แสนสิริตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ 34,000 ล้านบาท
วันที่ 7 มกราคม 2557 | เปิดอ่าน 1,860 ครั้ง

แสนสิริ ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 3 หมื่น 4 พันล้านบาท และยอดขายที่ 3 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดตัว 19 โครงการใหม่ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่เปิดตัวถึง 48 โครงการ และมียอดขายสูงถึง 42,000 ล้านบาท

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนธุรกิจในปี 2557 ตั้งเป้ายอดขายที่ 3 หมื่นล้านบาท และรายได้รวม 3 หมื่น 4 พันล้านบาท และเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ที่ 19 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 33,263 ล้านบาท ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าทั้งต่างจังหวัดและลูกค้าต่างชาติ แบ่งเป็นโครงการคอนโดมีเนียม 9 โครงการ บ้านเดี่ยว 8 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 2 โครงการ สัดส่วนโครงการในกรุงเทพ-ปริมณฑล อยู่ที่ 89% และต่างจังหวัด 11% และขณะนี้มีฐานยอดขายรอโอน หรือ Presale Backlog ในขณะนี้สูงเกือบ 63,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการรับรู้รายได้ไปถึงอีก 4 ปีข้างหน้า ขณะที่ในปี 2556 แสนสิริ เปิดตัวโครงการใหม่ 48 โครงการ และเกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ 45 โครงการ มูลค่ารวม 61,200 ล้านบาท และมียอดขายสูงถึง 42,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ แสนสิริจะยังรักษาระดับยอดขายตลาดต่างจังหวัดที่ได้รับการตอบรับดี /ควบคุมเวลาการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้า และรับมือปัญหาแรงงานขาดแคลน ด้วยการเน้นผลิตพรีคาสท์เต็มกำลังการผลิต และเน้นการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร
ขณะที่ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะเติบโต 3-5% ตามเศรษฐกิจของประเทศที่ขยายตัวประมาณ 3-4% โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและเงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมได้ดี และตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มระดับกลางและล่างจะเติบโตอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง แต่ภาวะการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพและยืดเยื้อจะเป็นตัวกดดันให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวหรืออาจไม่ขยายตัวได้ในปีนี้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายในช่วงที่เหลือของปี และหากรัฐบาลชุดใหม่มีการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จะทำให้ตลาดต่างจังหวัดกลับมาคึกคักได้มาก
อย่างไรก็ตาม แสนสิริ ยอมรับว่า หากสถานการณ์การเมืองมีความรุนแรง อาจเลื่อนเปิดตัวโครงการจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ส่วนการปรับขึ้นราคาบ้านในปีนี้ คงเป็นไปได้น้อย แต่อาจปรับขึ้นประมาณ 3-5% โดยบริษัทจะรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ให้ต่ำกว่า 10% เนื่องจากมีกลยุทธ์ควบคุมระยะเวลาการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย การเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมหลังจากผ่านการประเมินผลสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เท่านั้น
ข้อมูลเนื้อหาโดย www.voicetv.co.th