
เพราะเป็นอีกปีที่ค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งเชิงโครงสร้างการบริหารองค์กร ภายใต้เป้าหมายที่จะขับเคลื่อนให้ “พฤกษา” ไม่เพียงเติบโตเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน แต่ก้าวขึ้นสู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับเอเชีย
"ผมเหมือนเถ้าแก่ที่เข้าใจเรื่องกลยุทธ์การทำตลาดได้ดี แต่ถ้าเรื่องการบริหารจัดการก็ต้องเป็นมืออาชีพ และองค์กรที่จะเติบโตได้ ต้องไม่ผูกพันกับบุคคล เมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่อยู่องค์กรก็ต้องอยู่ได้ และเดินหน้าต่อไป โดยพฤกษามีเป้าหมายที่จะติด 1 ใน 10 ของบริษัทอสังหาฯ แห่งเอเชีย จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 25" นั่นคือคำกล่าวของซีอีโอแห่งค่ายพฤกษา

ขณะที่โครงสร้างองค์กรเดิมของพฤกษา ทุกอย่างจะรวมศูนย์อยู่ที่ซีอีโอเบอร์หนึ่ง แล้วกระจายงานไปยังผู้บริหารระดับที่รองลงมา แต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา พฤกษาได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยดึง “เลอศักดิ์ จุลเทศ” อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสินเข้ามานั่งในตำแหน่งรองประธานกรรมการ บริหารและกรรมการผู้อำนวยการของพฤกษา เรียลเอสเตท เพื่อเสริมทัพด้านบริหาร ด้านการเงิน และยังเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการกู้ไม่ผ่านของผู้ซื้อบ้านด้วย
“คนที่จองบ้านแล้วถือเป็นคนที่แสดงความจำนงว่าอยากมีบ้าน หน้าที่ของพฤกษาคือ ทำให้ลูกค้าได้บ้าน” ทองมา กล่าว
สำหรับโครงสร้างองค์กรใหม่ พฤกษาได้จัดกลุ่มธุรกิจใหม่ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยว กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจโครงการพิเศษ เช่น คอนโดมิเนียมในซอยขนาดเล็กที่กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำ โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจจะมีกรรมการผู้จัดการดูแลโดยเฉพาะเจาะจงฃ
การปรับโครงสร้างลักษณะนี้มีเป้าหมายให้ผู้บริหารแต่ละกลุ่มธุรกิจบุกหนักในส่วนที่รับผิดชอบ เหมือนมีจุดโฟกัสที่มากขึ้น อาจเปรียบได้กับการเป็นบริษัทย่อยบริษัทหนึ่งที่ต้องผลักดันสินค้าที่รับผิดชอบออกสู่ตลาดให้ได้มากที่สุด
แม้ว่าพฤกษาจะขยายไปทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่บ้าน-คอนโดมิเนียมระดับล่าง จนถึงบ้าน-คอนโดมิเนียมระดับกลางบน และแบ่งย่อยเซ็กเมนต์อย่างละเอียด เช่น ทาวน์เฮาส์ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ สำหรับกลุ่มคนที่มีเงินจำกัด รับได้ไม่เกิน 1.3 ล้านบาท จะเป็นทำเลที่ไกลออกไป แต่ถ้าจับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ไม่เกิน 2 ล้านบาท ฟังก์ชั่นเดียวกัน แต่ทำเลใกล้เมืองมากขึ้น
แต่กลยุทธ์สำคัญในการลุยทุกเซ็กเมนต์ได้ อยู่ที่การวางโครงสร้างองค์กรด้วยการแบ่งเป็นบิซิเนส ยูนิตดังกล่าว ซึ่งแต่ละบิซิเนส ยูนิต ทำเฉพาะเซ็กเมนต์นั้นๆ เพื่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเซ็กเมนต์นั้นๆ เพราะไม่มีใครที่เก่งไปทุกเรื่อง รู้ไปทุกเรื่อง และทำได้ทุกเรื่อง
ทองมา กล่าวว่า ถ้าพฤกษาทำทุกเซ็กเมนต์โดยไม่แบ่งบิซิเนส ยูนิต โอกาสเจ็บตัวในเซ็กเมนต์ที่ไม่เชี่ยวชาญจะสูงมาก ทางด้านภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้า คาดว่าจะยังขยายตัวได้อย่างน้อย 5-7% แต่ถ้าการเมืองยังไม่นิ่ง คาดว่าจะโต ได้เพียง 5% โดยเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะยังเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% ต่อเนื่อง จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
สำหรับการประเมินเศรษฐกิจในปี 2557 ในมุมมองของ "ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์" อาจต่างจากส่วนใหญ่ เพราะมองภายใต้วิธีคิดแบบ “ทุกวิกฤต มีโอกาสเสมอ” และ ทองมา ยังกล่าวอีกว่า อย่ามองเพียงว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีหรือไม่ดี หรือจีดีพีจะโตเท่าไร โตมากหรือโตน้อย แต่ให้มองว่าจะทำอะไรให้ตัวเองโตมากกว่า
นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการทำตลาดไม่ได้เพียงพูดแค่ว่า ต้องหา "Blue Ocean" หรือการหาตลาดทะเลสีครามที่คู่แข่งน้อย เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ต่อให้อยู่ใน "Red Ocean" หรือตลาดทะเลสีแดงที่แข่งขันรุนแรง ก็ต้องทำให้ตัวเองเป็น "Blue" ขึ้นมาให้ได้
หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2536-2540 เป็นช่วงที่พฤกษาเข้าสู่ตลาดทาวน์เฮาส์ ซึ่งเป็นเรดโอเชียนมาก คู่แข่งจำนวนมากในเวลานั้น คนซื้อรับได้ที่ราคาไม่เกิน 6 แสนบาท รับเหมาต้องทำให้ได้ในราคาต้นทุน 3 แสนบาท ซึ่งผู้รับเหมาก็ไม่อยากทำ พอจ้างก็ไม่พ้นถูกทิ้งงาน
นั่นเป็นที่มาที่พฤกษาต้องหาระบบก่อสร้างสำเร็จรูปเข้ามาช่วย โดยนำเทคโนโลยีมาจากฝรั่งเศส พร้อมให้เข้ามาสอนงาน เรียนรู้อยู่ 1 เดือน ในที่สุดพฤกษาก็สามารถก่อสร้างทาวน์เฮาส์เองได้ในเวลา 3 เดือน ภายใต้ราคาที่ตลาดยอมรับได้ พฤกษาก็ยอมรับได้ ส่งผลให้พฤกษากลายเป็นแชมป์ตลาดทาวน์เฮาส์กลางทะเลเดือด

การลุกมายกเครื่ององค์กร และการมีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้องค์กรเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ปีนี้ ซีอีโอแห่งค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท รับ 2 รางวัล คือ “ผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมประจำปี 2013” (Best CEO Award 2013) และ “รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม 2013” (Best Company Performance Award) ของ SET Awards 2013 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ รางวัล “Best CEO Award” เป็นรางวัลอันทรงเกียรติในแวดวงตลาดทุนสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มอบให้แก่ CEO ที่มีความเป็นผู้นำยอดเยี่ยม ที่นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ และเป็นผู้ยึดถือหลักคุณธรรมในการบริหารองค์กร รวมถึงการมีวิสัยทัศน์และความสามารถเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและธุรกิจ รวมถึงการให้ความใส่ใจกับกิจกรรมด้านนักลงทุนสัมพันธ์เป็นอย่างดี
ทางด้านรางวัล “Best Company Performance Award” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่ม ทั้งในด้านผลประกอบการทางธุรกิจ การกำกับกิจการที่ดี รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลและคุณภาพของงบการเงินบริษัทฯ โดยพฤกษา เรียลเอสเตท อยู่ในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 2 – 5 หมื่นล้านบาท