
การซื้อบ้านร่วมกันเปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่สำคัญของชีวิตคู่ เป็นการวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงและแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตเคียงข้างกัน แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็มาพร้อมกับภาระผูกพันและความรับผิดชอบร่วมกันที่คู่รักต้องเผชิญก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คู่รักควรมีการศึกษาข้อมูล วางแผน และปรึกษาหารือกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยบทความนี้จะแยกเป็น 2 กรณีคือ กรณีจดทะเบียนสมรสและกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส
กรณีจดทะเบียนสมรส
1. การปรึกษาและการตกลง


- พูดคุยเรื่องเป้าหมาย ความต้องการ งบประมาณ และความรับผิดชอบร่วมกันอย่างเป็นทางการ
- ตกลงเรื่องสัดส่วนการผ่อนชำระ การแบ่งปันค่าใช้จ่าย และการตัดสินใจสำคัญอย่างชัดเจน
- เลือกชื่อที่ต้องการให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันโดยคำนึงถึงผลได้ผลเสีย
2. การเตรียมเอกสาร

- เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
- เตรียมสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ (ถ้ามี)
- เตรียมสำเนาทะเบียนสมรส
- เตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์ (กรณีไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน)
3. การเปรียบเทียบสินเชื่อ
- ศึกษาข้อมูลสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ อย่างละเอียด
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขอื่นๆ อย่างรอบคอบ
- เลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถทางการเงิน
4. การยื่นขอสินเชื่อ

- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
- ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่เลือกไว้
- รอผลอนุมัติ
5. การดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์
- เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- นัดหมายโอนกรรมสิทธิ์กับธนาคาร
- ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ
กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส
1. การปรึกษาและการตกลง

- พูดคุยเรื่องเป้าหมาย ความต้องการ งบประมาณ และความรับผิดชอบร่วมกันอย่างเป็นทางการ
- ตกลงเรื่องสัดส่วนการผ่อนชำระ การแบ่งปันค่าใช้จ่าย และการตัดสินใจสำคัญอย่างชัดเจน
- เขียนสัญญาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันโดยควรมีทนายความช่วยร่าง
2. การเตรียมเอกสาร
- เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
- เตรียมสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ (ถ้ามี)
- เตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์ (เช่น ภาพถ่าย ใบเสร็จรับเงินที่อยู่ร่วมกัน)
3. การเปรียบเทียบสินเชื่อ
- ศึกษาข้อมูลสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่างๆ อย่างละเอียด
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขอื่นๆ อย่างรอบคอบ
- เลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถทางการเงิน
4. การยื่นขอสินเชื่อ
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
- ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่เลือกไว้
- รอผลอนุมัติ
5. การดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์
- เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- นัดหมายโอนกรรมสิทธิ์กับธนาคาร
- ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ
ข้อควรระวัง!!!
- ศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบสินเชื่ออย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
- ตกลงเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
- ปรึกษาทนายความเพื่อเขียนสัญญาที่ชัดเจน (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส)
- เผื่อเงินสำรองไว้สำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ





















สรุป
การซื้อบ้านร่วมกันเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องมีการเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องของสินเชื่อ การผ่อนชำระ และการแบ่งปันค่าใช้จ่าย คู่รักควรปรึกษาหารือกันอย่างรอบคอบ ตกลงเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และเผื่อเงินสำรองไว้สำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
กรณีจดทะเบียนสมรส ขั้นตอนจะง่ายกว่ากรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพราะสามารถกู้ร่วมได้โดยไม่ต้องทำสัญญาเพิ่มเติม
กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส ควรเขียนสัญญาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต