
การออกแบบบ้าน และการปรับฟังก์ชันบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ สำหรับบ้านไหนที่มีผู้สูงวัยอาศัยอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ หรือคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย การคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย คงจะต้องมาเป็นอันดับแรกใช่มั้ย? เช่นนั้นแล้ว การออกแบบบ้าน หรือการปรับเปลี่ยนพื้นที่และฟังก์ชันต่าง ๆ ในบ้าน จะต้องมีความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานภายในบ้านให้ได้มากที่สุด
ปัญหาส่วนใหญ่ของการออกแบบบ้านที่ไม่ได้รองรับผู้สูงอายุคือ ประตูและทางเข้าบ้านค่อนข้างแคบ ทำให้ผู้สูงอายุที่ใช้วีลแชร์ไม่สามารถเข้า-ออกบ้านได้อย่างสะดวก อีกทั้งการออกแบบบันไดที่สูงและชัน ห้องครัวและห้องน้ำที่สามารถเข้าถึงได้ยาก ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตในบ้านได้ทั้งสิ้น บ้านที่เหมาะสมกับการใช้งานและการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ จะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย

1. ใช้ลูกบิดก้านโยก
บ้านไหนที่ยังใช้ลูกบิดประตูอยู่ ควรจะเปลี่ยนเป็น ลูกบิดก้านโยก เพราะโดยทั่วไปแล้ว หลาย ๆ บ้านอาจจะใช้ลูกบิดประตูทรงกลม ซึ่งลูกบิดประตูทรงนี้จะทำให้ใช้งานได้ยากสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ในตอนที่มือเปียกน้ำ หรือในตอนที่ยกของ จะทำให้เปิดประตูได้ยาก และไม่สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งถ้าหากเปลี่ยนเป็นลูกบิดประตูก้านโยก ถึงแม้ว่ามือจะเปียกหรือถือของหนักอยู่ ก็ยังสามารถใช้แขนเปิดประตูแทนได้นั่นเอง

2. ความสว่างของไฟแบบพอดี ยกระดับความปลอดภัย
แสงไฟที่มีความสว่างกำลังพอดี จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสมาชิกในบ้านได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟสว่างจ้ามากเกินไป และไม่ควรปรับแสงไฟให้มืดสลัว เนื่องจากจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของผู้สูงอายุ เมื่อเดินไปยังส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ส่วนมากแล้วทุกบ้านก็มักจะติดไฟในจุดที่สำคัญ ๆ ของบ้าน ซึ่งจะมีจุดไหนอีกนั้น ไปดูกัน
- ติดไฟให้มีความสว่างเพียงพอสำหรับพื้นที่บริเวณนอกบ้าน โต๊ะอ่านหนังสือ ห้องน้ำ ทางขึ้นบันได และพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ อย่างห้องครัว และสวนนอกบ้าน
- ติดตั้งโคมไฟดาวน์ไลท์หรือโคมไฟฝังฝ้า ไว้ที่โซนทำอาหาร หรือเคาน์เตอร์ครัว
- ติดตั้งไฟที่ใช้ “สวิตซ์” เปิด-ปิดขนาดใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งาน เช่น ในตอนที่ถือของเต็มมือ ก็ยังสามารถใช้ข้อศอกเปิดไฟแทนได้
- ติดตั้งสวิตซ์ไฟเปิด-ปิด บริเวณทางบรรได
- เปิดไฟไว้ช่วงเวลากลางคืน เพื่อความสะดวกในการเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน
- ติดตั้งไฟฉุกเฉิน เพื่อใช้แทนในวันที่ไฟดับ ซึ่งสามารถติดตั้งไว้บริเวณนอกบ้าน ห้องครัว หรือโถงบันไดก็ได้ครับ
- ติดตั้งบานหน้าต่าง และช่องแสงให้มากพอ เพื่อให้บ้านได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติ ดูปลอดโปร่ง นอกจากนั้น ยังทำให้ผู้สูงอายุได้รับวิตามินดีจากแสงแดดด้วยนะครับ

3. ติดตั้งปลั๊กไฟให้ถูกตำแหน่ง
ในยุคนี้ นอกจากผู้สูงอายุจะปวดหลังแล้ว วัยรุ่นก็มีอาการปวดหลังด้วยอยู่บ่อย ๆ เช่นนั้นแล้ว การติดตั้งปลั๊กพ่วงจะต้องวางให้ถูกตำแหน่ง ไม่ควรวางไว้ที่พื้น เพราะถ้าหากจะต้องก้ม ๆ เงย ๆ เพื่อเปิด-ปิดสวิตซ์ไฟ นอกจากจะปวดหลังแล้ว ยังอาจมีอาการหน้ามืดตามมาในบางครั้งก็ได้ ซึ่งตำแหน่งของการวางปลั๊กพ่วง เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานนั้น ควรจะอยู่ในความสูงที่พอดี เช่น บนโต๊ะ หรือบนเคาน์เตอร์ เป็นต้น

