
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ช่วยลูกค้าที่แบงก์ปฏิเสธให้สินเชื่อบ้าน ชูสินเชื่อบ้านสานรัก 5 หมื่นล้านบาท ผ่อนเงื่อนไข “DSR” สุด ๆ ถึง 50% กวาดทุกกลุ่มรายได้เข้าพอร์ต พร้อมปรับโปรดักต์สินเชื่อบ้าน For Home กระตุ้นยอดสินเชื่อปีนี้ให้เข้าเป้า 1.78 แสนล้านบาท
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้ ธอส. เข้าไปดูแลลูกค้าสินเชื่อบ้านกลุ่มที่ถูกธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) โดยเท่าที่รับรู้ข้อมูลจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) ได้ปรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งในแง่เอกสารที่ต้องครบถ้วนเต็มที่ และการขยับวงเงินรายได้ขั้นต่ำของผู้กู้ให้สูงขึ้นเป็น 25,000-30,000 บาท
โดยในส่วนของ ธอส.ยังไม่ค่อยมีการปฏิเสธสินเชื่อดังกล่าว แต่หากจะมีก็เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้ค่าล่วงเวลา (โอที) ในการกู้ หรืออาชีพอิสระมาก ๆ จึงจะถูกปฏิเสธ อย่างเช่น มีรายได้ 2 หมื่นบาท รวมกับเงินจากโอทีอีก 1 หมื่นบาท ซึ่งอาจจะมีปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ในข้างหน้าได้ เพราะโอทีไม่ได้รองรับตลอดระยะเวลายาว 25-30 ปี ตามที่ได้รับสินเชื่ออนุมัติ
สำหรับสินเชื่อของ ธอส.ที่จะมารองรับลูกค้าที่ถูกแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อบ้านสานรัก กำหนดสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ที่ใช้คำนวณความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ไว้ที่ 1 ใน 2 หรือ 50% (โครงการทั่วไปจะคิด 1 ใน 3 หรือกว่า 33.3%)
“รมว.คลังบอกว่า ธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ก็เลยให้นโยบายว่า ธอส.ต้องเข้าไปดูแลกลุ่มนี้ พอดีกับที่เรากำลังจะเพิ่มเป้าสินเชื่อบ้านสานรัก เป็น 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะกวาดหมดเลยทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งรายได้ระดับล่าง ระดับกลาง และระดับบน และนอกจาก 40,000 ล้านบาทนี้แล้วยังมีอีก 10,000 ล้านบาท ที่เตรียมไว้ในช่วงที่เหลือของปีด้วย” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนผลดำเนินงานในช่วง 5 เดือนครึ่งของปีนี้ได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วราว 33% ของยอดเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 178,224 ล้านบาทซึ่งยอมรับว่ายังต่ำกว่าประมาณการและคาดว่าจนถึงสิ้น มิ.ย.นี้ สินเชื่อใหม่จะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 35-37% จากปกติช่วงครึ่งปีแรกควรปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 45% และอีก 55% ในครึ่งปีหลัง
ดังนั้น ธนาคารจึงได้จัดทำแผนกระตุ้นยอดสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังออกมา ผ่านโครงการสินเชื่อที่สำคัญ 2 โครงการ คือ 1) สินเชื่อบ้านสานรัก และ 2) สินเชื่อบ้าน “FOR HOME” ที่คิดอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกอยู่ที่ 2.96% ต่อปีให้กู้ต่อรายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งสินเชื่อตัวนี้ออกมาเมื่อเดือน พ.ค. ล่าสุดมียอดยื่นขอกู้เข้ามากว่า 5,000 ล้านบาทแล้ว

นอกจากนี้ เมื่อวงเงินสินเชื่อบ้าน “FOR HOME” ครบ 10,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ก็ยังจะมีการออกโครงการสินเชื่อตัวใหม่อีก 40,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3% ต่อปี เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และกระตุ้นยอดปล่อยกู้ของธนาคารในช่วงที่เหลือของปีนี้“เป้าสินเชื่อในปีนี้เรายังไม่ทบทวน แต่ได้ทบทวนแผนการปล่อยสินเชื่อ โดยจะมีการกระตุ้นยอดให้ได้มากขึ้น ขณะที่เป้าหมายกำไรปีนี้อยู่ที่ 10,115 ล้านบาท” นายฉัตรชัยกล่าว
นายฉัตรชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นจากที่ช่วงปลายปี 2559 อยู่ที่ 5.06% โดย ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2560 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.3%
แต่ถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาด ซึ่งทั้งปี ธอส.ตั้งเป้าจะคุมให้อยู่ที่ไม่เกิน 4.86% พร้อมกับจะมีการขายหนี้อีก 9,200 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้มีนักลงทุนสนใจลงทะเบียนเข้ามาแล้ว 5 ราย อยู่ระหว่างทำดิวดิลิเจนซ์