
ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่สำคัญของบ้าน ที่สามารถใช้กันแดด กันลม กันฝนเนี่ย หลายคนอาจจะนึกถึงหลังคา แน่นอนครับ ก็หลังคานี่แหละ สำคัญที่สุดแล้วสำหรับหน้าที่นี้ แต่บ้านของหลายๆคนก็อาจจะมีเนื้อที่การใช้งานไม่เพียงพอใช่ไหมล่ะ ถ้างั้น เราก็ต้องมีการต่อเติมครับ อ้าว แล้วในการต่อเติมเราจะใช้หลังคาแบบไหนดีล่ะ มีหลายแบบซะด้วยสิ เอางี้ครับ วันนี้ เราจะมาพูดถึงหลังคาแต่ละแบบเลย ทั้งแบบทึบ แบบใส ว่าหลังคาแบบไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นส่วนประกอบการตัดสินใจของทุกคนครับ ไปดูกันเลย

1. ไวนิล
ไวนิล เป็นแผ่น PVC เห็นว่าผลิตคล้ายการฉีดโฟม ทำให้มีน้ำหนักเบา แล้วก็ช่วยกันความร้อนได้ ก็ตามที่โฆษณากันคือ ไม่ต้องบุฉนวนเพิ่ม ซึ่งแผ่นไวนิลมีหลายแบบ ลองเลือกแบบที่ชอบก่อน คุณสมบัติสวนใหญ่เหมือนกันต่างกันที่รูปร่างลักษณะ “ลอนแผ่น”
- ข้อดี กัน UV กันความร้อนได้ดีมาก แผ่นไวนิลเป็นแบบตันหนา 7 มม. ทำให้ช่วยซับเสียงทำให้ไม่เกิดเสียง กระหึมเวลาฝนตกหนัก แล้วอายุการใช้งานก็นาน สวยทันสมัยเข้าได้กับบ้านหลายสไตล์
- ข้อเสีย ระยะโครงต้องได้ตามมาตรฐาน, สีอาจจะหมองลงตามอายุการใช้งาน, ราคาแพง

2. APVC,PVC
มีรูปลักษณ์คล้ายกับ เมทัลชีทมาก แต่มีราคาที่สูงกว่าด้วย วัสดุแผ่นจะเป็น 3 ชั้น ไส้ตรงกลางเป็นฉนวนกันร้อนทำให้ช่วยดูดซับความร้อนได้ดี และเสียงก็ไม่ดังเท่าแผ่นเมทัลชีท
- ข้อดี ราคาไม่แพง น้ำหนักเบา มีสีให้เลือกเยอะ ติดตั้งง่าย เสียงเบากว่าเมทัลชีท
- ข้อเสีย เสียงดัง แผ่นขยายตัว สีอาจจะซีดจาง ไม่ทนความร้อน ต้องติดบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท

3. เมทัลชีท
“เมทัลชีท” หลังคาเหล็กรีดลอน มาพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งครบชุด สามารถติดตั้งได้ง่ายน้ำหนักเบา และสามารถดัดองศาได้มากตามต้องการ
- ข้อดี ติดตั้งง่าย ราคาถูก มีหลายสี และน้ำหนักเบา
- ข้อเสีย ใต้กันสาดสะสมความร้อน ต้องบุฉนวน เวลาฝนตกเสียงจะดังมากกกกก แล้วแผ่นเมทัลชีทค่อนข้างบาง ทำให้เสียรูปง่าย

4. Shinkolite (ชินโคไลท์)
แผ่นชินโคไลท์ เป็นแผ่นอะคิลิคชนิดนึง ที่มีคุณสมบัติกัน UV และรังสี อินฟาเรต ทำให้มีคุณสมบัติกันความร้อนดีกว่าแผ่นโปร่งแสงอื่นๆ ความหนา 6 มม. เห็นว่าอุปกรณ์ติดตั้งต้องผ่านมาตรฐานที่ทางผู้ผลิตกำหนด และหาซื้อได้จากร้านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
- ข้อดี สวย ทันสมัย, ความใสเท่ากระจก, มีรุ่นกันรังสีอินฟาเรต/UV ทำให้ไม่ร้อน
- ข้อเสีย ราคาสูงงง, อุปกรณ์เฉพาะต้องหาซื้อ, แผ่นทนแรงกระแทกได้ไม่มากความยืดหยุ่นน้อย และขยายตัวมาก (ต้องเว้นระยะแผ่นดีๆ)

5. โพลีคาร์บอเนต
แผ่นหลังคาโปร่งแสงที่ได้รับความนิยมมานานมี 2 แบบคือแบบลอนลูกฟูก 2 ชั้นมีช่องอากาศตรงกลาง (ภาพบน) และแบบแผ่นตัน มีแบบใส-ผิวเปลือกส้ม ราคาต่างกัน และมีหลายสี สวยดูทันสมัย
- ข้อดี สวยงาม, หลายสี , เคลือบสารกัน UV, มีหลายเกรดเลือกได้ตามงบ
- ข้อเสีย ใต้ชายคายังร้อนเพราะแสงส่องผ่านได้, แสงส่องผ่านมีสีเข้มตามสีแผ่น(แผ่นเขียว แสงเขียว), ฝนตกเสียงดังป๊อกๆ แป๊กๆ

6. Apvc,PVC (แผ่นใส)
เป็นแผ่นหลังคาชนิดที่ไม่มีพลาสติดเป็นส่วนผสมทำให้แผ่นไม่ค่อยยืดหยุ่น ไม่เหนียวเท่าพวก UPVC มีทั้งแบบสีๆ และสีขุ่น น้ำหนักเบาแต่ถ้าใช้งานไปเรื่อยๆสีอาจจะเริ่มขุ่นหมองลงบ้างนิดหน่อย ปริมาณแสงที่ส่องผ่านประมาณ 40%
- ข้อดี ตัวแผ่นมีทั้งแผ่นใส และแผ่นสี สามารถซ้อนลอนกันได้พอดีทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง และออกแบบเว้นช่องแสงได้เลย
- ข้อเสีย ความร้อนใต้โครงสะสมอยู่บ้าง, มีเสียงเวลาฝนตก

7. ไฟเบอร์กลาส (ดีไลท์)
แผ่นโปร่งแสงที่มีส่วนผสมของเส้นใยไฟเบอร์กลาส ทำให้แสงที่ส่องผ่านลงมาด้านใต้ นุ่ม ซอฟ สบายตา
- ข้อดี แสงสบายตา, เสียงแน่นกว่าโพลีฯ นิดนึง, ราคาไม่แพง, เขาว่าไม่เกิดตะไคร้น้ำด้วยล่ะครับ
- ข้อเสีย เสียงยังถือว่าดัง แต่ไม่กระหึ่มเท่าเมทัลชีท, แผ่นบาง 1.2 มม., แผ่นพลิ้วได้
ก็จบไปแล้วครับ สำหรับเรื่องข้อดี ข้อเสีย ของกระเบื้องแต่ละแบบ จริงๆแล้วกระเบื้องแต่ละประเภท ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันหรอกครับ แค่เราต้องเลือกใช้กระเบื้องให้ถูกที่ ถูกประเภทการใช้งาน ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละจุดที่ต่อเติมครับ