
ใครๆก็รู้ว่า ทำเลที่ตั้งนั้นสำคัญแค่ไหน แน่นอนว่าเพื่อประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะซื้อ เพื่อการอยู่อาศัยหรือการลงทุนก็ตามแต่ เราควรรู้อะไรบ้าง และควรศึกษาอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้รู้สึกเสียดายหรือพลาดตามมา เราควรศึกษาหาข้อมามูลให้ถี่ถ้วน และเพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์นั้นจะเหมาะกับท่าน วันนี้ทางเรามีข้อมูลให้ท่านได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

กำหนดทำเลยังไง?
แน่นอนว่าก่อนที่จะลงทุนหรือซื้อทรัพย์นั้น ตัวกำหนดคือ งบ ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออะไรก็ตาม ซึ่งตัวงบประมาณนี้ จะช่วยตัดตัวเลือกไปอีกหลายข้อเช่นกัน ขณะเดียวกัน ก่อนที่จะระบุทำเล อาจจะต้องคำนึงถึง จุดประสงค์ของการซื้อหรือลงทุนอีกด้วย เราจะซื้อไว้อยู่อาศัย ทำธุรกิจ หรือเปิดกิจการต่างๆ ก็ควรหาทำเลให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการด้วย
ควรรู้อะไรบ้าง ?
เป็นคำถาม หรือต้องตั้งคำถามให้กับตัวเอง ว่าอะไรบ้างที่สำคัญและเราต้องรู้ และตอบโจทย์เราได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุน เป้าหมายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ข้อมูลในการวิเคราะห์ก็แตกต่างกันออกไป การสำรวจจึงต่างกันออกไป ดังนั้นเราควรจะรู้ภาพรวมพื้นที่ในแถบนั้นด้วย เช่น
ระบบคมนาคมขนส่ง พื้นที่เดินทางสะดวกและเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลายยิ่งดี และมีโอกาสได้เปรียบกว่าทำเลอื่นๆ และสามารถพัฒนาที่ดินมากกว่าพื้นที่ทั่วไปอีกด้วย เกิดโฮกาสเป็นแหล่งงานอาชีพ เกิดกลุ่มเป้าหมายการลงทุนอสังหาประเภทบ้านเช่าในอนาคตได้
พื้นที่เชิงพาณิชย์ แหล่งงาน ฯลฯ เป็นสถานที่สำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้คนที่มาพักอาศัย ทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีย่อมเป็นที่สนใจในการลงทุน และนอกจากนี้ สถานที่ที่ย่อมมีปัจจัยสำคัญ ที่จะมีผลทำให้ทรัพย์น่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ เป็นต้น
ศักยภาพพื้นที่อนาคต โครงการพื้นฐาน หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นราคาอสังหาให้ร้อนแรงขึ้นได้ หากคุณเป็นนักลงทุนเกร็งกำไร การติดตามข่าวสารโครงการพื้นฐาน ก็เป็นสิ่งสำคัญในการเลือก location อสังหาเช่นกัน
ที่ตั้งของทรัพย์ สำรวจตั้งแต่ซอยที่ตั้งทรัพย์ เช่น ความปลอดภัย, ความสะดวกการเดินทาง เป็นต้น รวมถึงระยะทางห่างไกลของสถานที่จำเป็นในการใช้ชีวิตของคุณ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม., ตลาดสด,คลีนิคแพทย์ เป็นต้น
สิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบทรัพย์ สำรวจเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือคนในพื้นที่ว่ามีสิ่งใดดูผิดปกติและอาจเป็นสาเหตุการใช้ชีวิตไม่สงบสุขในแบบที่คุณไม่สามารถรับได้หรือไม่ เช่น ปัญหาเสียงดังรบกวน ,ปัญหาสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
สภาพทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่ตั้งทรัพย์ เช่น ตั้งอยู่ในทางสามแพร่ง, ตัวบ้านต่ำกว่าถนน , หลังบ้านเป็นคูคลองตลิ่งทรุดตัว เป็นต้น รวมทั้งสภาพบ้าน เช่น โครงสร้างบ้าน , ขนาดบ้าน ,จำนวนห้องน้ำห้องนอน เหมาะสมการขนาดครอบครัวของคุณหรือไม่ เป็นต้น

กลัวเสียเวลาในการสำรวจทำเล ควรทำอย่างไร?
หลายคนกลัวเสียเวลาในการหาทำเล เราจึงแนะนำว่า ควรศึกษาสำรวจ ลงทุนหรือซื้อทำเลใกล้บ้านที่เราคุ้นเคยก่อน ศึกษาให้ดี หรือใครอยากท้าทายก็หาทำเลใหม่ๆเพิ่มขึ้นได้ และมีคำแนะนำดังนี้ครับ
ทำการบ้านเรื่องข้อมูลทรัพย์ ค้นหาข้อมูลทั่วไปของทรัพย์นั้นในอินเตอร์เน็ตเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเว็บโครงการ,เว็บรีวิวหรือกระทู้เว็บบอร์ด มีประโยชน์มากมายสำหรับข้อมูลเบื้องต้น เช่น การคมนาคมเช่น ถนน ทางด่วน ,สถานที่อำนวยความสะดวก อย่างศูนย์การค้า , โรงเรียน , โรงพยายาล ฯลฯ หรือ ข้อมูลบ้าน เช่น แปลนห้อง,จำนวนที่จอดรถ, จำนวนหน่วย,สิ่งอำนวยความสะดวกโครงการ,วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น
ทำการบ้านเรื่องราคาตลาด สำรวจราคาประกาศขายทั่วไป เช่น ราคาขายในอินเตอร์เน็ต , สอบถามจากนายหน้า เป็นต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการต่อรองราคา และเป็นการบ้านต่อว่าทำไมทรัพย์นี้ขายถูกขายแพง เมื่อลงพื้นที่สำรวจจริง ทำการบ้าน list ทรัพย์ ลอง List ทรัพย์ที่คุณเห็นว่าเข้าท่าเข้าทางมาสัก 10 รายการ เปรียบเทียบจากข้อมูลเท่าที่หามาได้ จดคำถามสำคัญไว้สำหรับการสนทนากับเจ้าของทรัพย์ และไม่ลืมจัดเส้นทางการสำรวจทรัพย์ก่อนหลัง เพื่อจะได้ใช้เวลาได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อลงพื้นที่จริง
ทำการบ้าน list ทรัพย์ ลอง List ทรัพย์ที่คุณเห็นว่าเข้าท่าเข้าทางมาสัก 10 รายการ เปรียบเทียบจากข้อมูลเท่าที่หามาได้ จดคำถามสำคัญไว้สำหรับการสนทนากับเจ้าของทรัพย์ และไม่ลืมจัดเส้นทางการสำรวจทรัพย์ก่อนหลัง เพื่อจะได้ใช้เวลาได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อลงพื้นที่จริง

ลงสนามจริง ควรทำอะไรบ้าง?
สิ่งที่เราควรทำคือ หาคำตอบที่เราหาในเน็ตไม่ได้ รวมทั้งเช็คคำตอบหรือข้อมูลที่ท่านสงสัย ทั้งนี้ ทำเพื่อให้ทรัพย์ที่คุณต้องการนั้น เหมาะสมกับท่านแน่นอนอย่างแท้จริง
สอบถามคนท้องถิ่น ยิ่งเป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์จากการซื้อขายทรัพย์นั้นก็ยิ่งดี คุณสามารถฟังเขาเล่าเรื่องราวได้เป็นฉากถึงการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นั้น ๆ รวมทั้งข้อมูลด้านการเป็นอยู่ของบุคคลในพื้นที่นั้น ๆ ข้อมูลบ้านเช่าแบบไหนที่คนแถวนี้นิยม ระดับราคาเช่า เป็นต้น
สัมผัสทัศนียภาพแวดล้อม สภาพสังคม เช่น ความแออัด, ความสงบ,ความพลุกพล่าน เป็นต้น สภาพการจราจร เช่น บ้างทีเห็นว่าระยะทางไม่ไกล แต่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางนานเพราะรถติด เป็นต้น
สัมผัสทรัพย์จริง คุณจะรับรู้ความรู้สึกได้อย่างชัดขึ้นว่าทรัพย์นี้เหมาะกับคุณไหม ,ความเป็นไปได้ในการปรับปรุงต่อเติม ,การพูดคุยกับเจ้าของบ้าน สอบถามข้อมูลเชิงลึกหรือสิ่งที่คุณต้องการจะรู้ เป็นต้น
เอาละครับ ทีนี้เรารู้แล้วว่า เราควรรู้อะไรบ้าง ควรศึกษาอะไร เริ่มจากตรงไหน และทำเลนั้นสำคัญอย่างไร และมีผลอย่างมาก ถ้าเราคิดจะซื้อทรัพย์นั้นๆ ขอให้ท่านศึกษาให้ถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมที่สุดกับตัวท่านเองด้วยครับ