
กบง. ขยายมาตรการลดค่าไฟ 15-75% ให้แก่กลุ่มผู้ใช้ไฟ 300-500 หน่วยต่อเดือน
การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เปิดเผยว่ามีการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคา LPG โดยที่ประชุม กบง. ได้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และมีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้

ช่วยจ่ายค่าก๊าซหุงต้ม 100 บาท
ช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มแก่ผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพิ่มขึ้นอีก 55 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน รวมเป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ซึ่งเดิมมีกำหนดสิ้นสุดโครงการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ขยายเวลาเพิ่มอีก 3 เดือน โดยจะเริ่มโครงการประมาณกลางเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2565

กลุ่มผู้ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วย ได้ลด 92.04 สตางค์
สำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้า โดยรัฐจะให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย ระยะเวลาเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน - ธันวาคม 2565 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟทีเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2565 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟทีเดือนกันยายน - ธันวาคม 2565 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย)
กลุ่มผู้ใช้ไฟไม่เกิน 300 - 500 หน่วย ได้ส่วนลดแบบขั้นบันไดในอัตรา 15 - 75%
รัฐบาลให้ความช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเร่งด่วนพร้อมควบคู่ไปกับการจูงใจให้ภาคประชาชนมีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด โดยแบ่งมาตรการการลดค่าค่าไฟออกเป็น 3 กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-350 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน - ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันได ได้ส่วนลดในอัตรา 75% หรือได้รับส่วนลดค่าเอฟทีประมาณ 51.50 สต. ต่อหน่วย มีผู้ใช้ไฟประมาณ 919,163 ราย
กลุ่มที่ 2 ผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 351-400 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 45% หรือได้รับส่วนลดค่าเอฟทีประมาณ 30.90 สต.ต่อหน่วย มีผู้ใช้ไฟประมาณ 741,199 ราย
กลุ่มที่ 3 ผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 401-500 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 15% หรือได้รับส่วนลดค่าเอฟทีประมาณ 10.30 สต. ต่อหน่วย มีผู้ใช้ไฟประมาณ 1.06 ล้านราย
ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการตามแนวทางช่วยเหลือกลุ่ม 1 และ 2 ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของ กฟน. และ กฟภ. จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 89% ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
นอกจากนี้ กบง.จะดำเนินการให้ครอบคลุมบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของ กฟผ. และผู้ใช้ไฟฟ้าของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณรวม 2,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท สำหรับ 4 เดือน พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับสนับสนุนแหล่งงบประมาณในการดำเนินมาตรการดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือเพื่อของบประมาณกลาง เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน สิงหาคม 2565
ยังไงต้องรอติดตามรายละเอียด 3 มาตรการลดค่าไฟและลดค่าก๊าซหุงต้มเพิ่มเติมที่ทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการลดก๊าซหุงต้มและจัดทำโครงการแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟกันอีกครั้งนะคะ