท่านผู้อ่านว่ามาตรการผ่อนปรนแต่ละวิธีหมายถึงอะไร และเมื่อจบช่วงผ่อนปรนแล้ว ยอดหนี้คงเหลือของแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร รวมทั้งถ้าต้องเลือกระหว่างผ่อนชำระตามปกติ หรือใช้มาตรการผ่อนปรน จะเลือกทางไหนดี

    การพักชำระเงินต้น

          เริ่มจากวิธีที่ 1 การพักชำระเงินต้น หมายถึง การที่สถาบันการเงินผ่อนปรนให้ลูกหนี้ยังไม่ต้องชำระคืนเงินต้นตามเวลาที่กำหนดกันไว้ แต่ยังต้องชำระส่วนของดอกเบี้ยตามปกติ

          ตัวอย่าง นาย ก. อาชีพขับรถแท็กซี่ กู้สินเชื่อบ้านโดยตกลงกับธนาคาร A ว่าจะผ่อนชำระค่างวดเดือนละ 10,000 บาท แบ่งเป็นส่วนที่ชำระคืนเงินต้น 4,000 บาท และส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้นาย ก. มีรายได้ไม่พอที่จะชำระค่างวดผ่อนบ้านได้ทั้งหมด

          ธนาคาร A จึงผ่อนปรนให้นาย ก. สามารถพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน หมายความว่า ในช่วงเดือนเมษายน - กันยายน 2563 ธนาคาร A ผ่อนปรนให้นาย ก. ยังไม่ต้องชำระค่างวดในส่วนที่ชำระคืนเงินต้น 4,000 บาท แต่ให้ชำระเฉพาะส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท ทำให้จากเดิมที่นาย ก. ต้องชำระค่างวดเดือนละ 10,000 บาท จะเหลือเพียง 6,000 บาทในช่วง 6 เดือนนี้ 

          ข้อดีของวิธีนี้ คือ แม้นาย ก. จะไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบในช่วง 6 เดือนนี้ ธนาคาร A จะไม่ถือว่านาย ก. ผิดนัดชำระหนี้ ประวัติการผ่อนจ่ายชำระหนี้จะไม่เสีย และในขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 จะจบลงเมื่อใด หรือ นาย ก. จะกลับมามีรายได้มากเท่าเดิมหรือไม่ นาย ก. ก็จะมีเงินเหลืออีก 4,000 บาทเพิ่มเติมในแต่ละเดือน จากการพักชำระเงินต้นกับธนาคาร A ไว้ใช้สำหรับการดำรงชีพ

   การพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย

          สำหรับวิธีที่ 2 การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย คือการที่สถาบันการเงินผ่อนปรนให้ลูกหนี้สามารถ เลื่อนงวดการผ่อนชำระ ทั้งในส่วนชำระคืนเงินต้นและส่วนของดอกเบี้ย ออกไประยะหนึ่ง เช่น 6 เดือน      

          ตัวอย่างเดิม นาย ก. คนขับรถแท็กซี่ กู้ซื้อบ้านแต่ครั้งนี้เป็นลูกค้าของธนาคาร B ซึ่งจากวิกฤตไวรัสโควิด 19 ธนาคาร B ผ่อนปรนให้นาย ก. สามารถเลื่อนงวดการผ่อนชำระออกไปได้ 6 เดือน ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน 2563         

          ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ มาตรการนี้ คือ การเลื่อน “วันครบกำหนดชำระ” ค่างวดออกไป ซึ่งแม้นาย ก. จะไม่สามารถจ่ายค่างวดผ่อนบ้าน 10,000 บาทได้ ก็จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และไม่เสียประวัติในฐานข้อมูลเครดิตบูโร นอกจากนี้ ข้อดีอีกประการ คือ ในช่วง 6 เดือนนี้ที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน นาย ก. ก็จะมีเงินเหลือ 10,000 บาทเพิ่มเติม จากการที่ “ยังไม่ต้องชำระค่างวด” ไว้เป็นสภาพคล่องใช้สำหรับดำรงชีพ

          อย่างไรก็ดี การที่ธนาคาร B ผ่อนปรนให้นาย ก. “ยังไม่ต้องชำระค่างวด” ไม่ได้หมายความว่าจะยกหนี้ส่วนที่เหลือให้ เพียงแค่บอกว่า “ยังไม่ต้องชำระคืนในช่วงนี้” โดยในช่วงผ่อนปรนนี้ ดอกเบี้ยก็ยังคงเดินต่อไป

    เปรียบเทียบภาระทางการเงินภายใต้ทางเลือกต่าง ๆ

          คราวนี้ลองเปรียบเทียบว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 6 เดือน ภายใต้ทางเลือกต่าง ๆ ภาระทางการเงินในแต่ละกรณีจะเป็นอย่างไร

          สมมติว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม เรามีภาระหนี้คงค้างอยู่ที่ 1,000,000 บาท และต้องผ่อนชำระเดือนละ 10,000 บาท แบ่งเป็นส่วนที่ชำระคืนเงินต้น 4,000 บาท และส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท

กรณีที่ 1 : “ผ่อนชำระปกติ” หรือจ่าย 10,000 บาท ทุกเดือน

          6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะลดลงเหลือ 976,000 บาท คิดจาก 1,000,000 บาท - 24,000 บาท (หักส่วนที่ชำระคืนเงินต้นเดือนละ 4,000 บาท x 6 เดือน)

กรณีที่ 2 : “พักชำระเงินต้น” เป็นเวลา 6 เดือน จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท ซึ่งช่วงนี้เจ้าหนี้อนุโลมและไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้  

          6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะอยู่ที่ 1,000,000 บาท เท่ากับยอดหนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม

กรณีที่ 3: “พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย” หรือเลื่อนงวดการผ่อนชำระออกไปก่อน ซึ่งช่วงนี้เจ้าหนี้อนุโลมและไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้

          6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,036,000  บาท คิดจาก 1,000,000 บาท + 36,000 บาท (ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท x 6 เดือน)   

 

https://www.image-thaihometown.com/content12/11597/BOT-Money-stop.jpg

          โดยสรุปแล้ว มาตรการผ่อนปรนให้สามารถพักหรือเลื่อนชำระหนี้ก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 ที่ไม่สามารถชำระค่างวดได้เต็มตามสัญญา โดยยังไม่ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ และไม่ทำให้เสียประวัติการผ่อนชำระในฐานข้อมูลเครดิตบูโร นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่อนปรนประชาชนจะมีสภาพคล่องไว้สำหรับใช้จ่ายเพิ่มเติม

          อย่างไรก็ดี การผ่อนปรน คือ การเลื่อนกำหนดชำระหนี้ออกไป ภาระหนี้จะยังคงอยู่และในช่วงที่ผ่อนปรน ดอกเบี้ยยังเดินอยู่ ซึ่งแต่ละคนอาจได้รับผลกระทบแตกต่างกันและสามารถเลือกวิธีผ่อนชำระที่เหมาะสมกับรายได้และเงินในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองได้

          ถ้าท่านอยู่ในกลุ่มที่ยังพอมีศักยภาพ อาจเลือกชำระตามปกติเพราะจะช่วยให้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติม หนี้ไม่เพิ่ม และบางธนาคารให้สิทธิพิเศษปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่สำหรับท่านที่ได้รับผลกระทบ มีสภาพคล่องไม่พอ แนวทางการเลื่อนหรือพักชำระหนี้ก็จะเป็นทางออกหนึ่งสำหรับช่วงนี้

  มาตรการขั้นต่ำ สามารถผ่อนปรนได้เพิ่ม

          อย่างไรก็ดี มาตรการช่วยเหลือที่สถาบันการเงินประกาศเป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำของแต่ละแห่งเท่านั้น ลูกหนี้ยังสามารถเจรจากับสถาบันการเงินให้ยืดหยุ่นหรือผ่อนปรนเพิ่มเติมได้ในหลายรูปแบบ ถ้าเห็นว่ายังผ่อนชำระไม่ไหว เช่น

          ขอให้ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม จากตัวอย่างเดิม ธนาคาร A ผ่อนปรนโดยมี “มาตรการพักชำระเงินต้น” แต่ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท (หรือร้อยละ 7.2 ต่อปี) ถ้านาย ก. ยังจ่ายไม่ไหว สามารถขอให้ธนาคารพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้ยอดที่ต้องชำระลดลง เช่น ถ้าลดดอกเบี้ยลงเหลือร้อยละ 5 จะทำให้นาย ก. ชำระดอกเบี้ยน้อยลงเหลือเพียง 4,167 บาท

          สำหรับกรณีหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ที่ปกติจะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 18 หรือ 28 นอกจากมาตรการลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ลูกหนี้ที่มีประวัติผ่อนชำระดี สามารถขอให้สถาบันการเงินเปลี่ยนหนี้บัตรที่เดิมต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงมาเป็นสินเชื่อระยะสั้น (term loan) ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะถูกลงมาก เช่นเหลือเพียงร้อยละ 12 นอกจากนี้ ลูกหนี้ยังสามารถขอรีไฟแนนซ์ (refinance) หนี้บัตรไปที่สถาบันการเงินอื่นที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เช่น ปัจจุบันธนาคารออมสินมีข้อเสนอรีไฟแนนซ์บัตรดี ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 8.50 - 10.50

          สำหรับประชาชนที่มีปัญหาไม่สามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ในช่วงนี้ เนื่องจากอาจมีคนติดต่อเข้าไปมาก หรือยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกัน ศูนย์คุ้มครองบริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ยินดีให้คำปรึกษา

 

โดยสามารถโทรติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1213 
ในวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.

นอกจากนี้ ศคง. ได้เปิดช่องทาง “ ทางด่วนแก้หนี้ ” เพื่อเป็นช่องทางเสริมสำหรับประชาชน

และธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้สามารถแจ้งความต้องการไปที่
สถาบันการเงินผ่านทางเว็บไซต์ www.1213.or.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

          เราจะปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกัน เพื่อสู้ภัยเศรษฐกิจจากโควิด 19


ข่าว บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  • กรมที่ดิน แจ้งประกาศกำหนดการ เดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ปี 2569 ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสาน
  • [ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย] ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ปี 2569 วันมงคลเสริมความเฮง อยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่ปรองดองในครอบครัว
  • [สาระควรรู้ทั่วไป] ปลูกมะนาวกิ่งตอน ปลูกง่ายติดผลไว เก็บกินได้นาน ช่วยลดรายจ่าย ต่อยอดสร้างรายได้เสริมครอบครัว
  • [สาระควรรู้ทั่วไป] รวมคำอวยพรปีใหม่ 2569 ประโยคความหมายดี ข้อความเป็นทางการเหมาะสมใช้ได้ทุกโอกาส
  • [สาระควรรู้ทั่วไป] เช็คลิสต์ ที่เที่ยวปีใหม่ 2569 นั่งเรือเที่ยวเกาะไทย สัมผัสบรรยากาศใหม่ เติมเต็มภาพความทรงจำ
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นเพียง 1.99%
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย วงเงินสูงสุด 100% ดอกเบี้ยเริ่ม 1.99%
  • สานฝันคนอยากมีบ้าน สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน 40 ปี
  • สินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย สมัครง่าย อนุมัติไว ตัวช่วยการเงินคนไทย
  • พลิกชีวิต "สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน" เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อนฉุกเฉิน บ้านยังอยู่เหมือนเดิม
  • ข้อควรรู้ "กู้ร่วม" เพิ่มโอกาสให้มีบ้าน ทางเลือกที่ช่วยให้ได้วงเงินกู้สูงขึ้น
  • ธอส.จัด 5 สินเชื่อบ้าน 2568 ให้ผู้สูงอายุมีบ้าน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนเริ่มล้านละ 3,200 บาท
  • ธอส สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2568
  • เปิดประตูตามฝัน สู่บ้านหลังใหม่ ด้วยสินเชื่อเคหะธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี ผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด
  • สินเชื่อ SME ต่อยอดธุรกิจ กู้เงินเปิดร้าน วงเงินกู้ 3 เท่าสินเชื่อ SME ต่อยอดธุรกิจ กู้เงินเปิดร้าน วงเงินกู้ 3 เท่า สูงสุด 20 ล้าน
  • สินเชื่อบ้าน ธอส. - กยศ. ปี 2567สินเชื่อบ้าน ธอส. - กยศ. ปี 2567 ตอบสนองทุกความฝัน เพื่อคนพิเศษอย่างคุณ
  • บ้านยังผ่อนอยู่ รีไฟแนนซ์ ลดดอกเบี้ยได้เยอะแค่ไหนบ้านยังผ่อนอยู่ "รีไฟแนนซ์" ลดดอกเบี้ยได้เยอะแค่ไหน มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอย่างไรบ้าง
  • ต้องรู้ 3 เรื่องก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน ผ่อนสินเชื่อบ้านถูก3 เรื่องต้องรู้ ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน แนะสูตรคำนวณแบบประหยัดดอกเบี้ย หนีดอกเบี้ยสุดโหด
  • สินเชื่อ od คู่ค้าพารวยจากกรุงไทยสินเชื่อ od คู่ค้าพารวยจากกรุงไทย เสริมความแข็งแรงให้โชห่วยไทย
  • ธอส. สินเชื่อบ้านอยู่สบาย SCG HEIMธอส. จัดสินเชื่อบ้านอยู่สบาย by SCG HEIM ปี 2567
  • ทำความรู้จัก รีไฟแนนซ์บ้าน ตัวช่วยลดดอกเบี้ย ผ่อนหมดไว มีเงินเหลือสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ จากธนาคารกรุงไทย ตัวช่วยของคนอยากมีบ้าน
  • ลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธ.ธอส ขานรับนโยบายภาครัฐ กับโครงการ "ธอส. สุขสบาย ปี 2566" ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ช่วยเหลือคนไทยมีที่...
  • ธนาคาร ธอส. จัดสินเชื่อบ้านสร้างสมใจ ปี 2567ธนาคาร ธอส. จัดสินเชื่อบ้านสร้างสมใจ ปี 2567 ผู้กู้ที่ซื้อที่ดินเปล่า พร้อมปลูกสร้างบ้านใหม่
  • สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน ทุกข์ปัญหา บ้านช่วยได้ธ.ออมสินทำสินเชื่อ ทุกข์ปัญหา บ้านช่วยได้ สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน
  • มารู้จักหลอดไฟแต่ละชนิด พร้อมวิธีเปลี่ยนหลอดไฟง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
  • กสทช. แจกเน็ตมือถือฟรี 10 GB
  • รีวิว เครื่องซักผ้าไซส์มินิ สำหรับซักผ้าขี้ริ้ว ใส่ไฮเตอร์ฆ่าเชื้อโควิด 19
  • ออริจิ้น เว้นระยะผ่อนนาน 3 ปี ไนท์บริดจ์ คอลลาจ - รามคำแหง คอนโดหรูสไตล์อังกฤษ 1 นาที ถึง MRT หัวหมาก จอง FREE! DRIVE THRU TEST COVID-19 เริ่ม 2.49 ล้าน*
  • ชีวาทัย Shop From Home ชีวาทัย ปิ่นเกล้า คอนโดติดถนนใหญ่ ใกล้ รพ.ศิริราช+MRT บางยี่ขัน ฟรี! ดาวน์ 0 บาท* จองเพียง 2,390 บาท* 25-26 เม.ย.นี้ เริ่ม 2.39 ล้าน*
  • ซื้อบ้านเก่า 2 ชั้น รีโนเวทใหม่ สไตล์โมเดิร์น
  • เตรียบพบกับ โครงการใหม่ โกลเด้น ทาวน์ ๒ ศรีนครินทร์ - สุขุมวิท ทาวน์โฮม สไตล์อิตาลี 4 นอน ใกล้รถไฟฟ้า + ทางด่วน*
  • พานาโซนิค จัดบิ๊กแคมเปญ!! SUPER SMART SUPER BIG SCREEN ส่งความบันเทิงให้เต็มตากับทีวีจอใหญ่ในราคาสุดคุ้ม!!
  • วิกฤติโควิด19 ​ผ่อนชำระปกติ หรือ พักชำระหนี้ ควรเลือกอย่างไหนดี ?

    ช่วงวิกฤติไวรัส ทำให้ขาดรายได้ ผ่อนปกติ หรือ พักหนี้ ต้องเลือกทำอย่างไหนดี บทความนี้จะให้คำตอบแก่ท่านผู้อ่านว่ามาตรการผ่อนปรนแต่ละวิธีหมายถึงอะไร และเมื่อจบช่วงผ่อนปรนแล้ว ยอดหนี้คงเหลือของแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร รวมทั้งถ้าต้องเลือกระหว่างผ่อนชำระตามปกติ หรือใช้มาตรการผ่อนปรน จะเลือกทางไหนดี

    @thaihometown Scroll