
เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ บ้านเราและทั่วโลก กำลังเผชิญกับวิกฤตที่ได้รับผลกระทบมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ และจากการสัมผัสได้ จึงทำให้ผู้คนต้องดูแลสุขอนามัย มีวินัยกันมากขึ้น เพื่อให้รอดพ้นจากเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ 
แต่รู้หรือไม่ว่า เชื้อโรคต่างๆ นั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงนอกบ้าน ภายในบ้านก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เหมือนกัน มาดุวิธีลดสาเหตุของการเกิดเชื้อโรคสะสมภายในบ้านกันดีกว่า 
แนวทางขจัดเชื้อโรคภายในบ้าง ป้องกัน COVID-19 

เปิดบ้านระบายอากาศ
รู้หรือไม่ว่า เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นอนุภาคของเชื้อโรคที่แพร่กระจายทางอากาศ หากบ้านปิดทึบ อากาศอับ หรือแออัด จะเพิ่มโอกาสให้คนสูดลมหายใจเอาละอองนิวเคลียสที่มีเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายได้มากขึ้น การเติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาในตัวบ้าน จะช่วยลดความเข้มข้นของสิ่งปนเปื้อนในอากาศภายในได้ดีอีกทั้งยังทำให้บ้านเย็นสดชื่นอีก จึงควรหมั่นเปิดประตู หน้าต่างระบายอากาศบ้าง โดยติดตั้งระบบการถ่ายเทอากาศหรือมีขนาดช่องลมอยู่ในตำแหน่งและทิศทางที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น

ลดความอับชื้นในห้องน้ำ
เชื้อโรคหลายชนิดเติบโตได้ดีในที่ชื้น โดยเฉพาะเชื้อรา (Fungi) ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ เชื้อราส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ที่ระดับความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 60% ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น เกิดโรคทางเดินหายใจไ โดยเฉพาะในห้องน้ำที่เป็นจุดที่ชื้นที่สุดในบ้าน ต้องจัดให้ถูกสุขอนามัย อาทิ การแบ่งโซนเปียกโซนแห้ง หรือการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เพื่อช่วยระบายความชื้นออกไปได้เร็วและมากที่สุด

ห้องครัวสะอาดปราศจากสิ่งหมักหมม
เชื่อหรือไม่ว่าในบางกรณีห้องครัวก็เป็นจุดสะสมเชื้อโรคมากกว่าห้องน้ำ เพราะเป็นส่วนใช้งานที่มีครบทั้งความชื้น คราบเขม่าควัน ไขมัน ยังไม่รวมเชื้อโรคที่มากับของสดหรือเศษอาหารที่เน่าเสียหมักหมม และเชื้อโรคที่เดินทางมากับแมลงต่างๆ
ภายในครัวจึงต้องเปิดช่องหน้าต่างรับแสงฆ่าเชื้อโรคและลดความชื้น เช็ดพื้นครัวให้สะอาดไม่มีคราบไขมัน ถังขยะต้องมีฝาปิดและล้างถังขยะสัปดาห์ละครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ เศษอาหารขจัดทิ้งให้เรียบร้อย เครื่องครัวทุกชิ้นล้างให้สะอาดทุกครั้งแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง หากเป็นไปได้ควรฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะเคาน์เตอร์ เตา เขียง และฟองน้ำที่ต้องสัมผัสอาหาร
เพราะจากผลการศึกษาในครัวบ่งชี้ว่า การปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม (Coliform bacteria) ที่ทำให้ท้องเสียอาหารเป็นพิษ ราว 75% อยู่ในฟองน้ำและผ้าเช็ดในครัว 45% ในซิงค์ล้างจาน 32% อยู่บนพื้นผิวบนเคาน์เตอร์ครัว และ 18% อยู่บนเขียง ส่วนท่อน้ำทิ้ง ที่ต่อกับซิงค์ล้าง ควรเทน้ำร้อนลงไปสัปดาห์ละครั้งเพื่อฆ่าเชื้อโรคหรือแมลงที่อยู่ในท่อ

ท่อน้ำทิ้งควรปิดให้เรียบร้อย
ท่อน้ำทิ้งตามจุดต่างๆ หรือท่อระบายน้ำจากบ่อเกรอะที่สร้างไว้ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ท่อแตก หลุด รั่ว หรือท่อตัน ส่งกลิ่นเหม็น และสร้างความเดือนร้อน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค เจ้าของบ้านควรหมั่นสังเกตว่ามีช่องเปิดตามท่อน้ำทิ้งรอบๆ บ้านหรือไม่ ถ้ามีให้ปิดท่อน้ำทิ้งให้เรียบร้อยหรือขุดลอกทำความสะอาดบ่อยๆ

ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ
ใส่ใจทำความสะอาดบ้านตามหลักสุขาภิบาล เพื่อลดฝุ่นและแหล่งสะสมเชื้อโรค จัดข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ กวาดตามซอกมุมไม่ให้มีฝุ่นละอองสะสม เช็ดเฟอร์นิเจอร์ ตู้ โต๊ะ ดูดฝุ่นโซฟา และถูพื้นด้วยน้ำยาที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดมากยิ่งขึ้น ส่วนในห้องนอนที่มีวัสดุเส้นใยมากมักเป็นที่อยู่อาศัยของไรฝุ่น ควรซักชุดเครื่องนอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งที่ซัก

อย่าละเลยระบบปรับอากาศ
จุดหนึ่งที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี คือ เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ทำความสะอาด ด้วยระยะเวลาการทำงานนาน ๆ ภายในตัวเครื่องจึงเต็มไปด้วยฝุ่น และเป็นที่สะสมเชื้อโรคนานาชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้จะแพร่ทางอากาศในห้องจะมีลักษณะปิด หากปิดบ้านแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ ผู้อยู่อาศัยจะรับอันตรายจากเชื้อโรคและฝุ่นที่ลอยอยู่มากกว่าปกติ
วิธีป้องกันคือ ต้องหมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ ล้างแผ่นกรองอากาศอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง ล้างเครื่องปรับอากาศแบบเต็มระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เป็นต้น

เสริมตัวช่วยด้วยเครื่องฟอกอากาศขจัดเชื้อโรค
ด้วยปัญหาสุขภาพที่เกิดจากเชื้อโรค ควัน ฝุ่นพิษ ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ประกอบการหลาย ๆ แห่ง เริ่มพัฒนาการใช้เทคโนโลยี เพื่อรักษาและปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้าน ให้มีความบริสุทธิ์เหมาะสมกับการสูดลมหายใจ เช่น เครื่องฟอกอากาศบางรุ่น บางยี่ห้อ ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคบางชนิดเข้าไปด้วย ช่วยเสริมความอุ่นใจในการใช้ชีวิตภายใต้หลังคาบ้านได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างหลังจากที่เราดูแลสุขภาพภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หาเวลาว่างออกกำลังกาย ล้างมือ 8 ขั้นตอนบ่อยครั้ง หรือพกแอลกอฮอล์เจลติดตัวไว้ ต้องไม่ประมาท และมีสติอยู่เสมอนะครับ 