
กรุงเทพฯ ออกกฏเข้มห้ามกินข้าวนอกบ้านหลัง 3 ทุ่ม เริ่ม วันที่ 5 ม.ค. 2564 นี้
เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. มีมติให้ร้านอาหารทุกประเภทรับลูกค้าเฉพาะบริการกลับบ้านในเวลา 19.00 – 06.00 น. ขึ้นไป
และล่าสุดในวันเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ศบค.กรณีห้ามนั่งกินในร้านอาหารตามคำสั่งกทม. ตั้งแต่เวลา 19.00 -06.00 น. ขอยกเลิก และเปลี่ยนเป็นตั้งแต่ 21.00 น. ขยายเวลาเป็น 06.00-21.00 น. ส่วนเวลา 21.00 -06.00 น. ให้เป็นการจำหน่ายอาหารแบบสั่งกลับบ้าน (Take Away) เหตุสมาคมภัตตาคารร้องรับผลกระทบ ด้านกทม.ปรับเปลี่ยนคำสั่งแล้ว

คุมร้านอาหาร - ชาบู - สุกี้ - ปิ้งย่าง - ร้านกาแฟ
ส่วนนอกเวลานั้นสามารถรับประทานอาหารที่ร้านอาหารได้ แต่ต้องมีมาตรการเข้มข้น ห้ามดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน เพื่อลดระยะเวลาในการรวมกลุ่มกัน การคัดกรองผู้ใช้บริการ เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร โดยมาตรการเพิ่มเติมจะออกรายละเอียดในวันนี้
สำหรับร้านสุกี้ ชาบู ปิ้งย่าง ร้านกาแฟและร้านอาหารทุกประเภทก็จะเข้าเกณฑ์นี้ด้วย เว้นหาบเร่ที่ไม่มีหน้าร้านอยู่แล้ว ส่วนสตรีทฟู้ดต่างๆหากไม่อยู่ในพื้นที่ผ่อนผันต้องปฏิบัติตามมาตรการนี้ด้วย

ห้ามขายแอลกอฮอล์
“ ช่วงนอกเวลาดังกล่าวร้านอาหารต่างๆยังสามารถให้บริการรับประทานอาหารที่ร้านได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งการเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร, มีฉากกั้นระหว่างโต๊ะ, งดจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ต้องกวดขันจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต้องไม่แออัด ส่วนกรณีร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ให้พนักงานเป็นผู้ตักอาหารให้เท่านั้น เป็นต้น ”

มาจากจังหวัดเสี่ยงต้องกักตัวเอง
ด้านมาตรการอื่นๆ ยังไม่มีเพิ่มเติม การเดินทางข้ามจังหวัดยังไม่สั่งห้าม แต่มีบางพื้นที่ที่กทม.จะมีคำสั่งควบคุมอีกทีในภายหลัง ตอนนี้ขอให้ดูว่า ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดต้นทาง จังหวัดนั้นๆ มีคำสั่งหรือการออกมาตรการอย่างไร
“ ตอนนี้จึงขอความร่วมมือผู้เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง ให้กักตัวเองก่อนในเบื้องต้น และขอให้ประเมินตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน BKK COVID หากพบว่ามีความเสี่ยง สามารถแจ้งให้มีรถพยาบาลไปรับได้ทันที ”

บังคับใช้มาตรการเฉพาะพื้นที่ไม่ได้
ขณะที่การจัดตั้งด่านตรวจ 14 จุดทั่งกรุง ยอมรับว่า สกัดได้ไม่ 100% เพราะเน้นไปที่รถที่มีการขนแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก และขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดบังคับใช้มาตรการเข้มข้นเฉพาะเขต เพราะมีความเหลื่อมกันในบางพื้นที่ เช่น โซนช่วงเมเจอร์ ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แม้จะอยู่เพียงตรงข้ามกัน แต่ทั้งสองห้างสรรพสินค้าอยู่คนละเขตกัน
โดยเมเจอร์อยู่ในเขตบางพลัด ซึ่งเป็นเขตที่กทม.ออกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวัง ส่วนฝั่งเซ็นทรัลปิ่นเกล้า อยู่ในเขตบางกอกน้อย ซึ่งไม่ใช่เขตควบคุม การบังคับใช้มาตรการเฉพาะเขตจึงค่อนข้างลำบากและมีลักษณะแบบนี้เยอะมาก ดังนั้น จึงประกาศใช้มาตรการทุกพื้นที่จะดีกว่า
ส่วนกรณีที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) บุกจับแรงงานชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้าเมืองได้ที่เขตดอนเมืองนั้น ได้รับแจ้งแล้วและลงพื้นที่ตรวจ SWAB ทั้ง 14 รายแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจ แต่ใครเป็นผู้พามา ทราบว่าทางตำรวจกำลังสอบสวนอยู่