
"ตู้ยาสามัญประจำบ้าน" เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมีติดไว้ และถ้าจะให้ลิสต์จริงๆ คงมีของจำเป็นจำนวนหลายชิ้นที่ต้องอยู่ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน นอกจากนั้นแต่ละครอบครัวอาจมีสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่จะแนะนำต่อไปนี้คือสิ่งจำเป็นและควรมีติดตู้ไว้เสมอ

ยา
เป็นยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ เพื่อใช้ในกรณีที่ลูก หลานเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ

1. ยาแก้ไอ
ของเหลว ยาอม ลูกอมแก้ไอ เครื่องทำไอระเหย และการอาบน้ำร้อน อาจช่วยบรรเทาอาการไอได้ ยาแก้ไออาจช่วยได้เช่นกัน แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะให้ยาแก่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ

2. ยาบรรเทาอาการไข้
ยารักษาโรค เช่น พาราเซตามอลและไอบูโพรเฟน อาจช่วยลดอาการปวดได้ หลีกเลี่ยงการให้แอสไพรินแก่เด็กเนื่องจากอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่ร้ายแรงและพบได้ยาก

3. ยาแก้ปวด
ยารักษาโรคที่อาจช่วยลดอาการปวดศีรษะรวมถึงแอสไพริน พาราเซตามอล และไอบูโพรเฟน การพักผ่อนในห้องที่มืดอาจช่วยได้เช่นกัน คำเตือนเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก: หากคุณคิดว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออก โปรดไปพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน

4. ยาแก้แพ้
เป็นกลุ่มยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ใช้รักษาและระงับอาการโรคภูมิแพ้และอาการแพ้อื่น ๆ ซึ่งเกิดจากการหลั่งสารฮิสตามีนออกมาเมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้เกิดอาการคัน จาม มีน้ำมูก น้ำตาไหล บางรายอาจมีฮิสตามีนในท่อหลอดลมบริเวณคอจนทำให้หายใจลำบาก นอกจากนี้ ยังใช้ยาแก้แพ้รักษาอาการป่วยจากการเดินทางหรือการเคลื่อนไหว เช่น เมารถ เมาเรือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอาจใช้ยาชนิดนี้รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนให้นอนหลับง่ายขึ้น เนื่องจากยาแก้แพ้บางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการง่วงได้

5. ยาแก้ท้องเสีย
การทดแทนของเหลวที่สูญเสียไปด้วยของเหลวทดแทนโดยการรับประทาน (Oral Rehydration Solution หรือ ORS) อาจช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้ ยาแก้ท้องร่วง เช่น โลเพอราไมด์ อาจช่วยได้เช่นกัน

6. ยาลดน้ำมูก
ยารักษาอาการน้ำมูกไหล หรือยาลดน้ำมูก มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของยาแอนติฮีสตามีน และยาลดการคั่งของน้ำมูก ยาแก้แพ้ หรือยาแอนติฮีสตามีน หรือยาต้านฮีสตามีน ยาจะไปป้องกันไม่ให้ฮิสตามีนจับกับตัวรับฮิสตามีนที่อวัยวะต่างๆ ช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ ปัจจุบันยาต้านฮีสตามีน แบ่งเป็น 3 รุ่น

ยาอื่นๆ
อย่างโลชั่น ขี้ผึ้ง หรือครีมที่คุณสามารถใช้กับบาดแผลเล็กน้อย รอยถลอก รอยฟกช้ำ ยาหยอดตา นั่นยังรวมไปถึงน้ำมัน หรือโลชั่นอื่นๆ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและยุง รวมไปถึงอาการจากผิวแห้ง นอกจากนั้นยังอาจรวมครีมบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

7. คาลาไมน์
คาลาไมน์โลชั่น หรือ ยาคาลาไมน์ (Calamine lotion) เป็นยาน้ำแขวนตะกอน (แป้งน้ำสีชมพู) ที่ใช้บรรเทาอาการคันตามผิวหนัง เช่น ผดผื่นคัน ลมพิษ ผื่นแพ้ อีสุกอีใส เริม งูสวัด เป็นต้น โดยมีตัวยาสำคัญ คือ ซิงค์ออกไซด์ (Zinc oxide) หรือซิงค์คาร์บอเนต (Zinc Carbonate) และยังมีตัวยาอื่นที่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการรักษา เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine HCL) หรือคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ที่เป็นยาแก้แพ้, การบูร (Camphor) และเมนทอล (Menthol Crystal) ที่มีสรรพคุณแก้ปวดแก้คันทำให้เย็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรตำรับของแต่ละบริษัทยาว่าขึ้นทะเบียนยาอย่างไร

8. ครีมต้านเชื้อแบคทีเรีย
ยาปฏิชีวนะ หรือ แอนตี้ไบโอติก (Antibiotic) คือ ยารักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อโดยทั่วไปแล้วหมายถึง เชื้อแบคทีเรีย ปัจจุบันมีการใช้คำอื่นทดแทน คือ ยาต้านจุลชีพ หรือ ยาต้านจุลินทรีย์ (Antimicrobial) โดยยากลุ่มนี้ จะใช้เมื่อแพทย์ให้การวินิจฉัย หรือ คาดว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ในสังคมไทยประชาชนทั่วไปมัก เรียกยากลุ่มนี้เป็นยาแก้อักเสบทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการใช้ยานี้จะทำให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้นเพราะยาจะไป รักษาหรือแก้การอักเสบซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ยาปฏิชีวนะที่เป็นที่คุ้นเคยและผู้ป่วยมักซื้อใช้เองได้แก่ อะม็อกซี ซิลลิน (amoxicillin) อ็อกเมนติน (augmentin) นอร์ฟล็อกซาซิน (norfloaxacin) เตตร้าซัยคลิน (tetracycline) อะซี โทรมัยซิน (azithromycin) เป็นต้น

9. ครีมต้านเชื้อรา
อาการคันที่พบบ่อยเกิดจากเชื้อราชนิดต่าง ๆ สามารถรักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อราหลายชนิด เช่น โคไตรมาโซล(clotrimazole) ฟลูโคนาโซล (fluconazole) ไอทราโคนาโซล (itraconazole) โดยหนึ่งในชนิดยาที่รักษาเชื้อรา คือ “คีโตโคนาโซล” (Ketoconazole)

10. ยาหยอดตา
กลุ่มยาสเตียรอยด์
- ใช้เพื่อลดการ #อักเสบ ในกรณีที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ #ความดันตาสูง และเกิดเป็น #ต้อหิน ได้ จึงควรได้รับการตรวจวัดความดันตาอย่างสม่ำเสมอ และหากนำไปใช้หยอดผิดประเภท เช่น นำไปหยอดในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ อาจทำให้การติดเชื้อแย่ลงได้ โดยเฉพาะเชื้อราและเชื้อเริม นอกจากนี้ยังทำให้การกำจัดเชื้อทำได้ยากขึ้นเช่นกัน
กลุ่มยาแก้แพ้
- ยากลุ่มนี้ใช้เพื่อรักษา #อาการภูมิแพ้ที่เยื่อบุตา #ลดอาการระคายเคือง #ตาแดง ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรง จักษุแพทย์อาจให้หยอดสเตียรอยด์เพื่อลดอาการอักเสบร่วมด้วย ในกรณีนี้ควรได้รับการวัดความดันตาอย่างสม่ำเสมอ
กลุ่มน้ำตาเทียม
- ใช้ในผู้ที่มีอาการ #ตาแห้ง ระคายเคืองตา เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย เพียงแต่ผู้ใช้ควรต้องทราบก่อนว่าอาการตาแห้งมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด หากเป็นเพียงเล็กน้อย สามารถหยอดน้ำตาเทียมที่มีลักษณะเป็นขวดได้ น้ำตาเทียมแบบขวดจะผสมสารกันบูดไว้ด้วยและจะมีอายุหนึ่งเดือนหลังเปิดใช้ ไม่ควรใช้เกินวันละ 4 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวกระจกตาหลุดร่อนได้
หมายเหตุ ...ทั้งนี้การใช้ยาหยอดตาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน

11. ยาไล่แมลง
สารขับไล่แมลง เป็นสารที่ทาบนผิวหนัง เสื้อผ้าหรือพื้นผิวอื่น ซึ่งทำให้แมลง (และสัตว์ขาปล้องทั่วไป) บนลงมาเกาะหรือปีนบนพื้นผิวนั้นน้อยลง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สารขับไล่แมลงที่ใช้การสร้างเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัลตราซาวน์ (เสียงความถี่สูงกว่าที่มนุษย์จะได้ยิน) ทว่า การศึกษาโดยสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐและหลายมหาวิทยาลัยพบว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไม่มีผลขับไล่ยุง[1] สารขับไล่แมลงช่วยป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคที่มาจากแมลง เช่น มาลาเรีย โรคไลม์ ไข้เด็งกี กาฬโรคที่ต่อมน้ำเหลือง และไข้ไนล์ตะวันตก สัตว์รังควานที่มักเป็นพาหะของโรคที่กล่าวมารวมถึงหมัด แมลงวันและยุง ตลอดจนหมัด

12. ครีมกันแดด
เป็นสารที่ช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสีจากดวงอาทิตย์ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ผิวได้ สารกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. Chemical sunscreen และ 2. Physical sunscreen
สารกันแดด ทั้งสองกลุ่มมักถูกพูดถึงในฐานะส่วนผสมของครีมกันแดด เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการป้องกันแดด โดยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารกันแดด ผู้ผลิตและผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับค่า sun protection factor (SPF), water resistance, waterproof ทั้งนี้ สมาคมแพทย์ผิวหนังของสหรัฐฯ แนะนำว่าคุณควรจะมองหาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป สามารถกันรังสีได้ทั้ง UVA และ UVB หรือที่เขียนบนผลิตภัณฑ์ว่า “broad spectrum” และมีคุณสมบัติกันน้ำ
ค่า SPF ที่ย่อมากจาก sun protection factor นั้น เป็นค่าที่บ่งบอกอัตราร้อยละที่ครีมกันแดดนั้นสามารถบล็อกรังสี UV ได้ เมื่อเทียบกับการไม่ทาอะไรเลย เช่น SPF 30 นั้นจะเท่ากับว่ามันสามารถยับยั้งรังสีจากแสงแดดได้ 30 เท่าเมื่อเทียบกับการไม่ทาอะไรเลย AAD ระบุว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 นั้นสามารถป้องกันได้อย่างเพียงพอ โดยมันสามารถบล็อกรังสีจากดวงอาทิตย์ได้มากถึงราว 97% โดยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่านี้ก็จะเพิ่มอัตราการป้องกันขึ้นเพียงเล็กน้อย

13. ปิโตรเลียมเจล
ปิโตรเลียมเจลมีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณจึงนิยมนำมาผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมของยาหม่อง ใช้เคลือบเสื้อผ้า และนำมาทำเทียนไขได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสนิมและลดเสียงดังจากการเปิดปิดประตูหน้าต่างได้อีกด้วย

14. ครีมทากล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants หรือ Skeletal Muscle Relaxants) คือ กลุ่มยาที่ใช้ลดหรือผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อ ยาส่วนใหญ่จะมีผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ ในขณะที่ยาบางตัวมีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทบริเวณไขสันหลังที่ใช้ควบคุมกล้ามเนื้อ โดยตัวอย่างยารักษาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ไดอะซีแพม (Diazepam) บาโคลเฟน (Baclofen) แดนโทรลีน (Dantrolene) ทิซานิดีน (Tizanidine) โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) และสารที่สกัดจากกัญชา ซึ่งเป็นยาในกลุ่มควบคุม ต้องใช้ภายใต้คำสั่งจากแพทย์เท่านั้น

เครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องมี เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
15. ผ้าพันแผล
16. เทปกาวทางการแพทย์
17. น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับทำความสะอาดแผล
18. สำลี
19. แอลกอฮอล์
20. กรรไกรคู่เล็ก
21. แหนบ
22. ไอซ์แพ๊ค หรือฮอตแพ๊ค