
เมื่อได้ทำการซื้อบ้าน ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียมแล้ว ผู้ซื้อบ้าน ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม มีหน้าที่ต้องชำระค่าส่วนกลางซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่เจ้าของร่วมทุกคนต้องปฏิบัติ โดยจะคำนวณเก็บตามอัตราส่วนหรือเนื้อที่ที่ระบุในหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นตารางเมตร ประเด็นเกี่ยวกับ “ค่าส่วนกลาง” สำหรับผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรมีปัญหาสารพัด และข้อขัดแย้งในเรื่องนี้ระหว่าง “เจ้าของโครงการ” หรือผู้ดำเนินการจัดสรรกับ “ผู้ซื้อ” หรือลูกบ้านก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ

แม้กระทั่งการจัดตั้ง “นิติบุคคล” ขึ้นมาบริหารหมู่บ้านแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก็ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอ ค่าส่วนกลางที่เก็บนั้นจะนำไปชำระค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค่าทำความสะอาด ค่าจัดเก็บขยะมูลฝอย ค่ายามรักษาความปลอดภัย เงินเดือนพนักงาน รวมถึงการดูแลระบบการจ่ายน้ำ-ไฟไปยังห้องชุดย่อยๆ ค่าภาษีอากรต่างๆ

ภาพจาก recklessabandoncook
1. ปลูกผักสวนครัวในน้ำ
ทุกคนอาจจะเคยชินกับการปลูกผักลงดินมาตลอด แต่ในปีนี้เทรนด์การปลูกผักจะเปลี่ยนไป เนื่องจากคนหันมากินผักปลอดสารพิษกันมากขึ้น ฉะนั้นการปลูกผักในน้ำจึงกลายเป็นเทรนด์ที่เริ่มมีคนสนใจมากขึ้น
2. ปลูกลงแปลงแทนการปลูกลงดิน
แม้การปลูกต้นไม้จัดสวน ลงดินจะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีกว่า แต่กว่าต้นไม้จะโตก็อาจโดนพวกสัตว์หรือเหล่าแมลงกัดกินจนตายไปเสียก่อน ฉะนั้นในปีนี้ลองหันมาปลูกในแปลงปลูกผักแบบมีฐานดู อาจจะทำให้ได้พืชผักที่สมบูรณ์และมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาก็ได้นะ
3. นำของเก่ามารีไซเคิล
ก่อนหน้านี้อาจเคยซื้อของมาจัดสวนตลอด แต่ในปีนี้ใคร ๆ ก็มีสวนสวย ๆ ได้ในราคาประหยัด โดยการมองหาวัสดุเก่า ๆ ในบ้านมารีไซเคิลเป็นของจัดสวนชิ้นใหม่ ของเก่าที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องมีสภาพสมบูรณ์ก็ได้ เพราะพวกกระถางแตก กิ่งไม้ หรือเศษไม้เก่า ๆ ก็เอามาประยุกต์ใช้ใหม่ได้เหมือนกัน
4. เน้นจัดสวนในพื้นที่แคบ
ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะคิดว่าการจัดสวนต้องใช้พื้นที่กว้าง ๆ แบบสนามหญ้าโล่ง ๆ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น หน้าบ้านแคบ ๆ ระเบียงคอนโด หรือแม้แต่ในห้องพักก็จัดสวนในพื้นที่จำกัดได้ทั้งนั้น
5. ใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี
แม้การทำสวนจะเสี่ยงเจอกับอุปสรรคมากมายอย่างดินไร้คุณภาพและศัตรูพืชอยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีและน้ำยากำจัดศัตรูพืชเคมีสักหน่อย อันที่จริงแล้วเราสามารถลงมือทำเองได้ เช่น DIY บ่อหมักปุ๋ยเอาไว้ในบ้านเพื่อใส่เศษอาหาร เศษใบไม้ น้ำ น้ำตาล และหมักไว้ประมาณ 30 วันก็นำไปใช้ ส่วนน้ำยากำจัดศัตรูพืชนั้นให้นำกระเทียมไปต้มในน้ำเปล่ารวมกับใบสะระแหน่และพริกไทยอีกเล็กน้อย เมื่อเดือดให้ยกลงและทิ้งไว้ให้เย็นตัว จากนั้นเทใส่ขวดสเปรย์นำไปฉีดที่ใบและใต้ต้นที่แมลงกัดกิน
6. เน้นปลูกไม้ประดับมากกว่าไม้ดอก
การจัดสวนให้มีแต่ดอกไม้สีสันจัดจ้านอาจจะดูเชยไปแล้วในยุคนี้ เพราะเทรนด์สีโทนอ่อนนุ่มสไตล์ธรรมชาติมันกลับมามีบทบาทกับการทำสวน ดังนั้นหากจะเลือกต้นไม้หรือพรรณพืชมาปลูกก็ขอให้เน้นเป็นไม้ประดับใบเขียวมาจัดสวนก็ไม่ตกเทรนด์แล้วค่ะ
7. ลดการใช้น้ำ
เทรนด์จัดสวนปีนี้นอกจากจะเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานด้วย เพราะอย่างที่รู้กันว่าการจัดสวนก็เป็นเรื่องที่ใช้น้ำไม่น้อยเหมือนกัน ฉะนั้นต้นไม้จัดสวนที่นำมาปลูก ควรเป็นพืชที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อนและทนแล้งได้ดี
8. ติดไฟประดับในสวน
ต่อให้สวนสวยแค่ไหนก็คงไม่มีใครเดินเข้าชมสวนมืด ๆ ในตอนกลางคืนแน่นอน ฉะนั้นมาทำให้สวนน่านั่งและเป็นที่พักผ่อนของเราได้ตลอดทั้งวัน ด้วยการติดไฟประดับสวนกันค่ะ ซึ่งการจัดไฟในสวนคุณก็สามารถทำเองได้เลยไม่ต้องง้อช่าง
9. จัดสวนแบบยั่งยืน
ก่อนลงมือจัดสวนควรศึกษาข้อมูลของต้นไม้จัดสวนแต่ละพันธุ์ให้ดีเสียก่อน เพราะไม้ดอกไม้ประดับบางต้นเป็นไม้ล้มลุกที่ให้ความสวยงามแค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว หากไม่อยากจัดสวนบ่อย ๆ ลองเปลี่ยนมาปลูกไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาดู แม้จะไม่มีสีสันจัดจ้านมากนักแต่รับรองว่าอยู่คู่บ้านคุณไปอีกนานเลยล่ะ
10. เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
ในทุก ๆ ปีจำนวนน้องหมาที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งต้นเหตุก็มาจากการที่น้องหมาเข้ามาวิ่งเล่นในสวนและไปสัมผัสสารเคมีอันตรายนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยจงอย่ารอให้สัตว์เลี้ยงที่เรารักต้องเป็นอะไรกันอีกเลย ด้วยการหาต้นไม้ที่ไม่มีพิษไม่มีภัยกับสัตว์เลี้ยงมาปลูก แต่ถ้าไม่แน่ใจในความปลอดภัยก็ควรหาแผงกั้นมาป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปวิ่งเล่นในสวนมาใช้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, Gardendesign, Lewisginter, Anoregoncottage และThaicityfarm