4. ห้องน้ำที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
"ราวจับ" ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่คอยช่วยพยุงตัวผู้สูงอายุในตอนเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น จะลุก จะนั่ง หรือจะเคลื่อนตัวไปยังที่ต่าง ๆ ดังนั้น ควรจะติดตั้งราวจับไว้ในพื้นที่ที่ผู้สูงอายุจะต้องเข้าไปใช้งานหรือเคลื่อนที่ผ่านบ่อย ๆ เช่น ห้องน้ำ ที่ควรจะติดตั้งราวทรงตัว ทั้งบริเวณข้างโถสุขภัณฑ์ ข้างอ่างล่างหน้า และบริเวณที่อาบน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

5. ดีไซน์ห้องครัว ให้สะดวกต่อการใช้งาน
การออกแบบห้องครัวให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้สูงอายุ ควรจะเป็น "ห้องครัวรูปแบบสามเหลี่ยม" เพราะจะสามารถเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสิ่งของต่าง ๆ ในครัวได้อย่างพอดี ทั้งตู้เย็น ตู้กับข้าว เตาแก็ส และอุปกรณ์อื่น ๆ ยิ่งออกแบบให้พื้นที่กว้างมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสะดวกต่อการเคลื่อนไหวร่างกายมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น การติดตั้งชุดครัวแบบบิวท์อิน ยังต้องติดตั้งด้วยความสูงที่พอดี เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานของสมาชิกในบ้านที่เป็นผู้สูงอายุ

6. ออกแบบทางเข้าบ้านให้ กว้าง เข้าไว้ และเพิ่มเก้าอี้ ยาว
การออกแบบทางเข้าบ้าน และการเลือกใช้ประตูบ้าน หรือประตูห้องต่าง ๆ จะต้องออกแบบให้กว้างเข้าไว้ โดยมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ใช้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ได้สะดวก และต้องเผื่อให้สามารถหมุนวีลแชร์กลับตัวได้ด้วย หรือถ้าหากเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อน และใช้ลูกบิดก้านโยกได้ ก็จะยิ่งสะดวกต่อการใช้งานของผู้สูงอายุมากขึ้น
บริเวณทางเข้าควรจะหา "เก้าอี้ยาว" มาวางไว้ เพราะผู้สูงอายุมักจะเหนื่อยง่าย และเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก สามารถใช้เก้าอี้ตัวนี้เพื่อนั่งพัก หรือนั่งตอนใส่ถุงเท้า รองเท้าก็ได้

7. ออกแบบบันไดให้มี ราวจับ
สำหรับใครที่มีแพลนจะสร้างบ้านใหม่ แล้วเป็นบ้านสองชั้น ไม่ควรออกแบบบันไดให้ชันเกินไป เพื่อให้ระยะห่างระหว่างขั้นบันไดมีพื้นที่กว้างมากพอ และควรจะเลือกใช้บันไดที่มีราวจับ เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้พยุงตัวระหว่างทางขึ้นบันไดนั่นเอง ส่วนถ้าเป็นบ้านที่พักอาศัยกันมาแต่เดิม สามารถรีโนเวท หรือติดตั้งราวจับทั้ง 2 ฝั่งเพิ่มเข้าไป ก็ทำให้สะดวกต่อการใช้งานของผู้สูงอายุแล้ว

8. ออกแบบภายในให้สัมพันธ์กับไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุ
การตกแต่งภายใน และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ควรจะคำนึงถึงการออกแบบที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุ เช่น ถ้าต้องการปูพรม ก็ควรจะติดแผ่นกันลื่นรองไว้ด้านใต้ หรือการเลือกใช้สีของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ก็ควรจะเลือกสีที่ผู้สูงอายุจะมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เช่น สีของเก้าอี้ โซฟา ต้องแตกต่างจากสีพื้นบ้าน หรือสีของโถสุขภัณฑ์ต้องแตกต่างจากสีกระเบื้องห้องน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการมองไม่เห็น หรือการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ค่อยสะดวกของผู้สูงอายุ
เป็นอย่างไรบ้างกับ งานดีไซน์ฟังก์ชันบ้านที่เหมาะสมกับการใช้งานและการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ เผื่อว่าทุกคนจะนำไปใช้เป็นไอเดียในการปรับแต่งพื้นที่ เพื่อให้สมาชิกในบ้านสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อคนที่รัก