
นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ตลาดรับสร้างบ้าน เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างเงียบๆ ไม่หวือหวาเหมือนกับตลาดโครงการจัดสรรที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการต่างๆ โดยสมาคมไทยรับสร้างบ้านประเมินทิศทางตลาดรับสร้างบ้านปี 2557 ว่า ยังเป็นโอกาสและถือเป็นช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคหรือต่างจังหวัด
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่โดยปกติแล้ว นิยมสร้างบ้านเอง แต่เมื่อเริ่มผู้ประกอบการเข้าไปทำตลาด ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่าในอดีต ที่ต้องใช้ผู้รับเหมามาสร้างเพียงทางเลือกเดียว ซึ่งผู้บริโภคยุคใหม่ จะมองเรื่องมาตรฐานและน่าเชื่อถือมากขึ้น กอปรกับปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งส่งผลให้รับเหมารายย่อย ประสบปัญหา จึงรับงานได้น้อยลง
นอกจากนี้ ทิศทางการขยายตัวของการลงทุน ทั้งของกลุ่มทุนขนาดใหญ่และขนาดกลางออกไปในภูมิภาค ส่งผลให้มีการโยกย้ายถิ่นอาศัยของคนในเมืองหลวงออกไปสู่ภูมิภาค และคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง ก็มีการย้ายกลับภูมิลำเนาเดิมเพราะมีการจ้างงานและได้ค่าจ้างไม่ต่างกัน ทำให้ความต้องการบ้านหรือที่อยู่อาศัยเพิ่มตามมา ทั้งบ้านหลักแรกของคนทำงานรุ่นใหม่ และบ้านหลังที่สองของนักธุรกิจที่ขยับขยายการลงทุนออกไปในต่างจังหวัดทุกภูมิภาค

สำหรับแนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจไม่เติบโตตามกัน เพราะความต้องการของผู้บริโภคหรือตลาดอยู่ในภาวะอิ่มตัว ซึ่งไม่เฉพาะบ้านสร้างเอง แต่รวมถึงบ้านเดี่ยวโครงการบ้านจัดสรรก็ชะลอตัวตามด้วยเช่นกัน
เหตุผลสำคัญเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมานิยมเลือกที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยเฉพาะคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเมืองหลวงในทั่วโลก เนื่องจากที่ดินมีราคาแพงและผลของการจราจรที่ติดขัดมาก ดังนั้นในส่วนของผู้ประกอบการที่เน้นทำตลาดอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างมาก เพราะมีการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งผู้ประกอบการรายที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือและสามารถบริหารต้นทุนได้ต่ำที่สุดเท่านั้น จึงจะมีความได้เปรียบและแข่งขันอยู่ได้

ส่วนรายเล็กๆ อาจต้องลดปริมาณการรับสร้างบ้านลง ด้วยการเลือกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ส่วนภาพรวมปริมาณ “บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศปี 2557 นี้คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 8 หมื่นหน่วย โดยคาดว่ากลุ่มธุรกิจ “รับสร้างบ้าน” จะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 6-7% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาทเศษ เติบโตกว่าปีที่แล้ว 8-10% ซึ่งจะเห็นว่า ตลาดที่สร้างโดยผู้รับเหมารายย่อย ยังมีสัดส่วนที่สูงมาก
ในจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะอยู่ในตลาดต่างจังหวัด 70% และกรุงเทพฯ 30% โดยบริษัทรับสร้างบ้านแบรนด์ชั้นนำ และกลุ่มกลุ่มผู้ผลิตวัสดุที่ขยายไลน์มาสู่รับสร้างบ้าน จะเป็นกลุ่มที่ผลักดันให้ตลาดขยายตัว และกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีแนวโน้มนำมาใช้กันมากขึ้นในปีหน้า คือ อีเวนท์ มาร์เก็ตติ้ง และสร้างแบรนด์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์
สำหรับสรุปภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปี 2556 พบว่า ในเชิงมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 12% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการเร่งทำตลาดของผู้ประกอบการายเดิมที่มีอยู่ในตลาด และการที่มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง