
กรมที่ดินออกมาย้ำใครปล่อยที่ดินรกร้าง เกิน 5-10 ปี ถึงล้อมรั้วหรือเสียภาษ๊แต่ไม่ทำประโยชน์ ถือว่าทอดทิ้ง มีสิทธิ์ถูกรัฐบาลยึด
กรมที่ดิน ได้มีการชี้แจงว่า การยึดที่ดินรกร้างดังกล่าวเป็นไปตาม มาตรา 6 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ที่บัญญัติไว้ว่า นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ บุคคลใดมีสิทธิในที่ดินตามโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากบุคคลนั้นทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน หรือปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เกินกำหนดเวลา ดังนี้
1. สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน เกิน 10 ปี ติดต่อกัน
2. สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เกิน 5 ปีติดต่อกัน ให้ถือว่าเจตนาสละสิทธิในที่ดินเฉพาะส่วนที่ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือที่ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า
เมื่ออธิบดียื่นคำร้องต่อศาล และศาลได้สั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าว ให้ที่ดินนั้นตกเป็นของรัฐเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการใช้กฎหมายนี้ ที่เริ่มปี 2522 กรมที่ดินแจ้งว่า ยังไม่เคยมีคำสั่งศาลให้เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ตกเป็นของรัฐแต่อย่างใด
สำหรับการพิจารณาว่าที่ดินแปลงใดมีผู้ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า จะพิจารณาถึงการทำประโยชน์ หากล้อมรั้วหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ แต่ไม่ทำประโยชน์ถือเป็นการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ส่วนที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านหรือในเมือง แม้จะยังไม่ได้ปลูกบ้านแต่เจ้าของยังมีเจตนายึดถือเพื่อตนอยู่ ก็ให้ถือว่าที่ดินนั้นเป็นที่ดินที่ได้ทำประโยชน์แล้วโดยสภาพ

ขีดเส้นใต้ 3 เดือนหลังแจ้ง เจ้าของที่ต้องรีบจัดการให้มีการทำประโยชน์ในที่ดิน
โดยภายในเดือนมกราคมของทุกปี จังหวัดจะสำรวจที่ดิน หากพบว่า มีที่ดินแปลงใดที่ถูกทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างเกินกำหนดเวลา 10 ปี ติดต่อกันสำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน หรือ 5 ปีติดต่อกันสำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์และรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบ ซึ่งก่อนส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยจะมีขั้นตอนดำเนินการสรุป ดังนี้
1. ทางจังหวัดหรืออำเภอจะทำหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินที่ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้าง จัดการหรือเร่งรัดให้มีการทำประโยชน์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รับแจ้ง
2. เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่จัดการให้มีการทำประโยชน์ให้จังหวัดตั้งกรรมการเพื่อพิจารณาว่ามีการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกำหนดเวลาจริงหรือไม่
3. เมื่อคณะกรรมการมีความเห็นว่ามีการทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือปล่อยที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกำหนดเวลาจริง ให้จังหวัดทำความเห็นส่งกรมที่ดินเพื่อพิจารณาดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้ตกเป็นของรัฐต่อไป
ทั้งนี้ กรมที่ดิน ยืนยัน จนถึง ณ ขณะนี้ ยังไม่เคยมีคำสั่งศาลให้เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ตกเป็นของรัฐ แต่ก็ได้แนะนำให้ประชาชนผู้มีสิทธิในที่ดินได้ตรวจสอบที่ดินและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเพื่อปกป้องและรักษาสิทธิในที่ดินของตนเอง โดยสามารถตรวจสอบรูปแปลงที่ดินผ่าน Application : LandsMaps ของกรมที่ดิน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น : App Store / Google Play
ผู้ที่มีที่ดินทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่ อย่าลืมดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพื่อเข้าไปตรวจสอบที่ดินของตนและทำประโยชน์ในที่ดินถือเป็นการปกป้องและรักษาสิทธิในที่ดินของตนเองนะคะ