สาระควรรู้ทั่วไป

กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟที งวดเดือน กันยายน - ธันวาคม 2565 ที่ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายจริงอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย สูงขึ้นจากงวดปัจจุบันที่จ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย ทำลายสถิติสูงสุดอีกครั้ง

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟทีเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟทีเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

     กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟที งวดเดือน กันยายน - ธันวาคม 2565 ที่ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายจริงอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย สูงขึ้นจากงวดปัจจุบันที่จ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย ทำลายสถิติสูงสุดอีกครั้ง 

กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟทีเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

     สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ที่ประชุม (บอร์ด) กกพ.ได้สรุปอัตราค่าไฟฟ้าฝันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นจะปรับอัตราเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 68.66 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากเป็นต้นทุนที่แท้จริงตามราคาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น และเมื่อรวมกับค่า Ft งวดปัจจุบัน (พ.ค. –ส.ค. 2565) ที่เก็บอยู่  24.77 สตางค์ต่อหน่วย

     ทั้งนี้ จะส่งผลให้ค่า Ft โดยรวมในเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 มาอยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อนำมารวมกับค่าไฟฟ้าฐานประมาณ 3.79 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่าย 4.72 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 ที่ประชาชนจ่าย 4 บาทต่อหน่วย

     สำหรับ 3 แนวทางที่ กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2565 ระหว่างวันที่ 12-25 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา คือ
 

      1. ค่า Ft อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับจำนวนเงินที่ทยอยคืน กฟผ. ที่อัตรา 45.70 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่า Ft รวมเป็น 139.13 สตางค์ต่อหน่วย และส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 5.17 บาทต่อหน่วย กรณีนี้จะส่งผลให้คืนเงิน กฟผ. ได้ส่วนหนึ่ง และยังเหลือที่ต้องส่งคืนอีก 56,581 ล้านบาท โดยจะคืนเงิน กฟผ. ครบ 83,010 ล้านบาทภายใน 1 ปี
 

      2. ค่า Ft อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับเงินที่ทยอยคืน กฟผ. ที่อัตราน้อยลงที่ 22.85 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่า Ft รวมเป็น 116.28 สตางค์ต่อหน่วย และส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.95 บาทต่อหน่วย  กรณีนี้จะส่งผลให้คืนเงิน กฟผ. ได้ช้าลง และยังเหลือที่ต้องส่งคืนอีก 69,796 ล้านบาท โดย กฟผ.จะได้รับเงินคืนครบภายใน 2 ปี
 

      3. ยังไม่คืนหนี้ กฟผ. 83,010 ล้านบาท โดยคิดค่า Ft อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย  ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย
 

     ทั้งนี้ อัตราค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นดังกล่าว เป็นการคิดตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นจริง และยังไม่มีแนวทางช่วยเหลือประชาชนด้านค่าไฟฟ้าจากรัฐบาลในรอบนี้ เพราะหากภาครัฐต้องการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชนจริง ก็จำเป็นต้องเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินเอง เพราะ กกพ. ไม่มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือได้

     "เมื่อพิจารณาตามต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงและภาระหนี้ที่ กฟผ. แบกรับภาระแทนประชาชน 83,010 ล้านบาท หากจะใช้หนี้ให้หมดภายในงวดเดือน ก.ย-ธ.ค. 2565 ค่า Ft จะต้องปรับขึ้นมาถึง 236.97 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายจริงอยู่ที่ 6.12 บาทต่อหน่วย ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนมากนัก จึงใช้แนวทางที่ 3"

     นอกจากนี้ การที่ยังไม่ชำระหนี้คืนให้กฟผ. คาดว่า สิ้นเดือนส.ค. 2565 ภาระที่กฟผ.แบกอยู่จะขึ้นมาอยู่ที่ 109,672 ล้านบาท จากเดิมถึงสิ้นเม.ย. 2565 ที่แบกรับค่าไฟแทนประชาชนที่  83,010 ล้านบาท ซึ่งทางกฟผ.ได้ทำหนังสือมายังกกพ. เพื่อเสนอความเห็นด้วยกับแนวทางนี้ โดยมองว่า เพื่อลดผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า ทางกฟผ.จะแบกรับแทนผู้ใช้ไฟฟ้าไปก่อน 109,672 ล้านบาท โดยจะนำไปบริหารจัดการเรียกเก็บภายในปี 2566 ต่อไป

 

