
ทีทีบี หรือ ทีเอ็มบีธนชาต สนับสนุนความเท่าเทียมกันในทุกกลุ่มลูกค้า สานฝันคู่รัก LGBTQ+ ที่ต้องการสร้างครอบครัวด้วยการมีบ้านเป็นของตัวเอง ด้วยสินเชื่อบ้าน ทีทีบี สามารถกู้ซื้อบ้าน หรือรีไฟแนนซ์บ้านร่วมกันได้ พร้อมมอบโปรโมชันต้อนรับ Pride Month ด้วยบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่าสูงสุด 1 หมื่นบาท สำหรับลูกค้าที่สมัครและจดจำนองตั้งแต่ 1 มิ.ย. 67-31 ก.ค. 67
ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น พร้อมร่วมเติมเต็มความสุขให้กลุ่มคู่รัก LGBTQ+ มีบ้านในฝัน กับโปรโมชันสุดพิเศษในเดือน Pride month สำหรับลูกค้าใหม่กลุ่ม LGBTQ+ ตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ธนาคารกำหนด เมื่อสมัครสินเชื่อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อได้รับการอนุมัติ พร้อมมีการใช้วงเงินตามที่กำหนด โดยลูกค้าที่สมัครและจดจำนองตั้งแต่ 1 มิ.ย. 67 – 31 ก.ค. 67 จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้
- ใช้วงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 3,000,000 – 4,999,999 บาท
รับบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 5,000 บาท
- ใช้วงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 5,000,000 บาท เป็นต้นไป
รับบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 10,000 บาท
นอกจากนี้ ทีทีบี ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านให้คำปรึกษาพร้อมช่วยประสานงานเรื่องบ้านในทุกขั้นตอน ให้มีความรวดเร็ว สะดวกสบาย และมั่นใจได้ โดยสินเชื่อบ้าน ทีทีบี ให้บริการครอบคลุมทั้งสินเชื่อบ้านใหม่ บ้านมือสอง และบ้านรีไฟแนนซ์ ตอบโจทย์ ตรงใจ ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% หรือ 50 ล้านบาทของราคาประเมิน สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 35 ปี พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกับข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ค่าจดจำนอง ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดอายุสัญญา
ยังมีสินเชื่อบ้านแลกเงิน ที่ครอบลุมทุกความจำเป็นของการใช้เงินก้อน ทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน สำหรับใช้จ่ายแบบอเนกประสงค์ สินเชื่อบ้านแลกเงิน เคลียร์หนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการพิชิตหนี้ ด้วยการรวบหนี้ ปิดหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่มีอยู่หลายแห่งมาจบในที่เดียว รวมถึงบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ที่ตอบโจทย์ผู้ต้องการมีวงเงินสำรองไว้ใช้ฉุกเฉินในอนาคต
เอกสารที่ใช้ในการซื้อบ้าน ทีเอ็มบีธนชาต LGBTQ

- เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของทั้ง 2 คน
- เอกสารแสดงรายได้ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาสลิปเงินเดือนล่าสุด, สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
- เอกสารทางด้านหลักประกัน เช่น สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายของบ้านหรือคอนโดที่จะซื้อร่วมกัน
- เอกสารการอยู่ร่วมกัน เช่น บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน, ภาพถ่ายงานแต่งงาน, บิลค่าใช้จ่ายที่ระบุที่อยู่เดียวกัน หรือเป็นเจ้าของกิจการซึ่งจดทะเบียนบริษัทร่วมกัน
แต่ละธนาคารอาจมีการขอเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อ
9 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมก่อนซื้อบ้าน
แต่ก่อนที่จะซื้อบ้านนั้น เราต้องมีการศึกษาค่าใช้จ่ายเพื่อประเมินความสามารถในการจะมีบ้าน 1 หลังกันก่อน เพราะการซื้อบ้านไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ค่าจองและค่าทำสัญญา
ถือเป็นค่าใช้จ่ายแรกที่เราต้องจ่าย เมื่อเจอบ้านที่ถูกใจเลยก็ว่าได้ โดยผู้ขายจะให้จ่ายเงินค่าจองเอาไว้ก่อน มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับโปรโมชันในช่วงนั้น ๆ ต่อจากนั้นก็จะเป็นเงินค่าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ระบุรายละเอียดต่าง ๆ ของบ้านที่เราทำการจองเอาไว้ ซึ่งควรอ่านและศึกษารายละเอียดของสัญญาก่อนลงนาม โดยเงินส่วนนี้จะได้คืนจากธนาคาร หรือจะให้หักกับราคาบ้านเลยก็ได้
2. ค่าประเมินบ้าน
