เปิดฉาก งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 ที่จัดโดย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย จนถึงวันที่ 13 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีโครงการที่อยู่อาศัยเข้าร่วมกว่า 1,000 โครงการ จาก 200 บริษัท หรือประมาณ 2-3 หมื่นยูนิตที่มาร่วมงาน แบ่งเป็นโครงการแนวสูงประมาณ 60% และแนวราบ 40%
งานครั้งนี้มาถูกเวลา เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการหวังจะระบายสต๊อกสินค้าพร้อมอยู่ล็อตใหญ่ที่มีอยู่ในมือ และเป็นจังหวะในการประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภคว่าบิ๊กโปรโมชั่นต่างๆ ของภาคเอกชนบวกมาตรการของรัฐจะเร่งการตัดสินใจคนอยากมีบ้านได้มากน้อยเพียงใด
พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หลังจากเริ่มอัดโฆษณาโปรโมทงานถือว่าได้รับสัญญาณที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างมาก เชื่อว่าบรรยากาศงานจะคึกคักกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นจังหวะทองของผู้ซื้อจากข้อเสนอต่างๆ ของผู้ประกอบการที่อัดโปรโมชั่นอย่างร้อนแรงเพื่อเร่งระบายสต๊อกที่มีอยู่ บวกกับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากมาตรการรัฐทั้งในส่วนของลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง และส่วนของสิทธิทางภาษีของบ้านหลังแรกที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 20% ของราคาที่อยู่อาศัย ระยะเวลา 5 ปี
เลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในส่วนของพฤกษาฯ ได้ร่วมกับธนาคารชั้นนำ 11 แห่ง มอบสิทธิพิเศษด้านสินเชื่อ เช่น อัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเงินกู้ให้ยาวนานขึ้นสำหรับลูกค้าที่จองซื้อทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัดของพฤกษาฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ภายใต้ชื่อแคมเปญ “โอกาสทองของคนรักบ้าน พฤกษา เบสท์ บาย โมเมนท์ 2016” ตั้งแต่วันนี้-28 เม.ย. 2559 ซึ่งจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่คนซื้อบ้านได้เพิ่มขึ้นจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองฯ
สมนึก ตันฑเทอดธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง กล่าวว่า บริษัทได้จัดแคมเปญ เอ็น.ซี.เฮฟวี่เวต นำบ้านพร้อมอยู่ 9 โครงการ 9 ทำเล ร่วมมือกับ 3 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และออมสิน ได้สินเชื่อพิเศษ พร้อมรับทองคำหนัก 10 บาท สำหรับราคาบ้านเดี่ยว 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายจากแคมเปญนี้ 142 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท ปัจจุบันทำยอดขายได้แล้ว 400 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะได้ตามเป้า 2,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ มองว่าโค้งท้ายมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จะช่วยให้ตลาดคึกคักมากขึ้น หลังจากภาพรวมตลาดก่อนหน้านี้ค่อนข้างซบเซา โดยปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ามาเยี่ยมชมโครงการน้อยลง แต่หากเข้ามาดูโครงการจริงจะตัดสินใจซื้อโครงการภายใน 1-2 เดือน ซึ่งการซื้อโครงการแนวราบยังดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาดคอนโด
ขณะที่การสำรวจบรรยากาศงานมหกรรมบ้านฯ ครั้งนี้ พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกนำโครงการบ้าน-คอนโดพร้อมอยู่ให้สอดรับกับมาตรการอสังหาฯ โดยแต่ละรายนอกจากจะมีแคมเปญที่โชว์อย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีหมัดเด็ดในจังหวะจบการขายกับลูกค้ารายนั้นๆ ด้วย ซึ่งแคมเปญของโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ลดราคาขาย ให้ส่วนลดเงินสด หรือออกค่าผ่อนให้ 50% ส่วนแคมเปญโครงการคอนโดต่างจังหวัด ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ รับประกันอัตราผลตอบแทนหรือการันตียิลด์ 6-8% ซึ่งดึงกลุ่มคนที่สนใจลงทุนในคอนโดได้พอสมควร
จากการสำรวจยังพบว่า หลายแคมเปญแรงของผู้ประกอบการค่อนข้างได้รับความสนใจเช่น แคมเปญของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯ ที่นำ 7 คอนโดพร้อมอยู่ ราคาขายประมาณ 8.29 แสน-1.49 ล้านบาท มาจัดแคมเปญผ่อนธนาคารหาร 2 นาน 5 ปี เช่น จากเดิมผ่อน 4,200 บาท/เดือน คนซื้อก็ผ่อนเหลือ 2,100 บาท/เดือน ส่วนแคมเปญจากบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ นำ 7 โครงการคอนโดพร้อมอยู่ใกล้รถไฟฟ้าจัดแคมเปญพิเศษ “อนันดา บิ๊ก ดีล” โปรด่วน แรงทุกดีล ก่อนหมดมาตรการรัฐ พร้อมรับโปรโมชั่นไฮไลต์แรง “พร้อมอยู่พร้อมโอน-อยู่ฟรี 1 ปี-ผ่อนเริ่มต้น 999 บาท-ทองคำ 1 บาททุกยูนิต และส่วนลดสูงสุด 1 แสนบาท” ในราคาเริ่มต้น 9.9 แสนบาท-2.69 ล้านบาท
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ นำกว่า 19 โครงการ ราคาเริ่มต้นประมาณ 8 แสนบาท มาจัดโปรโมชั่น “เสนา ลดแรงส์...แซงมาตรการรัฐ” ด้วยการเสนอเงื่อนไขราคาพิเศษ ส่วนบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ ส่งแคมเปญ “ฮอต ดีล” ยูนิตพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 1 ล้านบาท กับ 30 โครงการ ราคาเริ่มต้น 7.59 แสนบาท ส่วนค่ายศุภาลัย ฟรีค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายสวนกลาง
3 ปีแรก
ด้านการสอบถามความคิดเห็นของผู้เยี่ยมชมงานมหกรรมบ้านฯ ครั้งนี้ แบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และกลุ่มผู้ที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแล้ว โดยกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและปัจจุบันเช่าที่อยู่อาศัย แม้จะยังกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็พร้อมตัดสินใจซื้อในงานหากมีข้อเสนอที่พิเศษมากๆ เช่น ส่วนลด หรือแคมเปญช่วยผ่อน อยู่ฟรี เพราะมองว่าปัจจุบันต้องจ่ายค่าเช่าอยู่แล้ว และเชื่อว่าอนาคตอีก 3 ปีจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองหรืออาจจะยังไม่มีบ้านหลังแรก แต่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ จะยังไม่รีบตัดสินใจ เพราะมองว่ามาตรการรัฐไม่สำคัญเท่ากับภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว