
เพราะไรฝุ่นมีขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หลายคนจึงไม่ค่อยกังวลกับไรฝุ่นสักเท่าไร แต่ต้องบอกเลยว่าความจริงแล้ว ไรตัวเล็กๆ เหล่านี้ ทำให้คนตัวใหญ่ๆ อย่างเราเจ็บป่วยได้ง่ายมาก จนถือเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยและมากชนิดหนึ่ง แต่จะมีวิธีอย่างไรที่จะกำจัดไรฝุ่นได้ มาดูกัน 
ไรฝุ่นคืออะไร เกิดจากอะไร 
ไรฝุ่น (Dust Mites) หรือไรฝุ่นบ้าน (House Dust Mites) เป็นไรอีกหนึ่งชนิดนอกเหนือจากพวกไรนกหรือไรหนู มีลักษณะเป็นไรตัวเล็ก 8 ขา ขนาด 0.3 มิลลิเมตร ชอบความชื้นและชอบเกาะอยู่ตามใยผ้าหรือฝุ่นบ้าน เช่น พรม ที่นอน ตุ๊กตา เพื่อกินเศษผิวหนังหรือรังแคของคน โดยไม่กัด ไม่ต่อย และไม่ดูดเลือด ทว่าตัวไรฝุ่น รวมถึงมูลของไรฝุ่น เป็นโปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ จึงทำให้บางคนมีอาการคัน ระคายเคือง หรือโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดกำเริบได้
อย่างไรก็ตาม ไรฝุ่นเป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไป จึงไม่ต้องกังวลมากเกินเหตุ เพียงแค่หมั่นดูแลรักษาความสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นภูมิแพ้ รวมถึงพยายามหาทางป้องกันหรือหลีกเลี่ยงง่ายๆ เช่น เลือกใช้ผ้ากันไรฝุ่นแทน หรือใช้ผ้าเปียกเช็ดฝุ่นเสมอ ก็เพียงพอแล้ว
วิธีกำจัดไรฝุ่น

ถึงแม้ว่าไรฝุ่นจะทำให้เกิดภูมิแพ้หรือหอบหืดได้ แถมยังมีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่เราก็สามารถกำจัดไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นเหล่านี้ได้ไม่ยาก ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. หมั่นซักเครื่องนอน
การซักผ้าอาจจะไม่ได้ทำให้ไรฝุ่นตายซะทีเดียว แต่ก็ช่วยกำจัดไรตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ออกจากเส้นใยได้ ทั้งยังช่วยกำจัดมูลของไรฝุ่นได้มากถึง 98% เลยด้วย ดังนั้น คำแนะนำในการกำจัดไรฝุ่นยอดนิยมก็คือการนำไปซักบ่อยๆ นั่นเอง โดยสามารถแบ่งออกตามประเภท ดังนี้
- ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม : ควรซักผ้าปูที่นอนในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-30 นาที ทุก ๆ 2 สัปดาห์ ส่วนคนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรซักผ้าปูที่นอนในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าหากซักด้วยน้ำเย็น หลังจากซักเสร็จควรอบผ้าด้วยเครื่องอบร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที เพื่อช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
- ปลอกหมอน : วิธีทำความสะอาดคล้ายๆ กับผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม คือ คนทั่วไปควรซักปลอกหมอนในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-30 นาที ทุกๆ 2 สัปดาห์ ทว่าสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรเปลี่ยนปลอกหมอนวันเว้นวันจะดีที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่สัมผัสกับใบหน้าโดยตรง
- ที่นอน หมอน และฟูก : ที่นอน หมอน และฟูก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งสะสมไรฝุ่นชั้นดี ที่สำคัญทำความสะอาดยาก เพราะไม่สามารถถอดซักได้เหมือนกับปลอกหุ้ม จึงต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องกำจัดไรฝุ่น หรือเครื่องดูดฝุ่น ที่มีคุณสมบัติกำจัดไรฝุ่น เพื่อดูดฆ่าไรตัวเล็กและแบคทีเรียออกไปแทน
- ผ้าขนหนู : ใช้งานผ้าขนหนูเสร็จเมื่อไรต้องรีบตากผึ่งไว้ให้แห้งเสมอ และที่สำคัญควรหมั่นนำไปซักหลังจากใช้งาน 2-3 ครั้งด้วย เพื่อช่วยกำจัดและป้องกันการเกิดไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
- ตุ๊กตา : ตุ๊กตาต่างๆ ของเด็กๆ ก็มีไรฝุ่นสะสมอยู่ได้ง่ายเช่นกัน ฉะนั้นผู้ปกครองจึงควรเลือกซื้อชนิดที่ซักได้ ซักง่าย แล้วก็ทำความสะอาดสม่ำเสมอ พร้อมทั้งตากแดดให้แห้งเป็นประจำ เพื่อช่วยลดและฆ่าไรฝุ่นที่สะสมอยู่
- ผ้าคลุมเตียง : สำหรับผ้าคลุมเตียงหรือผ้าคลุมที่นอน ควรเลือกใช้เป็นเนื้อผ้ากันไรฝุ่น เพราะถักทอแน่นเป็นพิเศษ จึงช่วยลดความเสี่ยงลงได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกใช้ผ้ากันไรฝุ่นแล้วก็ยังต้องซักทำความสะอาดสม่ำเสมอ แต่อย่าให้บ่อยมากนัก ไม่งั้นเส้นใยจะหลวมได้ ทางที่ดีควรซักเป็นประจำทุกเดือน
- พรม : คนที่เป็นภูมิแพ้และหอบหืดควรหลีกเลี่ยงการใช้พรมจะดีที่สุด ทว่าถ้าหากมีความจำเป็นจริงๆ ให้ลดความเสี่ยงอันตรายลงด้วยการโรยยาฆ่าไร (acaricide) ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำเครื่องดูดฝุ่นมาดูดออก หมั่นดูแลและทำแบบนี้เป็นประจำ หรือไม่เช่นนั้น ส่งให้ซักด้วยระบบไอน้ำความร้อนสูงโดยผู้เชี่ยวชาญ

2. การตากแดดป้องกันไรฝุ่น
นอกเหนือจากการซักแล้ว การตากแดดก็สามารถกำจัดไรฝุ่นได้เหมือนกัน แต่ในระดับเล็กน้อยหรือบางส่วนเท่านั้น เพราะเมื่อโดนแดด ไรฝุ่นจะหนีไปอยู่อีกฝั่งที่ร้อนน้อยกว่า ทำให้มันไม่ตายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การตากแดดสามารถลดความชื้นแบบที่ไรฝุ่นชอบอยู่ ถ้าหากตากนานประมาณ 5 ชั่วโมงขึ้นไป ก็จะช่วยลดปริมาณและป้องกันไรฝุ่นได้

3. การดูดฝุ่นลดซากหรือมูล
แม้เครื่องกำจัดไรฝุ่นจะดูดฝุ่นออกมาได้บ้าง แต่ก็เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะไรฝุ่นมีขาแข็งแรงมากถึง 8 ขา จึงยึดเกาะได้ดีและหลุดออกมาได้ยาก ส่วนใหญ่ที่ดูดออกมาได้จะเป็นพวกซากหรือมูลของไรฝุ่น ทว่าต้องเลือกใช้เครื่องกำจัดไรฝุ่นที่ดี มีถุงขยะที่หนามากพอสมควร รวมถึงมีแผ่นกรอง HEPA Filter กันเล็ดลอดและฟุ้งกระจายด้วย ไม่เพียงเท่านั้น แต่ควรใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

4. การเช็ด
อีกหนึ่งวิธีกำจัดไรฝุ่นที่ง่ายและดีก็คือ การนำผ้าชุบน้ำเปียกหมาดมาเช็ดทำความสะอาดตามซอกมุมหรือสิ่งของต่างๆ เช่น โต๊ะ ตู้ กรอบรูป และดอกไม้ปลอม เป็นประจำ

5. การฉีดยาฆ่าแมลง
ไรฝุ่นก็เหมือนกับแมลงชนิดหนึ่ง ฉะนั้นสเปรย์กันยุง สเปรย์ฆ่าแมลง หรือลูกเหม็น สามารถฆ่าและกำจัดไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าคนส่วนใหญ่ไม่นิยมสักเท่าไร เพราะไรฝุ่นมักเกาะตามที่นอน หากฉีดลงไปอาจจะเป็นอันตรายกับคนได้
วิธีป้องกันไรฝุ่น 

วิธีป้องกันไรฝุ่นในบ้านและในห้องนอน สามารถทำได้ด้วยการทำความสะอาด ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายวิธี เช่น หลีกเลี่ยงการใช้พรม ผ้าม่าน โซฟาผ้า หรือตุ๊กตามีขน ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฝุ่นออกอย่างสม่ำเสมอ ซักและตากแดดวัสดุที่ทำจากผ้าทุก 2 สัปดาห์ เคลียร์มุมรกและข้าวของสกปรกเป็นประจำ รวมถึงนำพลาสติกมาคลุมที่นอนและหมอนไว้ เป็นต้น
นอกเหนือจากนี้ หลายคนยังนิยมเลือกใช้ผ้ากันไรฝุ่นอีกด้วย เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ดี สะดวกสบาย และมีผลการวิจัยชี้ชัดว่า ผ้ากันไรฝุ่นช่วยลดการฟุ้งกระจายของสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น รวมถึงลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นลงได้นั่นเอง
ถึงจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ฉะนั้นทางที่ดีอย่าลืมทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อช่วยกำจัดและป้องกันไรฝุ่น ก่อนจะสะสมหนักจนทำให้เราป่วยได้นะครับ 