เงินส่วนนี้ธนาคารจะเรียกเก็บเป็นค่าสำรวจและประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อ ประมาณ 1,000 - 3,000 บาท แล้วแต่ธนาคาร หากยื่นซื้อบ้านกับหลายธนาคาร นั่นแปลว่าเราต้องจ่ายเงินให้ทุกธนาคาร
3. ค่ามิเตอร์สาธารณูปโภค
เป็นค่าติดตั้งและประกันมิเตอร์ประปาและมิเตอร์ไฟฟ้า จำนวนขึ้นอยู่กับประเภทของที่พักอาศัย โดยขึ้นอยู่กับมาตรวัด ขนาดมิเตอร์ และจำนวนกระแสน้ำ-ไฟที่ปล่อยได้ รวมแล้วอยู่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
4. ค่าอากรแสตมป์
เป็นเงินที่จ่ายให้กับกรมสรรพากร ในอัตรา 0.50% ของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินที่ดิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่ามาคำนวณ
5. ค่าจดทะเบียนจำนอง
หากใครที่กู้ซื้อบ้านกับธนาคารจะจ่ายเงินส่วนนี้ให้กับกรมที่ดิน คิดเป็น 1% ของวงเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท แต่ถ้าซื้อบ้านเงินสด จะไม่ถูกเรียกเก็บเงินส่วนนี้
แต่ในปี 2566 นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการต่อมาตรการลดค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
6. ค่าโอนกรรมสิทธิ์
เป็นค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ โดยจ่ายให้กับกรมที่ดินเช่นเดียวกับค่าจดทะเบียนจำนอง คิดเป็น 2% ของของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินที่ดิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่ามาคำนวณ ซึ่งบางแห่งอาจจะให้ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกันว่าใครจะรับผิดชอบ
แต่ในปี 2566 นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2% เหลือ 1% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
7. ค่าส่วนกลางล่วงหน้า
หากบ้านที่ซื้อเป็นบ้านที่ไม่อยู่ในโครงการ ก็จะไม่มีค่าส่วนกลางนี้ แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรรจะมีค่าส่วนกลาง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางโครงการนำไปใช้ในการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในที่พักอาศัย เช่น สวนสาธารณะ ฟิตเนส Co-Working Space ระบบรักษาความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งทางโครงการจะให้จ่ายล่วงหน้า 1 ปี โดยคิดตามขนาดพื้นที่พักอาศัยเป็นตารางวาหรือตารางเมตรตามแต่กรณี หลังจากนั้นก็จะเรียกเก็บเป็นรายปี
8. เงินสำรอง (กรณีกู้ได้ไม่เต็ม 100%)
หากใครที่คิดว่าตัวเองอาจจะกู้ได้ไม่เต็ม 100% หรือบางโครงการอาจจะต้องมีการวางเงินดาวน์ แนะนำให้เตรียมเงินสำรองไว้ประมาณ 10% ของราคาบ้าน แต่หากไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ก็สามารถนำไปตกแต่งหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านแทนได้
9. ค่าตรวจรับมอบบ้าน
หากไม่มีความรู้ในเรื่องการตรวจรับมอบบ้าน แนะนำให้จ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบจะดีกว่า เพราะเราจะอยู่บ้านนี้ไปอีกนาน หลาย ๆ คนก็คงไม่อยากให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับตัวบ้านตามมา ซึ่งการตรวจรับมอบบ้านนี้จะตรวจทุกอย่างตั้งแต่โครงสร้าง รอยร้าว สี ผนัง พื้นบ้าน ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ฯลฯ
ตัวอย่าง เงินที่ต้องเตรียมก่อนการซื้อบ้าน

เมื่อเรารู้แล้วว่าค่าใช้จ่ายในการมีบ้าน 1 หลัง ประกอบด้วยค่าอะไรบ้าง ต่อมาก็มาคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ดูก่อน ตัวอย่างเช่น หากกู้ซื้อบ้านวงเงิน 2.89 ล้านบาท เนื้อที่ 20 ตร.ว. จะต้องเตรียมเงินประมาณ 380,489 บาท หากตั้งเป้าจะซื้อบ้านในอีก 5 ปีข้างหน้า จะต้องออมเดือนละ 6,342 บาท
แต่ด้วยสิ่งล่อตาล่อใจที่อาจจะทำให้เราวอกแวกในการเก็บเงิน หรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด ทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ จะดีกว่ามั้ยหากมีเครื่องมือที่ช่วยในการเก็บเงินให้สามารถบรรลุตามแผนที่วางไว้เพื่อบ้านในฝันของเรา ด้วยการตั้งเป้าหมายคำนวณผ่าน ttb smart port calculator ซึ่งสามารถเลือกแผนลงทุนจาก ttb smart port ที่มีให้เลือกมากมาย ครอบคลุมทุกเป้าหมายตามระดับความเสี่ยง เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ด้วย
ทีทีบี ยังคงเดินหน้ามอบบริการและประสบการณ์ที่ดีที่ช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อสานฝันการมีบ้านเป็นของตนเอง พร้อมหนุนให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดี ทั้งวันนี้และในอนาคต