
สิ่งที่ผู้มีเงินได้ มักจะเข้าใจผิด คือ แม้ว่ามีเงินสดเพียงพอสำหรับซื้อบ้าน แต่เนื่องจากมีภาระภาษีมาก จึงต้องการขอสินเชื่อเพื่อนำดอกเบี้ยมาลดหย่อนภาษี ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากหากต้องการลดหย่อนภาษี จะต้องพิจารณาถึงดอกเบี้ยที่จ่ายเพิ่มด้วย กล่าวคือ
" หากซื้อบ้านด้วยเงินสด จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคาร ในขณะที่ขอสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยดังกล่าวสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 37% (ฐานภาษีสูงสุด) ดอกเบี้ยส่วนที่เหลืออีก 63% ก็ยังคงเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของผู้มีเงินได้ "

นอกจากความเชื่อดังกล่าวแล้ว คำถามที่พบบ่อยคือ ประเด็นของความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเป็นข้อสงสัยสำหรับผู้มีเงินได้ว่าจะนำดอกเบี้ยบ้านมาเป็นค่าลดหย่อนอย่างไร มาลองดูกันดังนี้
- กรณีสามีภริยากู้ร่วมกัน โดยสามีหรือภริยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียว ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนเต็มจำนวนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิหักลดหย่อนอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกัน ให้ยังคงหักลดหย่อน ดังนี้
· ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้อยู่ตลอดปีภาษีที่ขอหัก ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
· ถ้าความเป็นสามีภริยามีอยู่ตลอดปีภาษีที่ขอหัก และ ภริยาไม่ได้ใช้สิทธิแยกยื่นภาษี ให้หักลดหย่อนรวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
· ถ้าความเป็นสามีภริยามีอยู่ตลอดปีภาษีที่ขอหัก และภริยาใช้สิทธิแยกยื่นภาษี ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้กึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
ดังนั้น กรณีนี้ จะเห็นได้ว่า ถ้าว่าที่สามีและภรรยาต่างฝ่ายต่างกู้ซื้อบ้านของตัวเองอยู่แล้ว เมื่อสมรสกันสิทธิลดหย่อนจะลดลงจากเดิม เหลือหักได้สูงสุดรวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท