สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ผู้ซื้อบ้าน โดยทั่วไป มักจะไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะชำระค่าบ้าน ดังนั้นเมื่อได้ตัดสินใจซื้อบ้านโดย ชำระเงินดาวน์ ประมาณ 20-30% ของราคาแล้ว เงินก้อนใหญ่ที่เหลือประมาณอีก 70-80% ที่จะจ่ายให้ กับเจ้าของโครงการหรือผู้ขายก็จะต้องไปขอกู้จากสถาบันการเงินประเด็น ก็คือ จะไปขอกู้เงินที่ไหนดี?

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

การขอกู้ซื้อบ้าน เตรียมตัวอย่างไร กู้เงินที่ไหนดี?

ผู้ซื้อบ้าน โดยทั่วไป มักจะไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะชำระค่าบ้าน ดังนั้นเมื่อได้ตัดสินใจซื้อบ้านโดย ชำระเงินดาวน์ ประมาณ 20-30% ของราคาแล้ว เงินก้อนใหญ่ที่เหลือประมาณอีก 70-80% ที่จะจ่ายให้ กับเจ้าของโครงการหรือผู้ขายก็จะต้องไปขอกู้จากสถาบันการเงินประเด็น ก็คือ จะไปขอกู้เงินที่ไหนดี?

1. จะกู้เงินต้องรอบคอบไว้ก่อน

    คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้าน หรือได้ตัดสินใจซื้อและผ่อนดาวน์ค่าซื้อบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว ช่วงต่อมาคุณก็จะต้องหาเงินกู้ในส่วนที่ขาดเพื่อชำระราคาให้กับผู้ขาย ซึ่งในการกู้เงิน จำเป็นที่จะต้องกระทำอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความฝันในการมีบ้านเป็นของตนเองเป็นความจริง อย่างยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง การกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน มีประเด็นที่จะต้องทำความเข้าใจ หรือตัดสินใจหลายประการ ดังเช่น จะกู้จำนวนเท่าใด จะกู้ระยะเวลานานเท่าใด จะกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวดีกว่า จะต้องผ่อนชำระเงินงวดเท่าใด เงินงวดที่ผ่อนสัมพันธ์อย่างไรกับวงเงินกู้ ระยะเวลากู้ และอัตราดอกเบี้ย จะกู้เงินกับธนาคารไหนดี การกู้เงินต้องมีหลักฐานอะไร ใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้รับการอนุมัติกู้ ธนาคารใช้หลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาอนุมัติกู้ หรือหากยื่นกู้แล้วธนาคารไม่อนุมัติกู้ หรือกู้ได้น้อยจะทำอย่างไร กู้เงินทำไมต้องมีการประเมินค่าและทำจำนองด้วย ในการกู้เงินต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง เหล่านี้เป็นต้น สำหรับเอกสารคู่มือนี้ มุ่งจะให้คุณทราบถึงแนวทางเบื้องต้นในการเลือกสถาบันการเงิน ประเภทของสินเชื่อ กลไกสินเชื่อ รวมทั้งขั้นตอนการยื่นกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจนกระทั่งคุณได้รับเงินกู้ 

2. การเลือกสถาบันการเงิน

    สถาบันการเงินที่จะให้คุณกู้เพื่อซื้อบ้านมีจำนวนมาก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งปัจจุบัน สถาบันการเงินเหล่านี้ ต่างก็แข่งขันกันในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ประชาชน ประเด็นคือ คุณควรจะกู้ที่ไหนดี ที่จะช่วยให้เกิดการประหยัดเงินมากที่สุด และคุณได้รับความสะดวกสบายที่สุด ทั้งมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เงื่อนไขการกู้ และค่าใช้จ่ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้น จากนั้น จึงเลือกสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์กับคุณมากที่สุด และเมื่อคุณติดต่อขอข้อมูลจากสถาบันการเงินเหล่านี้ โดยอาจพิจารณาจากเอกสารโบรชัวร์การโทรศัพท์สอบถาม การเข้าดู web site สถาบันการเงินหรือดูจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือนิตยสารเกี่ยวกับการซื้อบ้าน คุณอาจสงสัยว่าแต่ละสถาบันการเงินมีอัตราเงินกู้ที่แตกต่างกัน และยังมีเงื่อนไขการกู้และ ค่าใช้จ่ายต่างๆที่แตกต่างกันด้วย

3. การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขการกู้ และการให้บริการต่างๆ 

    การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ระหว่างสถาบันการเงินต่างๆนั้น ค่อนข้างจะซับซ้อนพอ สมควร ดังนั้น เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเงินกู้ดีขึ้น จึงขอนำเสนอรายการหลักๆประกอบการพิจารณา ดังนี้ ประเภทอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย เงินกู้ที่เสนอในตลาด มักมีอัตราดอกเบี้ยหลายแบบแตกต่างกัน ให้ลูกค้าเลือก ดังนี้

    1) เงินกู้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate loan) 
       หมายถึง เงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนด ณ ปัจจุบัน ตามประกาศนั้น จะใช้ไประยะหนึ่ง และต่อมาภายหลัง (ในช่วง 20-30 ปี) อาจปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ซึ่งการปรับใหม่นี้ จะปรับเมื่อใดนั้น ไม่สามารถจะทราบได้ ในบางปี อาจมีการปรับหลายครั้ง บางปีไม่มีการปรับเปลี่ยนเลยก็ได้ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อเงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนได้ โดยเฉพาะหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นในภายหลังเงินงวดที่ชำระรายเดือนเดิมอาจต้องมีการปรับสูงขึ้นได้

    2) เงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate loan) 
     2.1 อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ หมายถึงเงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หรือตายตัวตามประกาศของสถาบันการเงิน  ณ ขณะกู้ โดยไม่ปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ดังนั้น เงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือน ก็จะคงที่ตลอดระยะเวลากู้นาน 5-10-15-20 ปี ตามแต่ผู้กู้จะเลือก 

     2.2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
     หมายถึง เงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ระยะสั้นประมาณ 1-5 ปี หลังจากนั้น จะปรับเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งอาจจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้ ทั้งนี้ จะเป็นไปตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ณ ขณะนั้น

     2.3 อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันใดในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
       หมายถึง เงินกู้ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ระยะสั้นประมาณ 1-5 ปี แต่ในระหว่างนี้ อาจกำหนดคงที่แบบขั้นบันได เช่น คงที่ 3 ปี ปีแรกเท่ากับ 3.25% ปีที่สอง 4.25% ปีที่สาม 5.25% เป็นต้น หลังจากนั้น จะปรับเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งอาจจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้ ทั้งนี้ จะเป็นไปตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงิน ณ ขณะนั้น

4. การยื่นกู้

หลังจากที่คุณพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขการให้กู้ และการให้บริการต่างๆแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกกู้กับสถาบันการเงินที่คุณพอใจต่อไป ซึ่งในการนี้ จะมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
    4.1 การเตรียมหลักฐานประกอบคำขอกู้ ในการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้โดยครบถ้วน ได้แก่ 
        1) หลักฐานประจำตัว ได้แก่
           - สำเนาทะเบียนบ้าน
           - บัตรประจำตัว
           - ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณะบัตร 
           - สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี) 
 2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
        ก. ผู้มีรายได้ประจำ 
           - ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง 
           - สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
        ข. ผู้มีอาชีพอิสระ 
           - สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
           - บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน 
           - หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ 
      
3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย 
           - สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
           - แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
           - สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
           - ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด
           - รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง 
      4) หลักฐานอื่นๆ 
      กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
           - แบบก่อสร้างอาคาร 
           - หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
           - หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร 
      กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
           - สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม 
           - statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6 เดือนสุดท้าย
      กรณีมีผู้กู้ร่วม 
             จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วย โดยปกติ ผู้ขอกู้จะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆดังกล่าว โดยครบถ้วนในวันยื่นกู้หากไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รับเรื่อง หรืออาจรับเรื่องไว้และให้ผู้ขอกู้นำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขอกู้ควรจะนำมาให้เจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน เพื่อจะไม่ทำให้การวิเคราะห์และอนุมัติกู้ล่าช้าออกไป 

      เนื่องจากมีธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆจำนวนมาก ที่แข่งขันกันปล่อยกู้ กรณีที่ผู้ซื้อ ซื้อบ้านใหม่ จากโครงการจัดสรร หรือซื้อผ่านบริษัทตัวแทนนายหน้า ทางบริษัทเหล่านี้ มักจะติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นแหล่งสินเชื่อให้เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้า ในการกู้เงิน ซึ่งส่วนใหญ่สถาบันการเงินนี้ ก็คือ ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุนที่สนับสนุนทางการเงินในการ พัฒนาโครงการ นั่นเองหากจะถือเอาความง่าย สะดวกรวดเร็วผู้ซื้ออาจขอกู้จากสถาบันการเงินที่ผู้ขายจัดบริการไว้ก็ได้

      โดยผู้ขายมักจะให้ใบตาราง การกู้เงิน (หรือโบรชัวร์จากธนาคาร) แก่ผู้ซื้อพิจารณา ซึ่งระบุจำนวนเงินดาวน์ และจำนวนเงินที่จะขอกู้ จากธนาคาร ว่าถ้ากู้เงิน จำนวนเท่าใด ระยะเวลาเท่าใด (10 ปี 15 ปี 20 ปี เป็นต้น) อัตราดอกเบี้ยเท่าใด จะผ่อนเดือนละเท่าใด แต่ผู้ซื้อ ก็ไม่จำเป็นต้องไปกู้ จากธนาคารที่เขาติดต่อไว้ให้ก็ได้หากเห็นว่าอัตราดอกเบี้ย เงินกู้สูงกว่าธนาคารอื่น เพราะผู้กู้มีสิทธิเต็มที่ ที่จะเลือกกู้จากธนาคารใดก็ได้ ตามที่ตน เห็นว่าเหมาะสมและจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ตนในการกู้เงิน เพื่อซื้อบ้าน 


       เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วอย่าลืมโทรศัพท์สอบถามไปยังธนาคารที่ตนสนใจกู้ โดยตรงด้วย หรือเข้าไปขอเอกสารรายละเอียดจาก ธนาคารที่อยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานของตนเพื่อจะได้รู้รายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจนมากขึ้น 


ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ข่าว บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  • "พฤกษาปลื้ม" ยอดขายพุ่งแรง! "PRUKSA D-DAY SALE" จัดเต็ม 4 วัน ทะลุกว่า...
  • [สาระควรรู้ทั่วไป] 7 เทคนิคเจาะเสาเข็มก่อสร้าง ให้แข็งแรงทนทาน มั่นใจความแข็งแกร่ง ของทุกโครงการก่อสร้าง
  • [สาระควรรู้ทั่วไป] กูรูแนะนำ! ห้องแบบไหน เหมาะแอร์ 4 ทิศทาง Mitsubishi Heavy Duty พร้อมแนะนำจุดเด่นของฟังก์ชันต่างๆ
  • [ตกแต่งที่อยู่อาศัย] ข้อควรรู้ การเลือกระแนงไม้เทียม ให้เหมาะสมกับบ้าน ลักษณะการใช้งานก่อนติดตั้ง คำนึงถึงสภาพแวดล้อมอย่างไร
  • [ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย] 9 ต้นไม้มงคล ปลูกหลังบ้านได้ บริเวณรอบบ้านก็ดี ช่วยเสริมสิริมงคล เพิ่มความร่มรื่น รับอากาศสดชื่น
  • สินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง เงินเดือนขั้นต่ำจ่ายไหว
  • สร้างบ้านในฝัน สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นเพียง 1.99%
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกรุงไทย วงเงินสูงสุด 100% ดอกเบี้ยเริ่ม 1.99%
  • สานฝันคนอยากมีบ้าน สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน 40 ปี
  • สินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย สมัครง่าย อนุมัติไว ตัวช่วยการเงินคนไทย
  • พลิกชีวิต "สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน" เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อนฉุกเฉิน บ้านยังอยู่เหมือนเดิม
  • ข้อควรรู้ "กู้ร่วม" เพิ่มโอกาสให้มีบ้าน ทางเลือกที่ช่วยให้ได้วงเงินกู้สูงขึ้น
  • ธอส.จัด 5 สินเชื่อบ้าน 2568 ให้ผู้สูงอายุมีบ้าน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนเริ่มล้านละ 3,200 บาท
  • "รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026" สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ที่เดียวจบ ค...
  • ททท. ร่วมงาน ‘B.Duck Playful 20th’ แท็กทีม "น้องสุขใจ–น้องรักยิ้ม" มาสคอต ปักหมุดแลนด์มาร์กร่วมเสิร์ฟควา...
  • หุ่นยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำความสะอาด บริการลูกค้า รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
  • 7 เทคนิคเจาะเสาเข็มก่อสร้าง ให้แข็งแรงทนทาน มั่นใจความแข็งแกร่ง ของทุกโครงการก่อสร้าง
  • MQDC เปิดตัว "Mulberry Grove The Forestias Condominiums" คอนโดซูเปอร์ลักชัวรี ชูแนวคิด Nurturing Multi-Generat...
  • บ้านร้างญี่ปุ่น 9 ล้านหลังทั่วประเทศ ขายในราคาถูก บางหลังยกให้ฟรี สะท้อนวิกฤตด้านโครงสร้างประชากร
  • SC รับยอดโอน "โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9" สะสมกว่า 50% พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ COBE Community คอนโดแบรนด์ใหม่ ตอบโจ...
  • "พฤกษาปลื้ม" ยอดขายพุ่งแรง! "PRUKSA D-DAY SALE" จัดเต็ม 4 วัน ทะลุกว่า 2,100 ล้าน เดินหน้าต่อแคมเปญ ...
  • กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมปลูกป่าชายเลน ลดโลกร้อน
  • กูรูแนะนำ! ห้องแบบไหน เหมาะแอร์ 4 ทิศทาง Mitsubishi Heavy Duty พร้อมแนะนำจุดเด่นของฟังก์ชันต่างๆ
  • การขอกู้ซื้อบ้าน เตรียมตัวอย่างไร กู้เงินที่ไหนดี?

    ผู้ซื้อบ้าน โดยทั่วไป มักจะไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะชำระค่าบ้าน ดังนั้นเมื่อได้ตัดสินใจซื้อบ้านโดย ชำระเงินดาวน์ ประมาณ 20-30% ของราคาแล้ว เงินก้อนใหญ่ที่เหลือประมาณอีก 70-80% ที่จะจ่ายให้ กับเจ้าของโครงการหรือผู้ขายก็จะต้องไปขอกู้จากสถาบันการเงินประเด็น ก็คือ จะไปขอกู้เงินที่ไหนดี?

    @thaihometown Scroll