
รู้จักของกำหนด และอัตราภาษีที่ดิน เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเก็บจริง
หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา วันที่ 13 มีนาคม 2562 ได้มีประกาศพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูก พ.ศ. 2562 บังคับใช้เป็นกฎหมาย แทนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือน และที่ดินที่ถูกยกเลิกไป โดยภาษีที่ดินใหม่จะเริ่มมีผลจัดเก็บภาษี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
ซึ่งก่อนการจัดเก็บจริงที่กำลังจะใกล้ถึงวัน เราก็ควรที่จะศึกษาถึงข้อกำหนดต่างๆ ของภาษีที่ดินใหม่นี้ ให้ละเอียดกันก่อนถึงวันที่เริ่มจัดเก็บกันดีกว่า ไปดูกันว่าใครต้องเสียภาษีที่ดินบ้าง ที่ดินแต่ละประเภท เสียภาษีเท่าไหร่

 ใครต้องเสียภาษีที่ดินบ้าง ? 
|
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลต่อไปนี้
- เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์จากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของรัฐ (บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล)
- ผู้ถือครองเฉพาะที่ดิน ไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง (ชำระภาษีเฉพาะส่วนตามมูลค่าที่ดิน)
- ผู้ถือครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมที่ดิน (ชำระภาษีเฉพาะส่วนตามมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง)
หากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างถือสิทธิครอบครองตั้งแต่ปีใด ก็ให้รับผิดชอบการชำระภาษีดังกล่าวตั้งแต่ปีนั้น

ที่ดินแต่ละประเภท เสียภาษีเท่าไหร่ ? 
|
เกษตรกรรม เพดานภาษีสูงสุด 0.15%
สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามที่ประกาศกำหนด
- อัตราภาษีที่กำหนด
- มูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01%
- มูลค่าเกิน 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
- มูลค่าเกิน 100-500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
- มูลค่า เกิน 500-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07%
- มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10%
ที่พักอาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.3%
กรณีบ้านหลังหลัก โดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (บ้าน + ที่ดิน)
- อัตราภาษีที่กำหนดไว้
- มูลค่าไม่ถึง 25 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
- มูลค่าเกิน 25-50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
- มูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10%
กรณีบ้านหลังหลัก โดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- อัตราภาษีที่กำหนดไว้
- มูลค่าไม่ถึง 40 ล้านบาท อัตราภาษี 0.02%
- มูลค่าเกิน 40-65 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
- มูลค่าเกิน 65-90 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
- มูลค่า 90 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10%
กรณีบ้านหลังอื่น ๆ เช่น บ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป
- อัตราภาษีที่กำหนดไว้
- มูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.02%
- มูลค่าเกิน 50-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
- มูลค่าเกิน 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
- มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10%
กลุ่มอื่นๆ (พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม) เพดานภาษีสูงสุด 1.2%
หมายถึงที่ดินอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรและการอยู่อาศัย เช่น เป็นที่ดินเพื่อเชิงพาณิชย์ รวมถึงการปล่อยบ้านเช่า ห้องเช่า คอนโดเช่า ฯลฯ ดังนั้น หากเรานำบ้านไปให้เช่า ถือว่าเข้าข่ายที่ดินเพื่อการพาณิชย์
- อัตราภาษีที่กำหนดไว้
- มูลค่า 0-50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%
- มูลค่าเกิน 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%
- มูลค่าเกิน 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%
- มูลค่าเกิน 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%
- มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.7%
ที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 1.2%
หมายถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร หรือถูกปล่อยทิ้งไว้ว่างเปล่า
- อัตราภาษีที่กำหนดไว้
- มูลค่าเกิน 0-50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%
- มูลค่าเกิน 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%
- มูลค่าเกิน 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%
- มูลค่าเกิน 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%
- มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%
นอกจากนี้ หากปล่อยรกร้าง เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 0.3% ในปีที่ 4 และถูกเก็บเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก ๆ 3 ปี หากยังไม่ได้มีการนำมาทำประโยชน์ แต่สูงสุดไม่เกิน 3%

