
วันนี้จะมาแนะนำพรรณไม้ที่ไม่ควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้าน โดยเน้นไปที่พรรณไม้หอม ซึ่งมีให้เราเลือกปลูกมากมายเป็นร้อยพันชนิดก็ว่าได้ โดยแต่ละพรรณก็จะมีกลิ่นไม่เหมือนกันตั้งแต่ ให้กลิ่นหอมอ่อนสบาย ให้กลิ่นหอมเย็นสดชื่น หรือกลิ่นหอมแรงแบบเมืองร้อน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญนอกจากเรื่องประเภทกลิ่นหอม เราควรรู้ช่วงเวลาส่งกลิ่นของแต่ละพรรณ รวมถึงช่วงเวลาออกดอกซึ่งแบ่งเป็นฤดูกาล ไปจนถึงออกดอกตลอดปี

มะลิ ก้านแดง
พรรณไม้หอมประเภทไม้เลื้อยขนาดกลาง กิ่งก้านเลื้อยได้ไกล 3 - 4 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ออกตรงข้าม ใบย่อย 5 - 9 ใบ ไม่มีก้านใบ รูปรี ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเข้ม ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกย่อย 1 - 3 ดอก กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นซี่เรียวแหลม โคนเชื่อมติดกัน ดอกตูมสีชมพู กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบชอบแดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาเช้าค่ำ และออกดอกตลอดปี

โมกราชินี
ไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 6 เมตร บางต้นแคระแกร็นคล้ายบอนไซ ลำต้นสีเทาอมน้ำตาลเปลือกต้นขรุขระ ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม ดอกเดี่ยวออกที่ปลายยอด ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 - 5 เซนติเมตร กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว กลางดอกมีรยางค์เป็นขนยาว น้ำปานกลาง ทนแล้ง ไม่ทนน้ำท่วมขัง แสงแดดตลอดวัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ในยามเย็น ออกดอกในช่วงต้นปี คือเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน

แก้วเจ้าจอม
พรรณไม้หอมประเภทไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 10 - 15 ม. ลำต้นมีเนื้อไม้แข็ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกตรงข้ามมี 2 พันธุ์ คือ ใบย่อย 2 คู่และ 3 คู่ ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปรี ขนาดไม่เท่ากัน กว้าง 1- 2.5 เซนติเมตร ยาว 1.5 - 2.5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบสอบ ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบดอก 5 กลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 - 2.5 เซนติเมตร บานวันแรกสีฟ้าอมม่วง จากนั้นสีจะซีดลงเป็นสีขาว เกสรสีเหลืองเห็นเด่นชัด น้ำปานกลาง แดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอก 2 ช่วง คือ ประมาณเดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน และเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม

หิรัญญิการ์
ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ กิ่งก้านเลื้อยได้ไกล 6 - 15 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบออกตรงข้าม รูปไข่กลับหรือรูปรีแกม ขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ใต้ใบสีขาวนวล มีขนสากมือสีน้ำตาลอมแดง เส้นใบย่อยเป็นร่องชัดเจน ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง รูปกรวยตื้น กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีเขียวอ่อน ขอบกลีบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย ทยอยบาน ชอบแดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูหนาว ประมานปบายปีถึงต้นปี

พุดซ้อน
ไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ 1-2 ม. ทรงพุ่มแตกกิ่งแขนงมาก ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ดอกเดี่ยว สีขาว ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงหนาเป็นสัน มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน เมื่อดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7-8 ซม. มักไม่ติดผล มีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์แคระ พันธุ์ใบคลื่น พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง โดยมีกลิ่นหอมแรง และออกดอกตลอดปี

การเวก
ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ กิ่งก้านมีขนทอดเลื้อยไปไกล 5 - 10 เมตร ยอดอ่อนสีเขียว ไม่มีขน ใบรูปไข่กลับ กว้าง 4 - 5 เซนติเมตร ยาว 13 - 15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบบางและเหนียวสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบมีขนทั้งด้านบนและด้านล่าง ดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก มี 1 - 3 ดอก ออกตามซอกใบกลีบเลี้ยงสีเขียวรูปไข่ ปลายกระดกขึ้น กลีบดอกสีเขียว มี 6 กลีบ ไม่เชื่อมติดกัน รูปรีปลายแหลม เรียงสลับกัน 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ กลีบดอกชั้นนอกเล็กกว่ากลีบชั้นใน เมื่อบานเต็มที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอม ดอกคล้ายกระดังงาจีน ต่างกันที่ขนาดเล็กกว่า แสงแดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมแรกในเวลากลางคืน ออกดอกตลอดปี ช่วงต้นปีดอกจะดกที่สุด

ชมนาด
พรรณไม้หอม ประเภทไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง เลื้อยได้ไกล 5-10 ม. ใบออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวสดเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมากคล้ายรูประฆังคว่ำ กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน มีกลิ่นหอมคล้ายข้าวใหม่ผสมใบเตย บาน 1-2 วันแล้วร่วงน้ำปานกลาง แดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมอ่อนในเวลากลางคืน ออกดอกในช่วงครึ่งปีแรก

สร้อยฟ้า
ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ อายุหลายปี ยอดเลื้อยได้ไกล 5 - 10 เมตร มีมือเกาะออกตามซอกใบ ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวรูปนิ้วมือ เว้าลึกเป็น 3 พู ขนาด 7-10 เซนติเมตร ยาว 7-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบใบจักฟันเลื่อยตื้นๆ แผ่นใบหนาสีเขียว ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกทรงกลมห้อยลง กลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบลู่ไปทางด้านหลัง โคนเชื่อมติดกัน 5 กลีบดอกสีครีม ปลายสีขาว รูปขอบขนาน มีรยางค์ลักษณะเป็นเส้นสีม่วง โคนและปลายสีครีมเรียงเป็นวงในสุดแสงแดดเต็มวัน มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน ออกดอกตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนดอกจะดก

ราชาวดี
ไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดกลาง สูง 1-3 ม. ทรงพุ่มโปร่ง เรียบเกลี้ยงสีเทา กิ่งก้านเมื่อยังอ่อนเป็นเหลี่ยมและมีขน ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรีถึงรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักมน ส่วนหลังใบมีสีเขียว ท้องใบเป็นสีเงิน ระคายมือ เส้นใบนูนเด่นชัดทางด้านล่าง ดอกออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ทยอยบานตั้งแต่โคนถึงปลายช่อดอก ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ดอกบานวันเดียวแล้วโรย มีทั้งดอกสีขาวและสีม่วง แต่ดอกสีม่วงใหญ่กว่าสีขาว น้ำปานกลาง แดดเต็มวัน แต่ถ้าปลูกในที่ร่มรำไรลำต้นจะยืดยาวและไม่ค่อยออกดอก มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน และออกดอกตลอดปี

กันเกรา
พรรณไม้หอม ประเภทไม้ยืนต้น สูง 8 -25 ม. ทรงพุ่มเรือนยอดรูปไข่ พุ่มแน่นทึบ ลำต้นเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5 - 3.5 เซนติเมตร ยาว 8 - 11 เซนติเมตร สีเขียวเข้มเป็นมัน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด แต่ละช่อมี 15 - 25 ดอก เมื่อเริ่มบานดอกสีขาว จากนั้นเปลี่ยนสีเหลือง ดอกรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบน้ำปานกลาง ทนต่อน้ำท่วมขังได้ แสงแดดตลอดวัน มีกลิ่นหอมเย็นตลอดวัน ออกดอกในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน หรืออาจจะยาวไปจนถึงหน้าหนาว