
ธนาคารแห่งประเทศไทย แจงธนบัตรที่ระลึก ครบรอบ 1 ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ยันมีเทคโนโลยีขั้นสูงป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งผลิตมาเพียง 1.2% ของธนบัตรทั้งหมด เพื่อสะสมเป็นที่ระลึก แต่จะมีข้อเท็จจริงอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันเลยครับ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้นำธนบัตรที่ระลึกเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ออกใช้ โดยเป็นวันครบ 1 ปี ของการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มี 2 ชนิดราคา คือ 1,000 บาท จัดพิมพ์จำนวน 10 ล้านฉบับ และ 100 บาท จัดพิมพ์จำนวน 20 ล้านฉบับ ซึ่งธนบัตรชนิด 100 บาทนั้นมีความใกล้เคียงกับธนบัตร 1,000 บาท ปกติ จนทำให้หลายคนเกิดความสับสนในการใช้งาน
1. ธนบัตรที่ไม่มี EURion (ยูไรอัน) ไม่ได้หมายความว่าจะถูกปลอมแปลงได้ง่าย EURion
เป็นหนึ่งในรูปแบบของการป้องกันการคัดลอกจากเครื่องถ่ายเอกสาร หรือการสแกน แต่ไม่ใช่รูปแบบที่จำเป็นหรือสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันการผลิตเพื่อปลอมแปลง ซึ่งหลายประเทศก็ไม่ได้นำมาใช้ แต่เน้นที่การให้มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลง เพื่อให้ประชาชนสังเกตได้ง่ายและปลอมแปลงได้ยาก
สำหรับธนบัตรที่ระลึกที่ผลิตในครั้งนี้ มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงในหลายจุด และยังคงนำเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงตามมาตรฐานขั้นสูงมาใช้เช่นเดิม ไม่สามารถปลอมให้เหมือนธนบัตรจริงได้ ประชาชนสามารถสังเกตความแตกต่างได้ทันทีว่าเป็นธนบัตรปลอมด้วยวิธีการ ดังนี้

- สัมผัสความนูนของการพิมพ์บอกชนิดราคาที่มุมธนบัตรและคำว่ารัฐบาลไทย
- ยกส่องลายน้ำที่อยู่ในเนื้อกระดาษธนบัตรชนิดราคา 100 บาทจะมองเห็นพระบรมสาทิสลักษณ์ และธนบัตรชนิดราคา 1000 บาทจะเห็นลายน้ำอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร.
- พลิกเอียงเห็นแถบสีม่วงแดง ที่ด้านหน้าของธนบัตรชนิดราคา 100 บาท สามารถเลื่อนขึ้นลงและเปลี่ยนสลับเป็นสีเขียว รวมทั้งภายในลายดอกพิกุลของธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท มีรูปวงกลมเคลื่อนไหวได้รอบทิศทางและเปลี่ยนสลับจากสีทองเป็นสีเขียว
2. ธนบัตรที่ออกโดย ธปท. แม้ไม่มี EURion แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันการปลอมแปลงขั้นสูงและสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศได้
ธนบัตรทุกฉบับที่ออกโดย ธปท. สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย จึงสามารถใช้ธนบัตรที่ระลึกทำธุรกรรมต่าง ๆ ในประเทศได้เหมือนธนบัตรทั่วไป รวมถึงการแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศด้วย โดยในช่วงแรก ร้านค้ารวมถึงผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินอาจยังไม่คุ้นเคยเนื่องจากเป็นธนบัตรรูปแบบใหม่ แต่ต่อมาก็มีการประกาศว่ารับชำระด้วยธนบัตรที่ระลึกดังกล่าวแล้ว
สำหรับการแลกเปลี่ยนธนบัตรเงินบาทในต่างประเทศนั้น เงินบาทไม่ใช่สกุลเงินสากล ไม่ได้มีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศอยู่แล้ว ธนาคารหรือผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินในต่างประเทศอาจจะรับหรือไม่รับแลกธนบัตรใด ๆ ก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการมีหรือไม่มี EURion แต่ขึ้นอยู่กับว่ามีความต้องการทั้งด้านซื้อและขายจากลูกค้ามากพอที่จะเกิดธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงิน
3. ธนบัตรที่ระลึกใหม่มีเงินทุนสำรองฯ หนุนหลังครบถ้วน 100%
การออกใช้ธนบัตรของ ธปท. ไทยทุกชนิดราคา ทั้งธนบัตรหมุนเวียนปกติและธนบัตรที่ระลึกเป็นไปตามกฎหมายเงินตรา มีทุนสำรองเงินตราหนุนหลังครบถ้วน 100%
ปัจจุบันธนบัตรหมุนเวียนรวมธนบัตรที่ระลึกทั้งหมด มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท ขณะที่ธนบัตรที่ระลึกในครั้งนี้ มีมูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.6% ของปริมาณธนบัตรหมุนเวียนทั้งหมด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบปริมาณธนบัตรออกใช้ รวมถึงทุนสำรองเงินตรา ได้จากรายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของ ธปท.

