
วันที่ 29 สิงหาคม 2562 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า กยศ. ได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ ประกอบด้วย
- การลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80 สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่ม ที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563
- ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดี ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563
- การพักชำระหนี้หนึ่งปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี

โดยจะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และกลับมาชำระหนี้ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 โดยผู้กู้ยืมที่เข้าข่าย จะได้รับสิทธิ์พักชำระหนี้ที่ถือบัตรสวัสดิการ 335,000 ราย ทั้งนี้ ผู้กู้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนดได้ทาง www.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563

พร้อมกันนี้ กยศ. ยังมีมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยปรับ หรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมจากอัตราปัจจุบัน ให้เหลืออัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 และเพื่อเป็นการลดภาระด้านค่าครองชีพ จึงได้มีการปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้กับผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษา อีกเดือนละ 600 บาทต่อคน โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ เพิ่มขึ้นจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท โดยในระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี เพิ่มขึ้นจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือน

ในส่วนของการหักเงินกู้ยืมของกองทุนผ่านเงินเดือนนั้นจะสมบูรณ์ทั้งระบบในปี 2564 ซึ่งจะรวมถึงการหักเงินเดือนของข้าราชการการเมืองอย่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ปัจจุบันกองทุนมีผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา 5,615,065 ล้านราย ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 803,222 ราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,661,599 ราย ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 1,093,041 ราย และอื่น ๆ 57,203 ราย เป็นเงินงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 605,354 ล้านบาท สำหรับผลการรับชำระหนี้ปีงบประมาณ 2562 กองทุนคาดว่าจะได้รับชำระหนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท กองทุนขอยืนยันว่าปีนี้ไม่มีการจำกัดโควตาการให้กู้ยืมเงินสำหรับผู้กู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้กองทุนไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นผลมาจากการชำระหนี้ที่ดีขึ้นและมาตรการหักเงินเดือน