
บ้านคือคำง่ายๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ คำง่ายๆ ที่เราใช้ประจำ ซ้ำไปซ้ำมา เมื่อพูดถึงบ้าน เราก็จะนึกถึงสถานที่ที่รวมตัวกันของคนในครอบครัว ที่อยู่อาศัย แหล่งพักผ่อน พักพิงของมนุษย์ และอีกความหมายนึงก็คืออาจจะเป็นสิ่งที่เราซื้อมาด้วยราคาที่แพงแสนแพงด้วยก็ได้ แล้วในเมื่อมันมีราคาที่ต้องจ่ายที่แพงขนาดนี้แล้ว เราก็ต้องรัก หวงแหน และอยากดูแลรักษาเป็นธรรมดา ใช่ไหมล่ะ ซึ่งการดูแลรักษาบ้านนั้น หลายคนมีความใส่ใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจดูแลมาก บางคนอาจดูแลน้อย บางคนอาจดูแล 100% 200% หรือ 300% แต่วันนี้ครับ ผมให้ระดับความดูแลเอาใจใส่ไปเลยครับที่ 700% ก็คือดูแลรักษาเป็นอย่างดีนี่แหละครับ แล้วการดูแลรักษาบ้านสำหรับหน้าฝนแบบ 700% นั้นเป็นยังไงบ้าง ไปดูกัน !!!!

1. ตรวจเช็ครอยรั่วซึม
การซึมของหลังคา ฝ้า และผนังเนี่ย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมันก็ไม่ได้เกิดมาจากความเศร้า แต่ส่วนใหญ่เกิดมาจากการที่ฝนตก และมีความชื้นเนี่ยแหละ ซึ่งกว่าเราจะรู้ตัวมันก็สายไปแล้ว เศร้าไปอีกกกกก ดังนั้นตอนนี้ควรเร่งตรวจสอบปัญหาเหล่านั้นด้วยการสังเกตรอยแตกร้าว หรือรอยต่อของวัสดุต่างๆ ว่ามีคราบ รอยน้ำหรือไม่ หากพบรอยแตกร้าย รั่วซึมควรเร่งติดต่อช่างให้มาซ่อมแซม อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจส่งผลให้ส่วนอื่นๆ ของบ้านเสียหายตามไปด้วย

2. ทำความสะอาดรางน้ำฝน
ช่วงฤดูฝนควรหมั่นทำความสะอาดรางน้ำฝน เพราะเอาจริงๆ มันไม่ใช่แค่เศษใบไม้หรือขยะแล้วล่ะสิ ที่จะมาอุดตันตามรางน้ำ เพราะผมเพิ่งค้นพบปัญหาใหม่คือนกชอบมาทำรังบนรางน้ำตอนหน้าร้อนนี่สิ อ่ะแล้วทีนี้ เวลาฝนตกหนักๆเนี่ย น้ำมันจะไหลย้อนกลับเข้าไปภายในบ้านได้ หรือไม่ก็เวลาที่มีน้ำขังเนี่ย เวลาขังหนักมากๆ แบบ 300% แล้วเนี่ย อาจทำให้รางน้ำหลุดลงมา เกิดอุบัติเหตุ และข้าวของเสียหายได้เช่นกันครับ

3. ล้างท่อระบายน้ำ
นอกจากการล้างท่อในเกมโบว์ลิ่งแล้ว การล้างท่อระบายน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝนที่ตกลงมาเอ่อล้น ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดเอาเศษใบไม้ เศษดินโคลนออกจากบ่อตักขยะในบ้าน รวมทั้งล้างบริเวณระเบียง หรือเฉลียง เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อระบายน้ำอุดตัน

4. ขัดทำความสะอาดพื้น
คุณเชื่อผมรึเปล่าครับ ว่าการลื่นอ่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยครับ กลับส่งผลเสียต่อเรามากมาย ทั้งบาดเจ็บบ้าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ้าง ทำให้ทีมฟุตบอลบางทีมว่าวแชมป์บ้าง ก็ว่ากันไปครับ ซึ่งความเปียกชื้นของน้ำฝนอาจนำคราบดิน คราบรา ตะไคร่ มาเกาะพื้นผิวจนทำให้ลื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราต้องขัดครับ ถึงจะดูเป็นการขัดใจใครยังไง แต่พื้นเราก็จำเป็นต้องขัดครับ

5. ย้ายเฟอร์นิเจอร์หลบฝน
การปล่อยเฟอร์นิเจอร์ตากฝนบ่อยๆ อาจทำให้ความสวยงามและอายุการใช้งานสั้นลง ช่วงหน้าฝนนี้จึงควรย้ายชุดเฟอร์นิเจอร์สนามเอาไปไว้ในที่ๆ ปลอดภัยจากสายฝน หรืออาจใช้ผ้าใบคลุมเอาไว้ตอนฝนตกก็ได้

6. ต่อเติมกันสาดหรือชายคา
ทั้งประตู หน้าต่าง หรือผนังบ้าน หากมีส่วนใดที่น้ำฝนสามารถ สาดเข้าไปถึงได้ ควรต่อเติมกันสาดหรือชายคาเพื่อป้องกันการผุพัง คราบเชื้อรา หรือคราบตะไคร่น้ำไปจับบริเวณดังกล่าว

7. ตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัวบ้าน
เมื่อเกิดพายุ ลมแรง หากมีกิ่งไม้ใหญ่อยู่ติดกับตัวบ้าน กิ่งไม้นั้นอาจ ฟาดกับตัวบ้านหรือหักลงมาทับทำให้บ้านเสียหายได้ ดังนั้นหากมีกิ่งไม้ใหญ่อยู่ใกล้ตัวบ้านก็ควรตัดออก

8. ปลูกต้นไม้ใหม่
หรือย้ายต้นไม้ในกระถางลงดิน ช่วงต้นฤดูฝนเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นไม้ ทั้งต้นไม้ใหม่และการย้ายต้นไม้ จากกระถางลงดิน เพราะอากาศมีความชื้นสูง และมีน้ำฝนมาช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ดิน ใบไม้จึงระเหยน้ำไม่มาก ต้นไม้จะมีโอกาสรอดสูง

9. ทำไม้คํ้ายันให้ต้นไม้
สำหรับต้นไม้ใหญ่ที่นำมาปลูกเอาไว้ใหม่ ๆ เนื่องจากรากอาจจะยังไม่ยึดติดกับดินแน่นดีนัก เมื่อมีลมพัดมาแรง ๆ อาจจะทำให้ลำต้นเอนเอียงหรือโค่นล้มได้ จึงควรสร้างความแข็งแรงให้ต้นไม้ด้วยการทำไม้ค้ำยันเอาไว้

10. คว่ำภาชนะขังน้ำฝน
รอบ ๆ บ้านอาจมีภาชนะบางส่วนซึ่งเป็นแหล่งเก็บกักนํ้าฝนชั้นดี และอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ในช่วงฤดูฝนจึงควรคว่ำภาชนะที่ไม่ได้ใช้เอาไว้ก่อน จะได้ปลอดภัยจากไข้เลือดออก ก่อนฤดูฝนจะเข้ามาเยือนเต็มตัว ช่วงเวลานี้เราจึงควรตรวจเช็คและเตรียมความพร้อมให้กับบ้านไว้ก่อนเลย