
คุณพ่อบ้าน คุณแม่บ้านคงทราบกันดีว่า "การทำความสะอาดบ้านด้วยไม้กวาด ไม่สามารถกำจัดฝุ่นผงได้หมด" สังเกตได้จากพื้นห้องที่ยังคงมีฝุ่นละอองขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้ต้องกวาดและถูพื้นซ้ำอีก 1 รอบ
หลายบ้านจึงหันมาใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเพื่อลดเวลาการทำงานบ้าน ช่วยเบาแรงในการทำความสะอาด แต่ท่ามกลางหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องไหนเหมาะกับการใช้งานในบ้านเรามากที่สุด เนื้อหานี้มี 5 เคล็ดลับในการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาฝาก

1. พื้นบ้านลักษณะไหน เหมาะกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
ก่อนจะซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ต้องทราบก่อนว่าบ้านของเราเหมาะกับการนำหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาใช้หรือไม่ ปกติการทำงานของหุ่นยนต์จะวิ่งวนไปทั่วทั้งห้อง พื้นของบ้านจึงจำเป็นต้องมีความราบเรียบไม่ต่างระดับกัน ไม่มีขอบกั้นหรือสิ่งกีดขวางระหว่างห้องเยอะเกินไป เพราะหากพื้นมีการเล่นระดับสูงต่ำหรือมีสิ่งกีดขวางมาก อาจทำให้หุ่นยนต์ทำงานติดขัดหรือหยุดการทำงานไปโดยทันที เพราะฉะนั้น ก่อนเลือกซื้อจะต้องพิจารณาพื้นที่ใช้งานกันให้ดี ๆ หากบ้านไหนพื้นที่พร้อมแล้ว มาเลือกซื้อกันต่อเลย

2. ความจุแบตเตอรี่ ต้องสอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้งาน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่นอาจระบุสเปกการใช้งานเบื้องต้นไว้ให้ว่าเหมาะกับพื้นที่ใช้สอยกี่ตารางเมตร แต่หากไม่ได้ระบุไว้ให้ดูปริมาณความจุของแบตเตอรี่ว่าสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมง หากเป็นห้องขนาดเล็ก 20-30 ตารางเมตร หรือใช้งานส่วนตัวภายในห้อง แบตเตอรี่จำนวนน้อย ๆ ใช้งานต่อเนื่องครั้งละ 1 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้วครับ แต่หากต้องการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานต่อเนื่องทั่วทั้งบ้าน ควรเลือกรุ่นที่มีความจุแบตเตอรี่มาก ทำงานต่อเนื่อง 1-2 ชั่วโมงขึ้นไป
หรือหากหุ่นยนต์รุ่นดังกล่าวมีฟังก์ชันกลับไปชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ ให้พิจารณาถึงระยะเวลาในการชาร์จ เพื่อประเมินดูว่าสามารถทำงานได้ประมาณวันละกี่ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณกี่ตารางเมตร และอาจต้องพิจารณาเพิ่มไปอีกว่า หุ่นยนต์รุ่นนั้น ๆ รองรับการทำงานบนพื้นผิวใดบ้าง อาทิ กระเบื้อง, ไม้, หินอ่อน, ลามิเนต, ไวนิล, พื้นพรม เป็นต้น

3. เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ความฉลาด
จุดประสงค์สำคัญในการเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพราะต้องการให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นบ้านแทนเราใช่ไหมครับ หากหุ่นยนต์รุ่นดังกล่าวไม่ได้มีโปรแกรมที่ฉลาดอย่างเพียงพอก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับรถบังคับของเล่นเด็กวิ่งไป วิ่งมา
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ดี จึงต้องมีฟังก์ชันพื้นฐาน ดังนี้
- มีแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ตั้งเวลาการทำงานอัตโนมัติ แบบรายชั่วโมง รายวัน หรือรายสัปดาห์ได้
- ตั้งค่าแผนที่ วางแผนเส้นทางการทำงานได้
- กลับแท่นชาร์จอัตโนมัติเพื่อเติมพลังงานอัตโนมัติ
- มีเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่น, เซนเซอร์กันตกจากที่สูง
ทั้ง 5 ฟังก์ชันที่แนะนำไว้นี้ เป็นเพียงฟังก์ชันมาตรฐานที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นควรมี ปัจจุบันหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้พัฒนาการไปมาก บางรุ่นสามารถทิ้งขยะได้ด้วยตนเอง จะยิ่งรองรับการทำงานต่อเนื่องได้ทั้งสัปดาห์โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องไปจัดการใด ๆ เลย ก่อนเลือกซื้อจึงจำเป็นต้องอ่านลูกเล่นความฉลาดของหุ่นยนต์แต่ละรุ่นอย่างรอบคอบ

4. เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ
ระบบการทำการของเครื่องดูดฝุ่นแต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่นอาจมีความแตกต่างกัน บางรุ่นใช้หลักการดูดฝุ่นเข้าเครื่องโดยตรง เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น ส่วนบางรุ่นใช้ระบบการดูดฝุ่นแบบแปรงหมุน เป็นการหมุนเพื่อให้ฝุ่นกระจายออกก่อนแล้วจึงดูดเข้าเครื่อง หากต้องการให้ตอบโจทย์ในเรื่องสุขภาพ ควรเลือกหุ่นยนต์ที่มีฟิลเตอร์หรือตลับกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ตั้งแต่ 10 ไมครอนขึ้นไป เพื่อช่วยในการดักจับฝุ่นผง เกสรดอกไม้ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ นอกจากจะทำให้พื้นบ้านสะอาดขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก สัตว์เลี้ยงและผู้ที่มีอาการภูมิแพ้และหอบหืด

5. เลือกหุ่นยนต์ที่เหมาะสมกับราคา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยิ่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีสเปกสูง มีโปรแกรมการทำงานชาญฉลาด ราคาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็จะยิ่งสูงขึ้นตามฟังก์ชันหรือคุณสมบัติที่เพิ่มมา การเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาใช้งาน จึงอาจไม่ได้เลือกกันที่รุ่นท็อปสุดในตลาด แต่จำเป็นต้องเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับงบประมาณของผู้ซื้อเป็นเกณฑ์สำคัญ โดยให้ผู้ซื้อกำหนดงบไว้ในใจ จากนั้นตามหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีราคาใกล้เคียง +-10% ของงบประมาณที่กำหนดไว้ เพื่อพิจารณาดูว่า รุ่นไหนมีฟังก์ชันใดบ้าง
และหากใครต้องการซื้อในราคาประหยัด อาจต้องรอช่วงโปรโมชันพิเศษ หรืออย่าเพิ่งใจร้อนซื้อรุ่นที่เพิ่งวางจำหน่ายใหม่ ๆ เพราะโดยปกติแล้วอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า มักจะมีราคาลดลงเมื่อจำหน่ายไปสักระยะหรือมีรุ่นใหม่กว่ามาทดแทน แต่หากไม่ได้จำกัดงบประมาณ การเลือกรุ่นท็อป หรือรุ่นที่ออกใหม่สด ๆ ร้อน ๆ แม้จะมีราคาที่สูงกว่า แต่ก็ได้ใช้งานไวขึ้น และมีฟังก์ชันที่ดีกว่ารุ่นรองอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น สำรวจงบในกระเป๋าแล้วไปเลือกซื้อกันได้เลย
เป็นไงกันบ้าง กับ 5 แนวทาง เลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ให้ตอบโจทย์ในการทำความสะอาดบ้านได้สูงสุด