      4 เหตุผลที่ต้องขึ้นค่าไฟฟ้า   

     1. ปริมาณก๊าซในประเทศที่ลดลง จากเดิมสามารถจ่ายก๊าซได้ 2,800 – 3,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต ต่อวัน (MMSCFD) ลดลงเหลือราว 2,100 – 2,500 MMSCFD ทำให้ต้องนำเข้า Spot LNG เข้ามาเสริมหรือเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ามันเพื่อทดแทนปริมาณก๊าซที่ขาดแต่ในช่วงสงครามรัสเซีย - ยูเครน

ส่งผลให้ ราคา Spot LNG มีราคาแพงและผันผวนในช่วงประมาณ 25-50 USD/MMBTU เทียบกับก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีราคาประมาณ 6-7 USD/MMBTU ดังนั้นการทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยด้วย LNG หรือใช้น้ำมัน จะส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

     2. การผลิตก๊าซจากพม่าที่ไม่สามารถผลิตได้ตามกำลังการผลิตเดิม และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2565 และต้นปี 2566 ซึ่งอาจทำให้มีความต้องการนำเข้า LNG มากกว่าที่ประมาณการไว้เดิม

     3. สถานการณ์ผู้ผลิต LNG ชะลอการลงทุน อันเนื่องมาจากมีความต้องการใช้พลังงานน้อยในช่วงโควิด-19 ในปลายปี 2564 หลังจากที่หลายประเทศเริ่มฟื้นตัวจากโควิด ทำให้ความต้องการใช้ LNG มีมากกว่ากำลังการผลิตในตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อราคาและการเจรจาสัญญาซื้อขาย LNG โดยเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2564 และต่อเนื่องตลอดปี 2565 และคาดว่าจะต่อเนื่องไปในปี 2566

     4. สภาวะสงครามรัสเซีย - ยูเครน ทำให้รัสเซียลดหรือตัดการจ่ายก๊าซธรรมชาติทางท่อไปยังยุโรป ส่งผลให้ความต้องการ LNG เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุโรป และส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคา LNG ในตลาดเอเชีย

 

 ตารางเปรียบเทียบค่าไฟฟ้า จากการปรับ FT เดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 enlightened

คลิกดูรูปภาพใหญ่

 

 รีวิวค่าไฟฟ้าเฉลี่ย จาก การปรับ FT เดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 enlightened

คลิกดูรูปภาพใหญ่

      เชิญชวนให้ประชาชนประหยัดพลังงาน   

     ในช่วงวิกฤตราคาพลังงานขาขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง จะส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้นในช่วง 1 - 2 ปีนี้  สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟร่วมกันประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า 4 ป. ได้แก่

  • ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าลดการใช้ไฟฟ้าเมื่อใช้งานเสร็จ
     
  • ปิด หรือดับไฟเมื่อเลิกใช้งาน
     
  • ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26 องศา
     
  • เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จะสามารถช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพง ซึ่งจะเป็นการลดภาระค่าครองชีพสำหรับตัวท่านเอง และยังจะเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันลดภาระโดยรวมให้กับประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย

 

     ในเมื่อจะมีการปรับค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนั้น หลังจากนี้ทุกคนควรหันมาประหยัดไฟฟ้ากันมากขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรที่ไม่จำเป็นก็ควรจะปิดเครื่อง เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่กินไฟน้อย เพื่อที่จะได้เซฟค่าใช้จ่ายของที่บ้านเราเองอีกด้วย 

 

  • "เช่าก่อนซื้อ" ทางเลือกที่รอบคอบในยุคเศรษฐกิจผันผวน ที่มาพร้อมภัยพิบัติใกล้ตัว
  • 10 อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เตรียมรับมือน้ำก่อนสร้างความเสียหาย
  • ทาวน์เฮ้าส์-ทาวน์โฮม ผนังติดกัน หลังน้ำท่วม ต้องซ่อมแซมอย่างไร
  • ชาวคอนโด อยู่ตึกสูงก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าจะชิลได้ รับมือน้ำท่วมใหญ่อย่างไร
  • เช่าคอนโด เลือกห้องให้คุ้มค่าดูตรงไหน เช็กอะไรบ้างก่อนเซ็นสัญญา ?
  • สำนักงานให้เช่า กับ โฮมออฟฟิศให้เช่า ประเภทไหนตอบโจทย์ธุรกิจยุคนี้
  • ทริค! การทำสวนบนที่ดินมรดก เพื่อลดหย่อนภาษี ควรทำอย่างไร ?
  • บ้านอายุเกิน 10 ปี ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง ก่อนเกิดปัญหาแล้วแก้ได้ยาก ควักเงินเก็บงบบานปลายซ่อมไม่หยุด
  • ผู้หญิงวัย 35+ มั่นแล้วยังสวย มีบ้านได้เอง ไม่ง้อผู้ชายแล้วจ้า รู้ไหม ?
  • "สเตลล่า" ต่อยอด Green Living Ecosystem ที่ "โนวา เวสต์เกต" ยกระดับความสบายในบ้าน ด้วยเทคโนโลยีเครื่...
  • ปลูกต้นไม้อะไร ลดภาษีที่ดินได้ ? เปลี่ยนที่ดินรกร้างเป็นเกษตรกรรม ต้องรู้อะไรบ้าง
  • RYNN เปิดบทใหม่นำประสบการณ์น้ำระดับ Hospitality สู่ตลาด Premium Home Use
  • ค่าไฟบ้านคำนวณยังไง ? อ่านมิเตอร์เป็น เช็กค่าไฟก่อนบิลมา จะได้ไม่ช็อกตอนเห็นยอด
  • ติดตั้งโซล่าเซลล์ บนหลังคาแบบครบวงจร การเลือกบริษัทรับเหมางาน วิธีตรวจสอบผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
  • เอสบี ดีไซน์สแควร์ จับมือ เซ็นทรัล ออนไลน์ เติมเต็มประสบการณ์ Home & Living เปิด 5 แบรนด์ดีไซน์หลากสไตล์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์...
  • บ้านบริทาเนีย 50 โครงการ ปลอดภัยน้ำท่วม ดูแลลูกบ้านรายพื้นที่ใกล้ชิด-ใส่ใจ พร้อมบริการหลังการขายต่อเนื่อง
  • ORI โชว์ยอดพรีเซล 9 เดือนแรก ปี 2569 กว่า 15,700 ล้านบาท ลุยอัดแคมเปญครั้งใหญ่กระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี
  • JLL ชี้อสังหาไทย รับอานิสงส์การเปลี่ยนแปลง ชู EEC - เมืองท่องเที่ยว โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับแรงหนุนดึงเงินลงทุนใหม่
  • เครื่องลดความชื้น ลดกลิ่นอับกันเชื้อรา ของจำเป็น แม่บ้านมือใหม่ยุคนี้
  • 6-7 ส.ค.นี้ เปิดโซนใหม่ บ้านหน้าสวน "เวนิว ไอดี เวสต์เกต" บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ลดสูงสุด 700,000 บ.* เริ่ม 5.99 -...
  • คอนโดพร้อมอยู่ "ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้งวัฒนะ" กับ 3 ข้อเสนอพิเศษสูงสุด 100,000 บาท* เริ่ม 1.59 ล้าน*
  • ส.ค.นี้ "เซนโทร สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ 2" เปิดจองบ้านที่ดินใหญ่ 70 ตร.ว. พิเศษ 9.29 ล้าน* รับส่วนลดและของแถม สู...
  • 6-7 ส.ค.นี้ ฉลองครบรอบ 36 ปี ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ พบกับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม กับข้อเสนอที่ดีที่สุด เริ่ม 2-10 ล้าน*
  • มัดรวมไอเดีย "จัดโต๊ะทำงาน" เปลี่ยนบรรยากาศ เติมพลังในการทำงาน
  • แนะนำ 6 ต้นไม้ประดับบ้าน เรียกทรัพย์เพิ่มความสดชื่น เอาใจสายมู
  • "วรารมย์ วัชรพล-เพิ่มสิน" เปิดจองบ้านเดี่ยว ซีรี่ย์ใหม่ล่าสุด ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน & BTS สะพานใหม่ เริ่ม 6-1...
  • 24-25 ก.ย.นี้ "โกลเด้น ทาวน์ 4 ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์" ทาวน์โฮมโครงการใหม่ ใกล้The mall + รถไฟฟ้า เริ่ม 3 ล้าน...
  • 28-31 ก.ค.นี้ "เซนโทร วิภาวดี" คัด 3 แปลงมุม ราคาพิเศษ บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ฟรี! ค่าใช้จ่ายวันโอน* เพียง 9.29 ล้...
  • ปรับฮวงจุ้ย เปลี่ยนมุมทำงานให้เป็นมุมโปรดด้วยสวิตช์ไฟ
  • กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟทีเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

    กกพ. เคาะขึ้นค่าเอฟที งวดเดือน กันยายน - ธันวาคม 2565 ที่ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายจริงอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย สูงขึ้นจากงวดปัจจุบันที่จ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย ทำลายสถิติสูงสุดอีกครั้ง

    @thaihometown Scroll