
เรื่องน่ารู้ก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน โดยทั่วไปการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอาจจะกินเวลาหลายนาทีหรือนานหลายชั่วโมง เพื่อความสะดวกหลายคนอยากจะติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่บ้านไว้ชาร์จรถ EV ของตัวเองใช่ไหมล่ะคะ ข้อจำกัด สถานที่ ฟังก์ชั่นการใช้งานเป๋นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาไว้ให้เข้าใจเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
รถ EV (Electric vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก แน่นอนว่าข้อดีของรถ EV คือขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและไร้ซึ่งเสียงรบกวน ซึ่งอุปกรณ์ที่มาคู่กันก็คือ EV Charger (เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่รถยนต์
รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) คือ รถยนต์ทางเลือกที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนแทนน้ำมันหรือก๊าซ NGV ซึ่งตอนนี้มี 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด (All Electric Vehicles หรือ AEVs) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด HEV (Hybrid Electric Vehicle) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่ใช้สามารถใช้พลังงานน้ำมันกับไฟฟ้าร่วมกันได้ และรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicles หรือ PHEV) ลักษณะคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด แต่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้
ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้านอกจากจะช่วยประหยัดทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันแล้ว เครื่องยนต์ยังทำงานเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถชาร์จไฟได้จากที่บ้านด้วย
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มีกี่ประเภท
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charger มี 3 ประเภท ได้แก่
- Normal Charge หรือ AC Charge : เป็นการชาร์จจากเต้ารับในบ้านโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมง ก่อนติดตั้งควรเช็กปริมาณการใช้ไฟในบ้านร่วมกับเครื่องชาร์จไฟก่อนว่า ระบบไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่รองรับการใช้งานได้หรือไม่
- Doble Speed Charge : ชาร์จด้วย Wall Box การชาร์จไฟกระแสสลับผ่านตัวแปลงไฟ ใช้เวลาน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 4-7 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรีและรุ่นของรถด้วยเช่นกัน
- Quick Charge : การชาร์จด้วยกระแสไฟฟ้าตรง (DC Charging) สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ในเวลาอันรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 40-60 นาที เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสถานีชาร์จไฟนอกบ้าน เช่น ห้างสรรพสินค้าและจุดแวะพักรถต่าง ๆ
วิธีติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน
การไฟฟ้านครหลวง MEA
แนะนำให้ใช้ APP MEA EV เพื่อค้นหาจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไม่ยากอย่างที่คิด!!...
เพียงดาวน์โหลดแอปฯ MEA EV ช่วยชี้จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายเพราะเป็นแอปฯ ที่ใช้สำหรับค้นหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS
สามารถดาวน์โหลดฟรี ! MEA EV App ได้แล้ววันนี้ https://onelink.to/meaev
สำหรับการติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คำแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
1. ขนาดมิเตอร์ไฟ
ถ้ามิเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กกว่า 30 แอมป์ (30/100) เช่น 5 แอมป์ หรือ 15 แอมป์ ควรแจ้งเปลี่ยนมิเตอร์ไฟให้มีขนาดตั้งแต่ 30 แอมป์ขึ้นไป หรือถ้าเป็นมิเตอร์ 3 เฟส ก็ควรใช้ขนาด 15/45 เพื่อให้มิเตอร์มีขนาดเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณการใช้ไฟในบ้านที่มากขึ้น แต่การพิจารณาว่าจะใช้ไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส ก็ต้องพิจารณารุ่นของรถยนต์ไฟฟ้าและคุณสมบัติของเครื่องชาร์จที่จะนำมาติดตั้งควบคู่กันไปด้วย
2. ขนาดสายไฟเมน
หลังจากเช็กมิเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ก็ต่อด้วยการเช็กขนาดสายไฟเมน หรือขนาดสายไฟที่เชื่อมมายังตู้ควบคุม หากยังเป็นขนาด 16 มิลลิเมตร ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ขนาด 25 ตารางมิลลิเมตร (ตร.มม.) ซึ่งเป็นขนาดหน้าของสายหริอขนาดของสายทองแดงนั่นเอง รวมไปถึงเช็กตู้ Main Circuit Breaker (MCB) ควรใช้ตู้ที่สามารถรองรับกระแสไฟได้สูงสุดไม่เกิน 100 แอมป์ด้วย

3. ตู้ควบคุมไฟฟ้า (MDB)
โดยดูว่ามีช่องว่างสำหรับติดตั้ง Miniature Circuit Breaker หรือไม่ เพราะการติดตั้งที่ชาร์จรถ EV จะต้องแยกช่องจ่ายไฟออกไปต่างหาก และช่องว่างนั้นควรมีขนาดตามพิกัดที่สามารถรองรับกระแสไฟของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วย
ทั้งนี้ เวลาสร้างบ้านแล้วมีการติดตั้งตู้ประเภทนี้ควรมีช่องเหลือไว้ เช่น หากจำเป็นต้องใช้ 6 ช่อง ก็ควรเลือกตู้แบบ 10 ช่อง ให้มีเหลือไว้อีก 4 ช่อง เผื่อติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายหลัง ก็จะได้สามารถมาติดช่องเพิ่มได้
4. เครื่องตัดไฟรั่ว หรือ RDC
เครื่องตัดไฟรั่ว (Residual Current Device หรือ RDC) ไว้สำหรับตัดวงจรเมื่อมีค่ากระแสไฟฟ้าไหลเข้า-ออกไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรรวมไปถึงไฟไหม้ได้ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ดี ควรมีระบบตัดไฟอย่างน้อย RCD Type B หรือเทียบเท่า แต่ในกรณีที่สายชาร์จไฟฟ้ามีระบบตัดไฟภายอัตโนมัติ ก็ไม่จำเป็นจะต้องติดตั้งเครื่องชนิดนี้เพิ่มก็ได้