ที่ดินประเภทไหน ได้ลดภาษีบ้าง ? 
|
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อช่วยลดภาระการเสียภาษีที่ดินในบางกรณี ได้แก่
ลดภาษี 50% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย สำหรับกรณีดังนี้
- ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาได้มาจากมรดกโดยใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นก่อนวันที่ 13 มีนาคม2562
- ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงผลิตไฟฟ้ารวมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ใช้ประโยชน์ เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า
ลดภาษี 90% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย สำหรับกรณีดังนี้
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอสังหาริมทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น สถาบันการเงินประชาชน บริษัท บริหารสินทรัพย์ เป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของหน่วยงาน
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรเพื่ออยู่อาศัย หรืออุตสาหกรรม เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดิน
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นอาคารชุด เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันได้รับอนุญาตก่อสร้าง
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันได้รับอนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในกิจการโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษา
- ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานบริการประชาชนทั่วไป เช่น ลานเล่นกีฬา สวนสัตว์ สวนสนุกที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ต้องเสียภาษีเมื่อไร ? 
|
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/สำนักงานเขต ออกหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน/บ้าน ให้ผู้เสียภาษีทราบภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
- ผู้เสียภาษีต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายนของทุกปี
- หากมียอดภาษี 3,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวด งวดละเท่าๆ กัน คือจ่ายในเดือนเมษายน, พฤษภาคม และมิถุนายน
หมายเหตุ : สำหรับในปี 2563 ซึ่งจัดเก็บภาษีที่ดินเป็นปีแรก กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศขยายกำหนดเวลาจัดเก็บภาษีที่ดินออกไป จากเดิมต้องเสียภาษีภายในเดือนเมษายน 2563 เลื่อนไปเป็นภายในเดือนสิงหาคม 2563 เนื่องจากออกกฎหมายลำดับรอง อีก 8 ฉบับ ยังไม่แล้วเสร็จ
ดังนั้น เฉพาะปี 2563 จะดำเนินการตามระยะเวลาดังนี้
มิถุนายน 2563
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/สำนักงานเขต ออกหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน/บ้าน ให้ผู้เสียภาษี ทราบว่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่นั้นเป็นที่ดินประเภทใด
- หากเราต้องการแก้ไขข้อมูล เช่น เปลี่ยนประเภทอสังหาริมทรัพย์ สามารถยื่นเรื่องได้ภายใน 15 วันหลังรับหนังสือ
- หลังจากนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/สำนักงานเขต จะลงสำรวจพื้นที่อีกครั้ง แล้วส่งหนังสือประเมินให้ทราบ
- หากผลประเมินไม่ตรงกับที่ผู้เสียภาษีแจ้งมา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ครั้งที่ 2
- กรณีผลอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ไม่ทันช่วงของการเสียภาษีในเดือนสิงหาคม 2563 เราต้องชำระภาษีไปก่อน เมื่อได้ทราบผลอุทธรณ์แล้ว และผลเป็นจริงตามที่ผู้เสียภาษีแจ้งไว้ ก็จะได้รับเงินคืน
- แต่หากอุทธรณ์ไม่ผ่าน โดยพบว่าแจ้งเท็จ จะมีโทษกฎหมายอาญา จำคุก 2 ปี ปรับสูงสุด 40,000 บาท
สิงหาคม 2563
- เจ้าของที่ดินจะต้องเสียภาษีที่ดินภายในเดือนสิงหาคม 2563 โดยสามารถผ่อนจ่ายได้ 3 งวด คือ จ่ายในเดือนสิงหาคม, กันยายน และตุลาคม

จ่ายภาษีที่ดินได้ที่ไหนบ้าง ? 
|
ให้ตรวจสอบว่าพื้นที่ของเราขึ้นอยู่กับหน่วยงานใด โดยสามารถชำระภาษีได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ คือ
- เทศบาล ชำระภาษีที่ดินที่สำนักงานเทศบาล
- อบต. ชำระภาษีที่ดินที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล
- กทม. ชำระภาษีที่ดินที่สำนักงานเขต
- เมืองพัทยา ชำระภาษีที่ดินที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด
ปัจจุบันได้ยกเลิกการเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างและภาษีบำรุงท้องที่แล้ว เพราะซ้ำซ้อนกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ถ้าไม่ไปเสียภาษีตามเวลาที่กำหนด ? 
|
หากไม่ได้ไปเสียภาษีที่ดินในระยะเวลาที่กำหนดจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามที่กำหนดไว้ คือ
- กรณีไม่ได้จ่ายภาษีในเวลาที่กำหนด ให้เสียเบี้ยปรับ 40% ของจำนวนภาษีค้างชำระ ยกเว้นว่าได้จ่ายภาษีก่อนรับหนังสือแจ้งเตือน กรณีนี้จะเสียเบี้ยปรับ 10% ของจำนวนภาษีค้างชำระ
- กรณีไม่ได้จ่ายภาษีในเวลาที่กำหนด แต่ต่อมาได้จ่ายภาษีภายในกำหนดเวลาของหนังสือแจ้งเตือน จะเสียเบี้ยปรับ 20% ของจำนวนภาษีค้างชำระ
- กรณีไม่ได้จ่ายภาษีในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน แต่ไม่ต้องนำเบี้ยปรับมารวมคำนวณเพื่อเสียเงินเพิ่มด้วย

ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้น ไม่โดนเก็บภาษีที่ดิน  
|
สำหรับทรัพย์สินที่จะไม่โดนเก็บภาษีจะมีด้วยกัน ดังนี้
- สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
- ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
- ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
- ที่ทำการองค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ
- สถานทูต หรือสถานกงสุลต่างประเทศ
- ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
- ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์
- ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะ หรือฌาปนสถานสาธารณะ
- มูลนิธิหรือองค์การที่ประกอบกิจการสาธารณะ
- ทรัพย์สินของเอกชน ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
- ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร
- ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
การศึกษาถึงข้อมูล และข้อกำหนดต่างๆ ของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถวางแผน เพื่อการจัดการกับภาษีอนาคตได้ดีมากยิ่งขึ้น