4. การออกธนบัตรที่ระลึกไม่นับเป็นการทำ QE (Quantitative Easing) ของ ธปท.
การออกธนบัตรหมุนเวียนรวมทั้งธนบัตรที่ระลึกเป็นการทำหน้าที่ของ ธปท. ในการบริหารจัดการธนบัตรให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน สำหรับใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ (รวมทั้งเก็บเป็นเงินออมหรือเก็บเป็นที่ระลึก) ปริมาณธนบัตรที่หมุนเวียนในระบบถูกกำหนดด้วยความต้องการของประชาชนและธุรกิจเป็นสำคัญ เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ที่ประชาชนมีความต้องการจับจ่ายใช้เงินสดมาก ธปท. ก็ต้องออกใช้ธนบัตรมากขึ้น และเมื่อเทศกาลผ่านไป ความต้องการเงินสดของประชาชนลดลง ธปท. ก็ถอนเงินสดออกจากระบบ
โดยสรุป ธปท. ไม่สามารถเพิ่มปริมาณธนบัตรออกใช้ได้ หากประชาชนและธุรกิจไม่มีความต้องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์
ส่วนการทำ QE ในต่างประเทศนั้น เป็นการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลาง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านบัญชีของสถาบันการเงิน ไม่เกี่ยวข้องกับการนำธนบัตรออกใช้แต่อย่างใด
5. จำนวนธนบัตรที่ระลึกที่ออกมาเพื่อเก็บสะสมมีจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับธนบัตรหมุนเวียนปกติจึงบรรจุในตู้ ATM ด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
ปกติการออกธนบัตรที่ระลึกที่ผ่านมามักจะมีจำนวนจำกัดประมาณ 10 – 20 ล้านฉบับ นับเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับธนบัตรหมุนเวียนปกติชนิดราคา 100 บาท ที่มีจำนวนประมาณ 1,700 ล้านฉบับ และชนิดราคา 1000 บาท ที่มีจำนวนประมาณ 1,600 ล้านฉบับ
การนำธนบัตรที่ระลึกใส่ในตู้ ATM มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงธนบัตรที่ระลึกได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปเข้าแถวเพื่อขอแลกที่สาขาธนาคารพาณิชย์
6. ธนบัตรที่ระลึกใช้กับเครื่องฝากเงินอัตโนมัติไม่ได้
การที่ธนบัตรที่ระลึกใช้กับเครื่องฝากเงินอัตโนมัติไม่ได้เพราะต้องมีการแก้ไขโปรแกรมที่เครื่องฝากเงินอัตโนมัติทั่วประเทศ ซึ่งปริมาณธนบัตรที่ระลึกมีน้อยกว่า 1.2% ของธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบทั้งหมด
ดังนั้น หากประชาชนต้องการแลกเปลี่ยนธนบัตรที่ระลึกเป็นธนบัตรหมุนเวียนปกติ สามารถติดต่อขอแลกได้ที่สาขาธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันของ ธนบัตรที่ระลึกฯ ชนิดราคา 100 กับ ธนบัตรหมุนเวียน ชนิดราคา 1,000 บาท ปัจจุบันนั้น ขอแจ้งว่า มีความแตกต่างที่ประชาชนสามารถสังเกตได้ชัดเจน เช่น ขนาดธนบัตรหมุนเวียน 1,000 บาทมีขนาดความยาวกว่า 1.2 เซนติเมตร นอกจากนี้ ธนบัตรทั้ง 2 แบบ มีตัวเลขบอกชนิดราคาที่มุมธนบัตรด้านล่างอย่างชัดเจน
5 จุดสังเกต ธนบัตรที่ระลึก ชนิดราคา 100 บาท

- 1. ตัวเลขไทยแจ้งชนิดราคา ๑๐๐ บาท
- 2. ธนบัตรมีสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นสีแห่งวันพระบรมราชสมภพ
- 3. เปลี่ยนภาพพระตราประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งอยู่ตอนกลางของธนบัตร เป็นภาพตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562
- 4. ตัวเลขแจ้งชนิดราคา 100 บาท ในดอกไม้
- 5.ภาพพื้นหลัง เชิญพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคเป็นภาพประธาน
รายละเอียด ธนบัตรที่ระลึกฯ ราคา 100 บาท

ลักษณะธนบัตรด้านหน้า
ลักษณะโดยรวมเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา 100 บาท แบบปัจจุบัน โดยได้ปรับโทนสีให้เป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีแห่งวันพระบรมราชสมภพ เปลี่ยนภาพพระตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งอยู่ตอนกลางของธนบัตร เป็นภาพตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เปลี่ยนลายดอกห้ากลีบที่เบื้องขวาของพระบรมสาทิสลักษณ์ เป็นลายดอกพิกุล
ลักษณะธนบัตรด้านหลัง
เชิญพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคเป็นภาพประธาน เชิญพระปฐมบรมราชโองการไว้ที่เบื้องขวาของธนบัตร
โดยประชาชนสามารถตรวจสอบธนบัตรด้วย 3 วิธีง่าย ๆ คือ สัมพัส ยกส่อง พลิกเอียง จุดสังเกตที่สำคัญ เช่น ความนูนของการพิมพ์บอกชนิดราคาที่มุมธนบัตรและคำว่ารัฐบาลไทย ลายน้ำ แถบสีที่มีภาพเคลื่อนไหว และ หมึกพิมพ์แม่เหล็กสามมิติเปลี่ยนสีได้ เป็นต้น