
โดยตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2565 นี้ กระทรวงการคลังจะเริ่มเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100% ทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ลดอัตราการจัดเก็บให้ 90% เพื่อบรรเทาภาระผู้เสียภาษี หลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พร้อมเผย 5 วิธีอยู่อย่างไรให้รอด เมื่อคลังเริ่มเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100%
อัตตราภาษีที่ดินแหละสิ่งปลูกสร้างปี 2565 - 2566 แยกเป็นดังนี้

อัตรา 0.01 - 0.1%
อัตรา 0.02 - 0.1%
- ที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัย
- จัดเก็บ 0.03 - 0.1% หากเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
- จัดเก็บ 0.02 - 0.1% สิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- จัดเก็บ 0.02 - 0.1% ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยกรณีอื่น
อัตรา 0.3 - 0.7%
- ที่ดินใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือจากเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย
อัตรา 0.3 - 0.7%
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ
5 วิธีอยู่อย่างไรให้รอด จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 


วิธีที่ 1 เป็นเจ้าของบ้านไม่เกิน 10 ล้านบาท ไม่ต้องเสีย
ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร หรือมีเงินเดือนเท่าไหร่ ขอเพียงซื้อบ้าน คอนโด หรือทาวน์โฮมราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท แค่นี้ก็สามารถเอาตัวรอดกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้แล้ว
วิธีที่ 2 ใส่ชื่อในทะเบียนบ้าน จะเป็นเจ้าบ้านหรือผู้อยู่อาศัยก็ได้
สำหรับเอกสารที่ใช้ในการขออนุมัติสินเชื่อบ้านสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน ที่จริงแล้วจะไม่ต่างกับเอกสารการกู้บ้านพื้นฐาน โดยแบ่งออกเป็นเอกสารส่วนตัวและเอกสารทางการเงิน กลัวภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทำไม เมื่อเจอข้อเสนอดีๆ ในการซื้อบ้าน
วิธีที่ 3 เลือกให้ถูกห้องไหน บ้านไหน หลังหลัก หลังรอง
สมัยนี้เชื่อว่ากลุ่มคนวัยทำงาน มนุษย์เงินเดือน มักมีบ้านพักอาศัยกันมากกว่า 1 หลัง เหตุนี้คนที่ครอบครองบ้านหรือคอนโดมักเริ่มได้รับเอกสารแจ้งข้อมูลรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) จากสำนักงานเขต แต่ไม่ต้องตกใจรีบไปสำนักงานเขตเพื่อขึ้นทะเบียนบ้านหลังที่ 2 เพราะระบบของสำนักงานเขตจะปรับให้เป็นบ้านหลังรองโดยอัตโนมัติ
วิธีที่ 4 มีบ้านหลายหลัง แนะนำโอนถ่ายเป็นมรดกลูกหลาน
สำหรับคนที่เป็นนักสะสมอสังหาฯ หรือเป็นนักลงทุนคอนโด มักนิยมซื้อบ้านพักตากอากาศหลากหลายจังหวัด ไม่ว่าจะในเมืองหรือชานเมือง โดยเฉพาะ คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ที่มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนเสมอๆ แน่นอนเมื่อมีการประกาศใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเริ่มประกาศใช้ 1 มกราคม 2563 และเก็บภาษีจริงเดือนสิงหาคม 2563 เหล่านักลงทุนอาจหนาวๆ ร้อนๆ กลัวโดนภาษีล้านละ 3,000 บาท กรณีนี้แนะนำให้โอนถ่ายบ้าน คอนโดที่อยู่ในมือให้ลูกหลาน เพื่อเป็นการช่วยลดภาระภาษี
วิธีที่ 5 คนอยู่คอนโด แจ้งอยู่อาศัยในทะเบียนบ้าน
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีที่เสี่ยงต่อการโดนภาษี เพราะไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน แนะนำว่าให้รีบเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านคอนโด จะเป็นชื่อเจ้าของเองหรือชื่อญาติคนอื่นก็ได้ เพื่อไม่ให้โดนภาษีล้านละ 3,000 บาท
เช็คอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังกระทรวงการคลังอัพเดท
ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว)

ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

หลังจากมีการประกาศใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างเป็นทางการ ทำให้มีเจ้าของบ้านจำนวนมากพากันไปขึ้นทะเบียนที่อยู่อาศัยที่สำนักงานเขต จนกระทรวงการคลังออกมาชี้แจงกรณีถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างทั้ง บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว ไม่ว่าเพื่ออยู่อาศัยเองหรือปล่อยให้ผู้อื่นเช่า จำเป็นต้องเสียภาษีในอัตราเดียวกัน หรือร้อยละ 0.02 - 0.10% ตามมูลค่าของที่ดิน

สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นการจัดเก็บภาษีบนพื้นฐานของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์ โดยอัตราภาษีจะเก็บเป็นอัตราขั้นบันไดของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และแยกประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกเป็น 3 ประเภท คือ
- ที่ดินเพื่อการเกษตร มีอัตราภาษีตั้งแต่ 0.01 - 0.1% โดยยกเว้นภาษีให้กับที่ดินเพื่อการเกษตรที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทและใน 3 ปีแรก (ปี 63-65) กรณีเป็นที่ดินเกษตรของบุคคลธรรมดาไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ต้องมีภาระภาษี
- ส่วนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย มีอัตราตั้งแต่ 0.02 - 0.1% กรณีเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและเป็นบ้านหลังหลักของคนคนนั้น มีชื่อเป็นเจ้าของและมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังนั้นที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี
- ที่ดินประเภทอื่นๆ อาทิ ที่ดินเพื่อพาณิชย์ อุตสาหกรรม และที่รกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร มีอัตราภาษีตั้งแต่ 0.3 - 0.7% เฉพาะที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 0.3% ในทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมต้องไม่เกิน 3%

ล่าสุดหลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าจัดเก็บภาษีที่ดิน ส่งผลให้เจ้าของที่ดินต่างๆ ตื่นตัวปรับปรุงพัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยลงทุนปรับที่ดินรกร้างเป็นเกษตรกรรม เช่น ปลูกกล้วย มะนาว มะม่วง เพื่อให้เข้าเกณฑ์ที่ดินเกษตรกรรม เสียภาษีในอัตราที่ถูกลง รวมถึงติดป้ายประกาศขายและให้เช่า เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง