สาระควรรู้ทั่วไป

ในช่วงนี้ที่มลพิษทั้ง PM 2.5 รวมถึงไวรัสโคโรน่า หรือแม้แต่ไข้หวัดทั่วไปเริ่มมาคุกคามการใช้ชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะในบ้านที่ต้องอยู่อาศัยอยู่ทุกวัน โดยคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับจุดใหญ่ ๆ ที่มองเห็นได้ง่าย แต่ความจริงแล้วจุดเล็ก ๆ ภายในบ้าน ซึ่งมักถูกมองข้าม ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้เช่นกัน ลองมาดูว่ามีจุดไหนภายในบ้านบ้างที่ควรให้ความใส่ใจในเรื่องความสะอาด ก่อนจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและทำให้คนในบ้านป่วยได้

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

9 จุดสะสมเชื้อโรคที่เป็นอันตรายในบ้าน พร้อมวิธีการรับมือเบื้องต้น

ในช่วงนี้ที่มลพิษทั้ง PM 2.5 รวมถึงไวรัสโคโรน่า หรือแม้แต่ไข้หวัดทั่วไปเริ่มมาคุกคามการใช้ชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะในบ้านที่ต้องอยู่อาศัยอยู่ทุกวัน

     โดยคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับจุดใหญ่ ๆ ที่มองเห็นได้ง่าย แต่ความจริงแล้วจุดเล็ก ๆ ภายในบ้าน ซึ่งมักถูกมองข้าม ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้เช่นกัน ลองมาดูว่ามีจุดไหนภายในบ้านบ้างที่ควรให้ความใส่ใจในเรื่องความสะอาด ก่อนจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและทำให้คนในบ้านป่วยได้

 

     1. สวิตช์ไฟ

     การที่เราสัมผัสกับสวิตช์ไฟหลาย ๆ ครั้งโดยไม่เคยทำความสะอาด ทำให้กลายเป็นจุดที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่มากมาย เพียงแต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น

     จากการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า บนสวิตช์ไฟมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงมากถึง 217 ตัวต่อตารางนิ้ว โดยเฉพาะสวิตช์ไฟห้องน้ำนั้นมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากกว่าหลายเท่าตัว ทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคไปสู่บุคคลอื่น ๆ จากการสัมผัสได้ด้วย

     ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดสวิตช์ไฟอย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถทำความสะอาดง่าย ๆ โดยฉีดแอลกอฮอล์ลงบนผ้า แล้วนำไปเช็ดสวิตช์ไฟให้ทั่ว ก่อนจะนำผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกรอบ เท่านี้ก็ช่วยให้สวิตช์ไฟปราศจากเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกแล้ว

 

     2. ก๊อกน้ำ

     ก๊อกน้ำเป็นอีกหนึ่งจุดในบ้านที่มักมีสิ่งสกปรกสะสม และมักเป็นจุดที่หลายคนลืมทำความสะอาด ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของทั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย

     วิธีการทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เพียงแค่เช็ดด้วยน้ำร้อนหรือน้ำสบู่แล้วล้างออก หรือถ้าอยากเพิ่มความเงางามให้กับก๊อกน้ำ ก็ให้ขัดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำมะนาว ก็ทำให้ก๊อกน้ำกลับมาสะอาดเงางามได้เหมือนกัน

     3. ม่านห้องน้ำ

     ม่านในห้องน้ำไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือผ้าก็มีโอกาสเกิดเชื้อราได้ง่าย เนื่องจากอากาศในห้องน้ำมักอบอ้าว และมีความชื้นสูง ซึ่งนอกจากจะไม่น่าใช้งานแล้ว เชื้อรายังเป็นพิษต่อร่างกาย ซึ่งพิษจากเชื้อรามักจะเป็นอันตรายต่อระบบต่าง ๆ อย่างช้า ๆ ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้

วิธีการทำความสะอาดแบ่งเป็น

  • หากผ้าม่านที่เป็นผ้า สามารถถอดซักรวมกับผ้าอื่นได้เลย จากนั้นให้ตากแดดจัด เพื่อกำจัดเชื้อรา
  • หากเป็นม่านพลาสติกให้ใช้เบกกิ้งโซดาถูบริเวณที่เป็นเชื้อราออกก่อน แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าร่วมกับผ้าขนหนูเก่า ๆ สักผืน โดยไม่ต้องใส่ผงซักฟอก แต่ให้ใส่น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยลงไปแทน เมื่อเครื่องซักเสร็จให้รีบนำออกมาตากแดดให้แห้ง โดยที่ไม่ต้องปั่นแห้ง เท่านี้คราบเชื้อราต่าง ๆ ก็จะหายไป

 

     4. ลูกบิดประตู

     มือจับหรือลูกบิดประตู คือ จุดอันตรายจากเชื้อโรคอีกจุดหนึ่งที่มักถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นจุดที่ถูกสัมผัสอยู่ตลอดเวลา จึงมีโอกาสที่จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคมากที่สุดแห่งหนึ่งในบ้าน

     วิธีการทำความสะอาดคือ เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบ่อย ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้มือจับหรือลูกบิดประตูปราศจากเชื้อโรคได้

 

     5. ราวจับบันได

     เช่นเดียวกับลูกบิดประตู เนื่องจากผู้อยู่อาศัยต้องสัมผัสกับราวจับบันไดทุกวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้เพื่อช่วยพยุงตัว ดังนั้น การเช็ดราวจับบันไดให้สะอาด นอกจากจะสวยงามน่ามองยังช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วย

     ส่วนการทำความสะอาดสามารถทำได้โดยผสมน้ำร้อนและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าจุ่มแล้วบิดออกให้ผ้าเปียกหมาด ๆ นำไปเช็ดราวบันได แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง

     6. ต้นไม้ในบ้าน

     ไม่ว่าจะต้นไม้จริงหรือต้นไม้ปลอม ใบไม้ก็เป็นแหล่งสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ โดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่ในห้องนอน เพราะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกกว่า สารก่อภูมิแพ้ (allergens) หรือสิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง

     โดยโรคภูมิแพ้ชนิดที่พบบ่อยมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ (โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ ประมาณ 23-50% และโรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด ประมาณ 10-15%) และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ซึ่งภายในระยะเวลา 20 ปี คาดว่า จะมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มมากถึง 3-4 เท่า

     สำหรับการทำความสะอาดต้นไม้จริงให้ยกไปฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรกออก แต่ถ้าหากต้นไม้มีขนาดใหญ่เกินไป ก็ให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดทำความสะอาดทีละใบแทน ส่วนต้นไม้ปลอมสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ๆ โดยการใช้ไดร์เป่าผมเป่าฝุ่นออก ที่สำคัญอย่าลืมคาดผ้าปิดปากป้องกันฝุ่นละอองด้วย

 

     7. ถังขยะ

     แม้จะกำจัดขยะออกจากถังขยะทุกวัน แต่แบคทีเรียและกลิ่นเหม็นก็ยังคงตกค้างและสะสมอยู่ในถังขยะได้ ฉะนั้นทางที่ดีอย่าลืมล้างถังขยะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อพร้อมกับขัดสิ่งสกปรกออก รับรองว่าเชื้อโรคและกลิ่นในถังขยะหายเกลี้ยงแน่นอน

 

     8. มุ้งลวดและมู่ลี่

     มุ้งลวดและมู่ลี่เป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดี เพราะทำความสะอาดยาก จึงมีโอกาสที่ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะสะสมได้ง่าย โดยวิธีการทำความสะอาดมุ่งลวดสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยล้างด้วยน้ำสบู่แล้วใช้แปรงขัดออก ก่อนนำไปผึ่งให้แห้ง ในระหว่างนี้ก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรางมุ้งลวดให้สะอาด ส่วนฝุ่นบนมูลี่ก็กำจัดได้โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำแล้วเช็ดทีละซี่ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกรอบ เผื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ

     9. เฟอร์นิเจอร์

     เฟอร์นิเจอร์บางอย่างมักพบสารเคมีอันตรายประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ เนื่องจากสารชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสี กาว และสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่น ๆ ไอระเหยของสารฟอร์มัลดีไฮด์ที่แฝงอยู่สิ่งเหล่าเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

     หากได้รับสารระเหยในจำนวนน้อย อาจเกิดอาการระคายเคืองได้ เช่น แสบตาหรือแสบจมูก แต่ในระยะยาวจะทำให้เกิดผลเสียกับระบบร่างกายต่าง ๆ หรือก่อให้เกิดมะเร็งได้

     ดังนั้น จึงควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตรวจสอบเฟอร์นิเจอร์ที่จะนำเข้าบ้านว่า มีคำเตือนถึงการใช้สารฟอร์มัลดีไฮด์ และได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ เพื่อสุขภาวะที่ดีในการพักอาศัย

     นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ยังอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา และเชื้อโรคได้เช่นกัน แต่สามารถทำความสะอาดง่าย ๆ ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด

 

ข้อแนะนำในการทำความสะอาดของกรมอนามัย

     กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำถึงหลักการทำความสะอาดง่าย ๆ 5 ขั้นตอน ลดการสะสมและแพร่กระจายของเชื้อโรค เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน ดังนี้

  1. เก็บสิ่งของเครื่องใช้ โดยจัดวางของที่จำเป็นให้เป็นระเบียบ ไม่ควรเก็บสะสมสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
  2. กวาดหยากไย่ ฝุ่นละออง และเศษขยะ
  3. เช็ดถูคราบสกปรก ทำความสะอาดให้ทั่วถึง
  4. ล้างทำความสะอาดส้วมสม่ำเสมอ 5
  5. คัดแยกขยะตามประเภท ได้แก่ 
  • ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ ควรเก็บใส่ถุงที่ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่รั่วซึม มัดปากถุงให้แน่น นำไปทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ แก๊สชีวภาพ
  • ขยะรีไซเคิล เช่น แก้ว กระดาษ ขวดพลาสติก โลหะ ให้เก็บรวบรวมนำไปจำหน่าย
  • ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ ให้เก็บในภาชนะบรรจุเดิมหรือภาชนะที่ปิดมิดชิด ปลอดภัย รวบรวมและนำไปไว้ที่จุดทิ้งขยะอันตราย
  • ขยะทั่วไป ซึ่งเป็นขยะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว ให้เก็บรวบรวมใส่ถุงที่มีความเหนียวทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่รั่วซึม และมัดปากถุงให้แน่น ทิ้งลงถังที่มีฝาปิดมิดชิด

 

     ขณะทำความสะอาดควรสวมถุงมือ หน้ากากปิดจมูกและปากป้องกันทุกครั้ง ส่วนวิธีกำจัดตัวไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากตัวไรฝุ่นภายในห้องนอนและภายในบ้านนั้น ให้หมั่นทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูบ้านเป็นประจำ และควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่ม และพรมเช็ดเท้า ทุก 1-2 สัปดาห์ จะช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ นอกจากนี้ ทุกบ้านควรหมั่นดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและรักษาความสะอาดของพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอุบัติเหตุและการสะสมของเชื้อโรค ยุง หนู แมลงสาบ และสัตว์มีพิษ ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อต่าง ๆ

ข่าว บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
  • แนะนำ 10 เครื่องอบผ้า 2026 ผ้าแห้งไวพร้อมใช้ ลดกลิ่นผ้าเหม็นอับ หอมสดชื้นไม่ต้องตากแดด
  • [ที่พักท่องเที่ยว] จุดเช็คอินเที่ยวภาคใต้ 5 จังหวัดใหญ่ ชวนนักท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ร่วมผัสบรรยากาศธรรมชาติ เก็บโมเมนต์สไตล์ที่ชอบ
  • [ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย] ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ปี 2569 วันมงคลเสริมความเฮง อยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่ปรองดองในครอบครัว
  • [สินเชื่อที่อยู่อาศัย] ธอส.จัดสินเชื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย บนที่ดินของตนเอง ปี 2569
  • [ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัย] แนะนำ 5 ต้นไม้มงคล พร้อมทิศปลูกที่เป็นมงคล เสริมความเป็นสิริมงคล โชคลาภรับปีม้าไฟ 2569
  • แนะนำสัตว์น่าเลี้ยง 6 ชนิด ที่ช่วยสร้างสมดุลระบบนิเวศทางธรรมชาติ พร้อมผลกำไรหาเลี้ยงชีพได้
  • ทำความรู้จัก "ซอยนานา" ทำเลดังย่านสุขุมวิท แหล่งเที่ยวในยามราตรี ชื่อซอยนี่ได้มาจากไหน ?
  • วิธีดีท็อกซ์ ความเหนื่อยล้า จากการนอนดึก ตื่นมาน้ำที่ไม่ใช่กาแฟ ปลุกระบบดึงพลังงานกลับคืนมา
  • เช็กก่อนยื่น ลดหย่อนภาษี 2568 บิลใบเสร็จช้อปดีมีคืน เที่ยวเมืองรอง มอบเงินบริจาค อะไรใช้ลดภาษีได้บ้าง
  • วิธีขจัดคราบ กระจกห้องน้ำ กำจัดเชื้อโรคหมดจด ให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่น่าใช้งานยิ่งขึ้น
  • ข้อควรรู้ บ้านชั้นเดียว กับ บ้านสองชั้น ข้อดี-ข้อเสีย ต่างกันอย่างไร
  • 10 ต้นไม้ ชื่อเรียกเกี่ยวกับ "เงิน" ไม้สายพันธุ์ปลูกง่าย ความหมายดี ปลูกเสริมมงคลไว้ในบ้าน
  • 12 ที่เที่ยวกรุงเทพยอดนิยม ลงรถไฟฟ้าบีทีเอส เดินทางง่ายรวดเร็ว แบบประหยัดสุดๆ
  • 8 พฤติกรรม ควรหลีกเลี่ยงเก็บเงินไม่อยู่ ออมเงินในยุคนี้เป็นเรื่องจำเป็น สำรองไว้ใช้ในยามเศรษฐกิจผันผวน
  • กรมที่ดินแนะวิธีเช็ก ราคาประเมินที่ดินออนไลน์เช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมตัวช่วยวัดขนาดที่ดินใช้งานง่ายๆ
  • สเปรย์ฆ่าเชื้อรา ช่วยทำความสะอาดลดกลิ่นอับ8 สเปรย์ฆ่าเชื้อรา ทำความสะอาด ช่วยลดกลิ่นอับฆ่าเชื้อโรคในบ้านได้
  • Wakatake no Mori บ้านพักคนชราจากประเทศญี่ปุ่นรู้จักบ้านพัก " Wakatake no Mori " นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ จากประเทศญี่ปุ่น
  • วิธีรับมือเมื่อ นิติบุคคลสร้างปัญหาเองแนะนำวิธีรับมือเมื่อ นิติบุคคลสร้างปัญหาเอง กระทบลูกบ้านส่วนมาก ต้องดำเนินการอย่างไร
  • จัดการเรื่องภาษี5 เคล็ดไม่ลับ…ช่วยจัดการเรื่องภาษีให้เป็นเรื่อง ‘ง่าย’
  • โฉนดที่ดิน เอกสารสำคัญสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินมีกี่ประเภท พร้อมแนะวิธีอ่านโฉนด ตรวจเช็กเอกสารตัวจริง โฉนดของแท้มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • เคล็ดไม่ลับ ตกแต่งบ้านแบบมือโปรเคล็ด(ไม่)ลับกับ 5 วิธีวางแผนปรับปรุงและตกแต่งบ้านแบบมือโปร
  • ต้นไม้เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลมาก9 ต้นไม้ปลูกง่าย เลี้ยงในห้องนอนเด็ก โตได้ดีไม่ต้องดูแลมากมาย
  • ค่าธรรมเนียมโอน ขั้นตอนการโอน ค่าโอนที่ดิน 25687 ขั้นตอนการโอนที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน และค่าธรรมเนียมโอน 2568 คำนวณภาษียังไง มีค่าอะไรบ้าง?
  • อาคารจอดรถใกล้รถไฟฟ้า ช่วยให้การดินทางง่ายขึ้นแนะนำอาคารจอดรถ ทำเลใกล้รถไฟฟ้าทุกสาย ช่วยให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น
  • ออริจิ้น โปรพิเศษ ต้อนรับตรุษจีน บี ลอฟท์ ไลท์ สุขุมวิท 115 คอนโดสไตล์ Modern Loft เพียง 300 ม. ถึง BTS สถานีปู่เจ้า ฟรีเฟอร์ฯ+ฟรีโอน รับอั่งเปา 300,000 บาท* วันนี้-2 ก.พ.นี้ เริ่ม 1.89 ล้าน*
  • พร็อพเพอร์ตี้ฯ Pre Sale เพอร์เฟค พาร์ค พระราม 5-บางใหญ่ เปิดเฟสใหม่ โซนทะเลสาบ บ้านเดี่ยว ใกล้ไฟฟ้าสายสีม่วง และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ 7-8 มี.ค.นี้ เริ่ม 3.79 ล้าน*
  • โกลเด้นแลนด์ เปิดจองโครงการใหม่ โกลเด้น ทาวน์ ติวานนท์-ปทุมธานี ทาวน์โฮม ใกล้รถไฟฟ้า+ทางด่วน
  • Last Chance The KEY สาทร-เจริญราษฎร์ คอนโดมิเนียม พร้อมอยู่ สไตล์รีสอร์ท
  • โฉนดที่ดินขุมทรัพย์ของแต่ละราศี ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย
  • Move Perfect Station พบ 8 คอนโดพร้อมอยู่ จาก Property Perfect
  • ปรับปรุง สถานีสะพานตากสิน กลางปีนี้!! BTS เร่งให้เสร็จ 2 ปีครึ่ง
  • แกรนด์ ยูนิตี้ เปิดจอง Online Booking เดนิม จตุจักร คอนโดทำเลจตุจักร ใกล้ BTS หมอชิต+MRT สวนจตุจักร เปิดโซนชั้นสูง 2 ชั้นสุดท้าย ลด 200,000 บาท* 20 ก.พ.นี้ เริ่ม 1.95 ล้าน*
  • 9 จุดสะสมเชื้อโรคที่เป็นอันตรายในบ้าน พร้อมวิธีการรับมือเบื้องต้น

    ในช่วงนี้ที่มลพิษทั้ง PM 2.5 รวมถึงไวรัสโคโรน่า หรือแม้แต่ไข้หวัดทั่วไปเริ่มมาคุกคามการใช้ชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะในบ้านที่ต้องอยู่อาศัยอยู่ทุกวัน โดยคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับจุดใหญ่ ๆ ที่มองเห็นได้ง่าย แต่ความจริงแล้วจุดเล็ก ๆ ภายในบ้าน ซึ่งมักถูกมองข้าม ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้เช่นกัน ลองมาดูว่ามีจุดไหนภายในบ้านบ้างที่ควรให้ความใส่ใจในเรื่องความสะอาด ก่อนจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและทำให้คนในบ้านป่วยได้

    @thaihometown Scroll