5. เต้ารับ
เต้ารับที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV จะไม่เหมือนเต้ารับเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปในบ้าน การเสียบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าควรใช้แบบ 3 รู และใช้หลักดินแยกออกจากหลักดินของระบบไฟในบ้าน โดยสายต่อหลักดินรถ EV ควรเป็นสายหุ้มฉนวน มีขนาดไม่ต่ำกว่า 10 ตารางมิลลิเมตร ส่วนหลักดินควรมีขนาด 16 มิลลิเมตร ยาว 2.4 เมตร ตามมาตรฐาน และการต่อสายดินกับหลักดินควรเชื่อมต่อด้วยความร้อน
สำหรับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา นอกจากการใช้เต้ารับแบบ 3 รูแล้ว ควรทนกระแสไฟได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 16 แอมป์ด้วย และในส่วนของเครื่องชาร์จไฟที่มีอุปกรณ์ IC-CPD (In3Cable Control and Protection Device) ควรเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2911 หรือ IEC 62752 ส่วนเครื่องชาร์จแบบติดผนัง (Wall Mounted Charger) ก็ควรได้รับมาตรฐาน มอก. 61851 หรือ IEC 61851 เช่นเดียวกัน
6. เช็กตำแหน่งก่อนติดตั้ง
ก่อนจะติดตั้งเต้ารับแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าควรเช็กตำแหน่งที่จะติดตั้งด้วยว่า ระยะห่างเหมาะสมกับความยาวของชาร์จหรือไม่ เพราะระยะความยาวของสายชาร์จส่วนใหญ่ไม่เกิน 5 เมตร และตำแหน่งที่ติดตั้งควรอยู่ในที่ร่ม สามารถป้องกันแดด-ป้องกันฝนได้ แม้ว่าตัวเต้ารับจะเป็นรุ่นที่ระบุว่าไว้ภายนอกบ้านได้ก็ตาม

ขอบคุณภาพประกอบจาก bgrimmtrading.com
ข้อควรระวังการติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน
-
ก่อนติดตั้งควรพิจารณาปริมาณการใช้ไฟฟ้าเดิมของบ้านและเครื่องชาร์จเสียก่อน หากปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมกันแล้ว เกินกว่าพิกัดของ MCB และมิเตอร์ไฟ ก็ควรเปลี่ยนระบบไฟฟ้าก่อน โดยขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ผ่านหน่วยงานการไฟฟ้า เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใช้กระแสไฟฟ้าสูง
-
ไม่ควรนำสายชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพาไปเสียบกับเต้ารับที่มีอยู่เดิมในบ้าน หากระบบไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
-
ควรเดินระบบไฟฟ้าของที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแยกออกจากระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และทำโดยช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญ

เลือกใช้ EV Charger แบบไหนดี
- เช็คขนาด On-Board Charger ของคุณ
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จจะขึ้นอยู่กับว่า On-Board Charger ของรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อและรุ่นนั้นๆ มีความสามารถในการรับไฟได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถคำนวนเวลาคร่าวๆ โดยการเอาแบตเตอรี่รถยนต์หารด้วยขนาดของ On-Board Charger ยกตัวอย่างเช่น รถ EV ที่มีแบตเตอรี่รับไฟสูงสุด 24 kW/h และมี On-Board Charger ขนาด 3kW ระยะเวลาในการชาร์จจะอยู่ที่ประมาณ 8 ชม.
- เลือกขนาดเครื่องชาร์จที่ใกล้เคียงกับ On-Board Charger
ซึ่งตัวเครื่องชาร์จเองได้ผลิตออกมาหลายขนาด เราสามารถเลือกใช้ขนาดใดก็ได้ แต่ความเร็วก็จะผันแปรตามกำลังชาร์จของเครื่องด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ถ้าเลือกใช้เครื่องชาร์จขนาดเล็กกว่า On-Board Charger ก็จะยิ่งใช้เวลานาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายิ่งขนาดใหญ่ก็จะยิ่งเร็วเสมอไป เพราะตัว Charger จะปรับลดขนาดไฟลงอัตโนมัติให้อยู่ในระดับที่ On-Board Charger สามารถรับได้นั่นเอง ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องชาร์จที่มีกำลังชาร์จเหมาะสมกับขนาดของ On-Board Charger ของรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ
- เครื่องชาร์จต้องมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงอย่างยิ่งในการเลือก EV charger คือคุณภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านมักเป็นการชาร์จแบบข้ามคืน เครื่องชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจากไฟรั่วไฟฟ้าลัดวงจร จึงควรเลือกเครื่องชาร์จที่มีความปลอดภัยสูง มีระบบวงจรไฟฟ้าแยกอิสระกับเครื่องไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้าน มีระบบป้องกันกระแสไฟเกิน ไฟรั่ว มีระบบควบคุมและตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ทำให้มั่นใจว่ารถยนต์สามารถชาร์จได้เต็มประสิทธิภาพไม่ต้องกังวลว่าจะต้องคอยมาถอดสายชาร์จกลางดึก
ปัจจุบัน EV Charger ในตลาดยังมีจำหน่ายไม่แพร่หลายนัก บี.กริม เทรดดิ้ง เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีให้คำแนะนำ ทั้งการเลือกซื้อ EV Charger การเลือกขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสม และการติดตั้งกับระบบไฟบ้าน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย สามารถติดต่อเพื่อปรึกษาเราได้ ที่นี่ https://bgrimmtrading.com/ev-charger-siemens/
ขอบคุณข้อมูลจาก https://bgrimmtrading.com/ev-charger-siemens/