
ก็ขึ้นชื่อล่ะครับว่าหน้าร้อน...อย่าว่าร้อนเลยครับ เรียกโคตรร้อนยังน้อยไปเหอะ แล้วถ้าร้อนละจะทำไงดีล่ะ เปิดแอร์ดีมั้ยล่ะ ก็น่าจะดีแหละครับ เพราะมันทำให้เย็นได้ แต่...แต่...แต่...แต่สิ่งที่จะตามมานี่หนักหนาสาหัสเลยครับ ใช่เลย บิลค่าไฟ ที่เราเห็นกันแล้วหน้าร้อนหัวร้อนกันไปตามๆกันเลย แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ค่าไฟก็มี อากาศร้อนก็มา งั้นเรามาหาวิธีประหยัดค่าแอร์กันดูมั้ยล่ะครับ ซึ่งเอาจริงๆแล้วมันก็ไม่ยากหรอก และมันก็มีวิธีตั้งมากมาย ว่าแล้วเราไปดูกันเลยดีมั้ยล่ะครับ

1. เลือกเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟมากที่สุด
โดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และควรเลือกเครื่องปรับอากาศให้พอดีกับพื้นที่ในห้อง หากมีขนาดที่ใหญ่เกินไป ก็ทำให้เปลืองไฟโดยเปล่าประโยชน์ หากมีขนาดเล็กเกินไป ก็ทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นทำงานหนัก และทำให้ความเย็นไม่ทั่วทั้งห้อง ควรเลือกให้พอเหมาะ จะเป็นการช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้ในระดับหนึ่ง

2. ตั้งเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ที่เหมาะสม
สามารถช่วยกระจายลมไปได้ทั่วห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่ติดตั้งในมุมอับ และไม่ชิดผนังที่รับแดด เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นทำงานหนัก

3. นำเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นออกจากบริเวณนั้น
รวมทั้งการเปิดไฟมากเกินความจำเป็น และควรเปิดไฟแต่พอดี เพื่อให้ห้องเย็นสบาย เพราะขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังทำงานอยู่นั้น มันทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้น

4. ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด
หรือปิดผ้าม่านกันแสงเข้ามาสู่ภายในห้อง เพื่อกันความร้อนและแสงแดดเข้ามาในห้องได้โดยตรง หรือสามารถเลือกติดกระจกเขียวตัดแสง เพื่อลดความร้อนที่ส่องผ่านกระจกเข้ามาได้อีกด้วย

5. ปิดรอยรั่วที่ทำให้ความเย็นกระจายออกภายนอก
หรือหากมีรอยต่อระหว่างประตูหรือหน้าต่างที่ใหญ่มากเกินไป ก็ควรหาอะไรมาอุดหรือบังให้สนิท เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป หรือสามารถนำฉากกั้นห้องมาติดในบริเวณที่ต้องการเปิดแอร์ เพื่อให้ความเย็นอยู่แค่บริเวณนั้นอย่างเดียวก็ได้

6. ใส่เสื้อผ้าที่สบาย
โดยเลือกเสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี เพราะการใส่เสื้อสบายๆ จะทำให้ไม่อึดอัด สบายตัวด้วย และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในห้องด้วย

7. ไม่ปลูกต้นไม้หรือตากผ้าในบริเวณที่เปิดเครื่องปรับอากาศ
เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนังเนื่องจากต้นไม้และผ้าเปียกนั้นมีความชื้นสูง

8. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม
เปิดอุณหภูมิระหว่าง 25-28 องศา แล้วเปิดพัดลม เพื่อช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้น

9. หมั่นล้างเครื่องปรับอากาศอยู่เป็นประจำ
เพราะเป็นการกำจัดฝุ่นละอองที่ตกค้างภายในเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้เครื่องปรับอากาศสามารถให้ความเย็นได้มากยิ่งขึ้น และยังช่วยในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย

10. ตรวจสอบเช็คสภาพของเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ
การเช็คสภาพเครื่องใช้งานก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆด้วย เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแอร์เราเสียหรือไม่ ฉะนั้น การรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นวิธีการป้องกันค่าไฟพุ่งปรี๊ดได้อีกด้วย