
เปิดจอง! ตึก B กับคอนโด ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ติดถนนเพชรเกษม 30 มิ.ย.นี้
นารายณ์ พร็อพเพอตี้ฯ ครึ่งปีหลัง 61 รุก 3 โปรเจ็ค มูลค่า 3,500 ล้านบาท ปลื้มยอดขาย“เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56” เฟสแรกติดลมบนมียอด 90% ส่งทาวเวอร์ B ราคาเริ่มต้น 1.84 ล้านบาทลุยตลาดที่พักอาศัยย่านฝั่งธนจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันกว่า 30 รายการเปิดขาย 30 มิถุนายน 2561 ภายใต้แนวคิด “It’s My World” ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิตผู้อยู่อาศัย ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 3,000 ล้านบาท และมี backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ รวมกว่า 5,500 ล้านบาท
กำหนดเปิดขายในส่วนของอาคาร B อย่างเป็นทางการในงาน “Pre-sales”
วันที่ 30 มิถุนายนนี้ ณ สำนักงานขาย
เพื่อมีสิทธิรับ Central Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท
นายเจนต์ชัยลิ้มวัฒนะกูรกรรมการผู้จัดการบริษัทนารายณ์พร็อพเพอตี้จำกัดเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว พบว่าโครงการแนวราบมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้ ราคาคอนโดในกลุ่ม High-end และ Luxury ปรับตัวสูงขึ้นมาก
เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นและมีกำลังซื้อใหม่จากกลุ่มนักลงทุนจากต่างประเทศโดยมีเหตุผลและปัจจัยหลายอย่าง เช่น อสังหาฯในประเทศไทยราคาไม่แพงเป็นประเทศที่น่าอยู่ การซื้อ-ขายไม่ยุ่งยากจึงเป็นที่สนใจของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และพบว่ามีสัดส่วนผู้ซื้อที่เป็น Real Demand เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มนักเก็งกำไรและนักลงทุน โดยที่ผ่านมาลูกค้า Real Demand จะใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อช้ากว่ากลุ่มนักเก็งกำไรหรือนักลงทุน ส่งผลให้การขายโครงการโดยทั่วไปชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน แต่ภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังคงดีอยู่กลุ่มคนชั้นกลางของประเทศ ซึ่งเป็นฐานของความต้องการภายใน (Domestic Demand) ยังคงมีมาอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่เข้ามาเร็วเหมือนกลุ่มนักลงทุน

ดังนั้นโครงการที่จะออกตัว ณ สถานการณ์แบบนี้ ควรเป็นโครงการที่มีพื้นฐานการอยู่อาศัยที่ดีจริง ทำเลใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งจับจ่ายใช้สอย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่น ในราคาที่ย่อมเยาว์ จะมีโอกาสการขายที่สูงกว่าซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาโครงการของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับพื้นฐานการอยู่อาศัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก โดยที่ผ่านมาบริษัทฯให้ความสำคัญในการเลือกทำเลและการออกแบบโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกมิติและไม่เร่งพัฒนาโครงการจำนวนมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้สำหรับปีนี้มีแผนเปิดขายโครงการใหม่และเฟสต่อเนื่อง จำนวน 3 โครงการ แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว Luxury1 โครงการ ,ทาวน์โฮม 1 โครงการ และ คอนโดมิเนียม1 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาทนอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ตั้งงบซื้อที่ดินเพิ่มเติมกว่า 2,000 ล้านบาททั้งนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 3,000 ล้านบาท และมี backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ รวมกว่า 5,500 ล้านบาท

สำหรับโครงการ “เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56” เป็นการเปิดขายเฟสต่อเนื่องหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการขายอาคาร C โดยมียอดขายแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนที่จะเปิด Pre-Sales คือ ทาวเวอร์ B เป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 31 ชั้นราคาเริ่มต้นที่ 1.84 ล้านบาท ภายใต้คอนเซปต์ “It’s My World” ชีวิตที่ใช่ในโลกแบบของเรา” ที่จะมาตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยแนวคิด Live มีครบทุกการอยู่อาศัยห้องอยู่สบายไม่อึดอัดบางห้องมีหลายฟังก์ชั่นวัสดุ คุณภาพดีเหมาะแก่การอยู่อาศัย Lifeใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้าเพียง 40 เมตรอยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าทำให้ชีวิตสะดวกสบายอย่างไร้ขีดจำกัด และ Restผ่อนคลายวันที่เหนื่อยล้าแม้อยู่ภายในโครงการสามารถอยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อเพราะมี Facilities มากที่สุดในย่านฝั่งธนกว่า 30 รายการ มาพร้อมสวนขนาดใหญ่บนพื้นที่โครงการกว่า 13 ไร่

โครงการเดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นในย่านทำเลที่ดีที่สุดอีกโครงการหนึ่ง บนเนื้อที่ 13-3-12.3ไร่ จำนวนยูนิต 2,047 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นของโครงการที่มากด้วยสวนขนาดใหญ่ Mega Park ไม่ต่ำกว่า 3 ไร่ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายภายในโครงการถึงกว่า 30 รายการ แบบที่ไม่มีที่ไหนเคยทำมาก่อน โครงการตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2562
ทั้งนี้โครงการถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ด้วยโครงการอยู่ตรงข้ามห้างซีคอน บางแค และใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT ภาษีเจริญเพียง 40 เมตร การเดินทางโดยรถยนต์ก็สะดวกเพราะอยู่ติดถนนเพชรเกษม สามารถออกไปทางฝั่งเหนือด้วยถนนราชพฤกษ์ หรือจะเข้าเมืองย่านสาทรผ่านสะพานตากสินก็ได้โดยง่ายมีไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ที่ชอบทำกิจกรรมต่างๆที่อยู่ภายในโครงการเน้นพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่
Facility จัดเต็มโดยแบ่งออกเป็น 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ ประกอบด้วย ทาวเวอร์ A จำนวน 32 ชั้น, ทาวเวอร์ B จำนวน 31 ชั้น และ ทาวเวอร์ C จำนวน 29 ชั้น ซึ่งเปิดจองไปก่อนหน้านี้โดยขณะนี้ทาวเวอร์ C มียอดขายแล้วกว่า 90 % โดยรูปแบบห้องประกอบด้วย ห้องStudio ขนาด 25-25.5 ตารางเมตร ,ขนาด 1 ห้องนอน ขนาด 26.5-37.5 ตร.ม. และขนาด 2 ห้องนอน 48.5-62ตร.ม. มีสัดส่วนของจำนวนที่จอดรถมากถึง 50% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
จุดเด่นของโครงการที่ต้องไฮไลท์มีทั้งหมด 4 โซน ได้แก่โซนที่ 1 Star Pavilion ตั้งอยู่บนชั้น 32 ทาวเวอร์ A ที่ให้คุณพาเพื่อนมานั่งชิลล์ ชมวิวกรุงเทพฯแบบพาโนรามา ประกอบด้วยMini Theatre & Karaoke Room ,SKY Private Party Roomโซนที่ 2 Double Volume Co-Working Space บริเวณ ทาวเวอร์ A,B ชั้น 1,2 จัดพื้นที่ให้มี Co- Working Space ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ทันสมัยด้วยสไตล์การออกแบบ Modern Loft ใช้วัสดุไม้ผสมเหล็ก คัดสรรเอาธรรมชาติเข้ามาตกแต่งเพื่อให้เรารู้สึกไม่อึดอัดโซนที่ 3 Double Volume Fitness ระหว่างทาวเวอร์ B,C ชั้น 5,6 ฟิตเนสที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ห้องซาว์น่า ห้องโยคะ

อีกหนึ่งความน่าสนใจ คือ Boxing Stage บริเวณชั้น 5 เป็นเวทีมวย ให้ได้ปล่อยพลังกันเต็มอิ่ม ส่วนโซนที่ 4 Pools & Garden สระและสวนขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับ 3 อาคาร บริเวณกลางสวนมี Rain Pavilion ได้รับแรงบันดาลใจจากหยาดฝน เพื่อให้ผู้พักอาศัยให้ความรู้สึกถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยธรรมชาติ สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือทั้ง 2 สระพร้อมสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ที่เชื่อมกันระหว่าง 3 อาคารปัจจุบันโครงการผ่าน EIA และได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2563