สินเชื่อที่อยู่อาศัย

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

สวัสดีเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนครับ วันนี้ื่ทาง thaihometown มีสาระดีเกี่ยวกับการกู้ ผ่อนชำระบ้าน กับคนในกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะตกงานอยู่ ฟรีแลนซ์ พนักงานประจำต่างๆ จะผ่อนชำระ กู้ซื้อบ้านได้หรือเปล่าน้า วันนี้เรามีคำตอบให้เพื่อนๆหายสงสัยกันครับ ไปอ่านกันต่อเล๊ยยย!

สำหรับสมาชิกเข้าระบบ
ชื่อเข้าระบบ หรืออีเมล์ :
รหัสผ่าน :
จำชื่อ สมัครสมาชิกใหม่ ลืมรหัสผ่าน

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

สวัสดีเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนครับ วันนี้ื่ทาง thaihometown  มีสาระดีเกี่ยวกับการกู้ ผ่อนชำระบ้าน กับคนในกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะตกงานอยู่ ฟรีแลนซ์ พนักงานประจำต่างๆ จะผ่อนชำระ กู้ซื้อบ้านได้หรือเปล่าน้า วันนี้เรามีคำตอบให้เพื่อนๆหายสงสัยกันครับ ไปอ่านกันต่อเล๊ยยย! 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เรากำลังผ่อนบ้านเกินฐานะเงินเดือนที่ได้อยู่หรือเปล่า

อยากรู้ว่าผ่อนบ้านเกินฐานะ หรือเงินเดือนที่ได้รับอยู่มั้ย ให้เอาค่าผ่อนต่อเดือนหารรายได้ต่อเดือน ค่าที่ได้แนะนำว่าไม่ควรเกิน 30% เช่น ผ่อนบ้านเดือนละ 9,000 บาท ถ้ามีรายได้เดือนละ 30,000 บาท แสดงว่าค่าผ่อนคิดเป็น 30% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งไม่เกินสัดส่วนผ่อนบ้านที่แนะนำ 

     นอกจากนี้ อาจสังเกตตัวเองดูว่า ตอนนี้ผ่อนบ้านไหวอยู่แค่ไหน รายได้เพียงพอกับค่าผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายประจำวันมั้ย หรือต้องหยิบยืมเงินเพื่อจ่ายค่าผ่อนบ้านหรือไม่ เพราะถ้าเริ่มมีปัญหาเหล่านี้ เริ่มเป็นสัญญาณว่าจะผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องรีบหาทางแก้ไข หารายได้มากขึ้น หรือปรับลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เพื่อให้เหลือเงินจ่ายเป็นค่าผ่อนบ้านมากขึ้น

 

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

คนทำงานฟรีแลนซ์สามารถกู้บ้านได้หรือเปล่า 

ทำงานฟรีแลนซ์ก็สามารถกู้บ้านได้ เพียงแต่ต้องแสดงให้ธนาคารที่เราต้องการกู้บ้านว่า เราทำงานอะไร มีรายได้มากน้อยแค่ไหน โดยเตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญๆ ได้แก่ 

  • หลักฐานแสดงการทำงาน เช่น สัญญาว่าจ้างจากลูกค้า ซึ่งเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันที่มาของรายได้ว่าได้รับจากใคร หรือบริษัทอะไร
  • หลักฐานแสดงรายได้ เช่น ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบเสร็จรับเงิน เอกสารทวิ 50 แสดงการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

     เอกสารเหล่านี้ธนาคารสามารถใช้ประเมินรายได้ของเราทั้งในปัจจุบัน และที่ผ่านมา ยิ่งยอดรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ยิ่งช่วยยืนยันอาชีพการงานที่ทำอยู่ว่ามีความมั่นคงมากขึ้น  

     นอกจากนี้ การเดินบัญชี (Statement) เป็นเอกสารหลักฐานสำคัญอีกตัวหนึ่งที่แสดงถึงความสม่ำเสมอของรายได้ โดยควรเดินบัญชีตลอด ให้มีเงินเข้ามากกว่าเงินออก ไม่ใช่เงินเข้าแล้วออกเลยตลอดเวลา และวันที่เงินเข้าบัญชีควรสอดคล้องกับวันที่รับเงินจากลูกค้า หรือวันจ่ายเงินที่ระบุในสัญญาว่าจ้าง ดังนั้น ถ้ารับเงินค่าจ้างเป็นเงินสด อย่าลืมนำเข้าบัญชีเงินฝาก เป็นการเดินบัญชี เพื่อเป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อ

 

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

ตอนนี้ตกงานกะทันหัน กลัวไม่มีเงินส่งบ้านในอนาคต จะปรึกษากับธนาคารเพื่อให้ลดหย่อนได้หรือเปล่า  

     สามารถปรึกษาธนาคาร ชี้แจงถึงปัญหาการเงินที่กำลังประสบอยู่ เพื่อดูว่าธนาคารมีทางออกอย่างไรให้บ้าง เช่น ขยายระยะเวลาผ่อน เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง โดยธนาคารจะพิจารณาจากประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา จำไว้ว่า อย่าหยุดจ่ายค่าผ่อน หรือเงียบหายไปเลย เพราะธนาคารไม่รู้ว่าเรากำลังมีปัญหาการเงิน โดยถ้าเราเงียบหายไม่จ่ายค่าผ่อนตามกำหนด อาจนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งสร้างปัญหายุ่งยากตามมาได้


วิธีเช็คว่าจะสามารถกู้เงินผ่อนบ้านผ่านหรือเปล่า ต้องทำอย่างไรบ้าง  

     สามารถติดต่อธนาคาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำ Pre Approve ประเมินผลการขอสินเชื่อบ้านเบื้องต้น โดยเตรียมข้อมูลรายได้ ภาระหนี้ปัจจุบัน และข้อมูลราคาบ้านที่สนใจจะซื้อ หรือลองประเมินตัวเองเบื้องต้น โดยให้เกณฑ์ทั่วไปของธนาคารที่ให้มีภาระผ่อนต่อเดือนไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน

     ทั้งนี้ ยิ่งรายได้สูง ธนาคารยิ่งให้มีภาระผ่อนต่อเดือนได้สูง 50-60% ของรายได้ต่อเดือน คิดคร่าวๆ กู้บ้าน 1 ล้านบาท จะผ่อนเดือนละ 7,000 บาท และคิดภาระผ่อนที่ 40% ของรายได้ต่อเดือน ดังนั้น ถ้าไม่มีภาระหนี้อย่างอื่น จะสามารถกู้บ้านได้วงเงินดังนี้  

  • เงินเดือน 17,500 บาท จะกู้บ้านได้ 1 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 7,000 บาท 
  • เงินเดือน 35,000 บาท จะกู้บ้านได้ 2 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 14,000 บาท

ประเมินดูว่า รายได้ตัวเรา ควรซื้อบ้านไม่เกินราคาเท่าไร จะได้เลือกบ้านได้เหมาะสมกับกำลังความสามารถในการผ่อน

 

กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

ความพร้อมในการเงิน เมื่อคิดจะขอกู้บ้าน  เมื่อจะกู้ซื้อบ้าน จะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องการเงิน 3 เรื่องคือ

     1. เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้ 80-90% ของราคาประเมิน ทำให้ผู้ที่จะซื้อบ้านต้องมีเงินดาวน์สักก้อนหนึ่ง 
หรือบางธนาคารอาจมีโปรโมชันให้กู้เต็ม 100% ของราคาบ้าน ไม่ต้องใช้เงินตัวเองก็กู้บ้านได้ แต่ต้องบอกว่า วงเงินกู้ 100% นั้น มักคิดจากวงเงินสินเชื่อบ้าน รวมกับสินเชื่อตกแต่ง ซึ่งสินเชื่อตกแต่งมักมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อบ้าน ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น จึงแนะนำว่า วางเงินดาวน์สักก้อน จะได้ขอสินเชื่อน้อยลง ช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงด้วย 

     2. เงินผ่อน  ผู้ที่จะกู้บ้าน ควรคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ดูว่า หากมีค่าผ่อนบ้านเพิ่มเข้ามา รายได้ที่มียังเพียงพออยู่หรือไม่ หรือสามารถจ่ายค่าผ่อนบ้านต่อเดือนได้แค่ไหนที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือครอบครัวต้องเดือดร้อน เพราะหากผ่อนไม่ไหวขึ้นมา จะส่งผลต่อประวัติการเงินของตัวเราได้โดยทั่วไปธนาคารจะให้ผู้กู้มีภาระผ่อนหนี้ต่างๆ ทั้งบ้าน รถ สินเชื่อบุคคล รวมกันไม่เกิน 40-60% ของรายได้ต่อเดือน

     ทั้งนี้ ตัวเลขผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนที่ K-Expert แนะนำคือ ไม่เกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อไม่เป็นภาระที่หนักเกินไป เพราะเมื่vซื้อบ้านแล้ว ยังต้องบวกค่าประกัน ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำไฟ ค่าตกแต่งซ่อมแซม เพิ่มเข้าไปจากค่าผ่อนด้วย แถมกว่าจะผ่อนบ้านหลังหนึ่งหมดต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นสิบๆ ปี

     3. เงินค่าใช้จ่ายเมื่อกู้ซื้อบ้าน เมื่อตัดสินใจกู้ซื้อบ้าน จะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเงินเอาไว้อีกก้อนหนึ่ง ดังนี้

  • จ่ายให้กรมที่ดิน: ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน ซึ่งค่าโอนนั้น อยู่กับการตกลงของผู้ซื้อและผู้ขาย ส่วนใหญ่ผู้ขายจ่าย หรือจ่ายคนละครึ่ง
  • จ่ายให้ธนาคาร: ค่าประเมินหลักทรัพย์ประมาณ 2,700-3,000 บาท ค่าประกันอัคคีภัยประมาณ 0.35% ของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ ซึ่งค่าอากรแสตมป์ ธนาคารเก็บจากผู้กู้เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร
  • จ่ายให้โครงการ หลักๆ ได้แก่ ค่าประกันมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าประมาณ 5,000-7,000 บาท ค่าส่วนกลางขึ้นอยู่กับขนาดบ้าน และมักเก็บล่วงหน้า 1 ปี เช่น พื้นที่บ้าน 50 ตารางวา ค่าส่วนกลาง 20 บาท/ตารางวา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 12 เดือน เท่ากับว่าผู้ซื้อบ้านต้องจ่ายค่าส่วนกลางปีละ 12,000 บาท 

  กู้ซื้อบ้าน ต้องเตรียมเงินให้พร้อมทั้ง เงินดาวน์ เงินผ่อน และเงินค่า ใช้จ่ายที่ตามมาจากการซื้อบ้าน จะได้ไม่กลายเป็นปัญหาการเงินที่อาจตามมา หวังว่าคำตอบเหล่านี้ จะช่วยให้หลายๆท่านได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่อนบ้าน ซื้อบ้าน จะได้ไม่กลายเป็นปัญหาที่อาจะเกิดจากการที่ท่านไม่รู้นะครับ หรือในอนาคตก็สามารถสอนหรือบอกคนใกล้ตัวได้เช่นกันครับ ไว้โอกาสหน้าเราจะมีสาระดีๆอะไรมาฝากอีกรอติดตามชมได้เลยครับ

 

ขอบคุณความรู้ดีๆจาก : pantip

บทความรายการอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์ Mono Zen Plus ใกล้ทางด่วน และสนามบินสุวรรณภูมิ
  • คอนโด 7 ชั้น ใช้ Solar Cell ส่วนกลาง ที่จอดรถ 200% ใกล้รถไฟฟ้าบางนา
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น ใกล้ทางด่วนบางนา สนามบินสุวรรณภูมิ
  • [สาระควรรู้ที่อยู่อาศัย] รวมบ้านไม่เกิน 1.5 ล้าน ตามนโยบาย "บ้านประชารัฐ" สานฝันให้คนรายได้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง
  • [สาระควรรู้ที่อยู่อาศัย] เคล็ดลับดูแลบ้านช่วงหน้าฝน ไม่ให้ช้ำจนหมดสภาพ
  • [ตกแต่งที่อยู่อาศัย] สารพัดไอเดีย "รางน้ำฝน" มีดีมากกว่าที่คุณคิด
  • [สาระควรรู้ที่อยู่อาศัย] เคล็ดลับเกี่ยวกับรถที่ช่วยให้การไปเที่ยวสงกรานต์ ! ที่คุณต้องขับรถนานๆให้ปลอยภัยราบรื่น
  • [สาระควรรู้ที่อยู่อาศัย] จำเป็นไหม? 7 รายจ่ายในบ้าน ที่จะทำให้สิ้นเปลืองมากไปโดยไม่รู้ตัว
  • สินเชื่อบ้าน ไม่ได้ทำงานประจำขอสินเชื่อได้ไหม?
  • สินเชื่อธนาคารธนชาต บริการสินเชื่อบ้านที่ให้คุณซื้อบ้านมือสอง
  • เรื่องน่ารู้ "สินเชื่อที่อยู่อาศัย" รู้ไว้สักนิดก่อนคิดจะกู้แบงค์ เพื่อขอสินเชื่อไปซื้อบ้านของตัวเอง
  • ซื้อบ้าน กับซื้อรถ เลือกอันไหนก่อนมีข้อคิดมาฝาก
  • สินเชื่อบ้าน Refinance ธนาคารธนชาต สินเชื่อเพื่อไถ่ถอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น
  • เงินเดือนเท่าไหร่? กู้ซื้อบ้านจะได้วงเงินเท่าไหร่?
  • เลือกผ่อนบ้านแบบลอยตัว หรือผ่อนแบบคงที่ ควรเลือกผ่อนแบบไหนดี?
  • กู้ซื้อบ้าน " ดอกเบี้ยบ้าน " ต้องทำความเข้าใจมีรายละเอียดสำคัญมากกว่าที่คิด
  • รีไฟแนนซ์บ้าน อย่าเชื่อ! ข้อมูลจากธนาคารทั้งหมด ต้องคำนวณให้ดีเพื่อให้มีเงินเหลือ
  • กู้ซื้อบ้านจะผ่านรึเปล่า ! ผ่อนต่อจะรอดไหม !

    Thaihometown.com
    ติดต่อฝ่ายโฆษณา
    094-653-5451
    083-154-6699
    064-952-9929
    062-479-2238
    099-141-9891
    02-574-4829
    © สงวนลิขสิทธิ์ 2561 บริษัท ไทยโฮมทาวน์ จำกัด
    Scroll