สาระควรรู้ทั่วไป

เข้าสู่ฤดูฝนกันอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งฤดูฝนก็แน่นอนอยู่แล้ว คือต้องมีฝนตก เป็นฤดูของคนเหงา ที่ชอบบิวท์อารมณ์เหงา อารมณ์เศร้า ออกไปเดินตากฝนดึงซีนเป็นคนอกหักแบบไม่ต้องมีเหตุผล ขอแค่ให้ได้ดึงซีนแค่นั้นก็พอใจแล้ว เมื่อดึงซีนอกหักจนพอใจแล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมา ยินดีด้วย คุณป่วยแล้ว ถึงจะอยากดึงอารมณ์แบบฤดูฝนสักเท่าไหร่ก็ตามเถอะ แต่เชื่อสิ ว่าสุขภาพคือสิ่งสำคัญ และนี่คือ 7 โรคและภัยอันตรายที่มาพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราเข้าร่มแล้วอ่านกันเลยดีกว่า

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

"ระวัง !!! มันจะมาโดยไม่รู้ตัว" 7 โรคภัยไข้เจ็บ และอันตรายที่มากับฤดูฝน

ระวัง !!! มันจะมาโดยไม่รู้ตัว 7 โรคภัยไข้เจ็บ และอันตรายที่ต้องพึงระวังในฤดูฝน

     เข้าสู่ฤดูฝนกันอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งฤดูฝนก็แน่นอนอยู่แล้ว คือต้องมีฝนตก เป็นฤดูของคนเหงา ที่ชอบบิวท์อารมณ์เหงา อารมณ์เศร้า ออกไปเดินตากฝนดึงซีนเป็นคนอกหักแบบไม่ต้องมีเหตุผล ขอแค่ให้ได้ดึงซีนแค่นั้นก็พอใจแล้ว เมื่อดึงซีนอกหักจนพอใจแล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมา ยินดีด้วย คุณป่วยแล้ว ถึงจะอยากดึงอารมณ์แบบฤดูฝนสักเท่าไหร่ก็ตามเถอะ แต่เชื่อสิ ว่าสุขภาพคือสิ่งสำคัญ และนี่คือ 7 โรคและภัยอันตรายที่มาพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราเข้าร่มแล้วอ่านกันเลยดีกว่า

 

     1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ

     ในหน้าฝน อากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น ทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากมีเชื้อโรคแพร่กระจายอยู่ในอากาศและเราหายใจเข้าสู่ปอด สามารถก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้หลายโรค เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยโรคดังกล่าว เพราะเชื้อสามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งโดยการหายใจได้รับน้ำมูก หรือ เสมหะของผู้ป่วยโดยเชื้อจะผ่านเข้าทางเยื่อบุตา จมูก และปาก หรือจากการที่คนได้สัมผัสสิ่งที่ปนเชื้อโรค เช่น ผ้าเช็ดหน้า ช้อน แก้วน้ำ การจูบ หรือการที่มือไปสัมผัสเชื้อแล้วขยี้ตา หรือ เอาเข้าปาก

 

     2. โรคไข้เลือดออก

     เมื่อฝนตกก็มักจะมีน้ำท่วมขังตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้เกิดการแพร่พันธุ์ของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก หากเป็นไข้เลือดออก อาจจะมีไข้ขึ้นสูง 2-7 วัน (อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส) เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง ในรายที่มีเกล็ดเลือดต่ำ อาจเห็นจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ๆมียุง พยายามอย่าให้โดนยุงกัด ใช้ยาทากันยุง ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง

     3. โรคฉี่หนู

     โรคฉี่หนู ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่เกิดมาจากหนูทุกชนิด โดยเชื้อจะอยู่ในฉี่ของหนูทุกชนิด ทั้งหนูนา หนูป่า หนูบ้าน หนูท่อ และเชื้อโรคไข้ฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายคนได้ทางบาดแผล รอยถลอกต่างๆ โรคนี้แม้ว่ามียารักษาหาย แต่อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน หากได้รับการดูแลรักษาไม่ถูกต้องหรือล่าช้า ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง และตาแดง ประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยโรคนี้อาจมีอาการรุนแรง เช่น ดีซ่าน ไตวาย หรือช็อคได้  ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนที่ชื้นแฉะ ผู้ที่ต้องทำงานที่เสี่ยงต่อโรค ขอให้ให้สวมถุงมือยาง  ใส่รองเท้าบู๊ท ป้องกันการเกิดบาดแผลที่เท้าหรือที่ขา หมั่นล้างมือบ่อยๆ อาบน้ำชำระร่างกายหลังจากเสร็จภารกิจทำงาน กำจัดขยะในบ้านเรือน ที่ทำงาน ให้สะอาด โดยเฉพาะเศษอาหารเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู

 

     4. โรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร

     โรคเหล่านี้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพที่ก่อ ให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด อาหารเป็นพิษ โดยผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อบิดอาจมีมูกหรือเลือดปนอุจจาระได้ นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด เอ และบี ยังสามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่มีอาการตับอักเสบจะมีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองหรือดีซ่าน คลื่นไส้อาเจียน ดังนั้นในหน้าฝนนี้จึงควรระมัดระวังอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยรับประทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ สะอาด ใช้ช้อนกลาง

     5. โรคตาแดง

     โรคตาแดง เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรก กระเด็นเข้าตา การสัมผัสน้ำตาของผู้ที่เป็นโรคตาแดง แล้วนำมือที่เปื้อนนั้นมาสัมผัสตาตนเอง หรือได้รับเชื้อที่กระจายอยู่ในอากาศ หรือจากสระว่ายน้ำ โดยปกติเชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 1-2 วันก่อนแสดงอาการ ในผู้ที่เป็นโรคตาแดงจะสามารถตรวจพบเชื้อก่อโรคบริเวณตาและในลำคอได้ตั้งแต่ วันแสดงอาการ จนถึง 14 วันหลังจากเริ่มมีอาการ วิธีการป้องกัน ไม่นำมือที่ไม่สะอาดมาจับหรือขยี้ตา ล้างมือทุกครั้งก่อนจับบริเวณตา ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง สำคัญที่สุดต้องป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจายจากตนเองไปสู่ผู้อื่น

 

     6. งูกัด

     ช่วงเข้าฤดูฝน ควรระวังสัตว์ที่มีพิษชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืองู ที่อาศัยอยู่ตามสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะบริเวณสวนข้างบ้าน ทุ่งหญ้า ป่า หรือในน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินในที่แคบหรือบริเวณที่รกมีหญ้าสูง โดยเฉพาะเวลากลางคืน ถ้าจำเป็นต้องเดินผ่านควรใส่รองเท้าหุ้มข้อเท้า ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว เตรียมไฟฉายและไม้  ถ้าถูกงูพิษกัดจะมีรอยเขี้ยว 1-2 แผลเสมอ มีเลือดออกซึมๆ แต่ถ้าไม่พบรอยเขี้ยวแสดงว่าไม่ใช่งูพิษ ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือแพทย์ โดยการล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรใช้เหล้า ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่นๆ ทาแผล  บีบเลือดบริเวณบาดแผลออกเท่าที่ทำได้  ไม่ควรใช้ปากดูดเลือดหรือเปิดปากแผลเองด้วยของมีคม ไม่ควรใช้ผ้าหรือเชือกรัดเหนือบริเวณที่ถูกกัดแน่นเกินไป เพราะจะทำให้แขนขาส่วนปลายขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งอันตรายมาก หากจะรัดควรรัดให้แน่นพอที่สามารถสอดนิ้วมือ  เข้าใต้วัสดุที่ใช้รัดได้ 1 นิ้วมือรัดทั้งเหนือ และใต้แผลประมาณ 3 นิ้วมือ และรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

     7. ไฟฟ้าช๊อต ไฟฟ้าดูด

     อุบัติเหตุที่เกิดจากไฟฟ้า ที่พบบ่อยเกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไฟรั่วและบริเวณนั้นมีน้ำท่วมชื้น ก็จะมีการลัดวงจรไฟฟ้าเกิดขึ้น แม้อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านจะมีกระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ ซึ่งถือเป็นไฟฟ้าแรงต่ำ  แต่ถ้าผู้นั้นถูกไฟฟ้าดูดหรือช็อตเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียชีวิตได้ หรือขาดเลือดรุนแรงจนถึงกับสูญเสียอวัยวะหรือกลายเป็นผู้พิการในที่สุด วิธีป้องกันการโดนไฟฟ้าดูด เมื่อเราตัวเปียกห้ามเปิดสวิสต์ไฟ หรือเสียบปลั๊กไฟ เพราะตัวเปียกๆของเราถือว่าเป็นฉนวนนำไฟฟ้า อาจจะทำให้โดยไฟฟ้าดูดได้ และควรหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์และสายไฟ ควรซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบริเวณที่วางสายไฟ ไม่ควรให้สิ่งของที่หนักไปทับ และวางให้พ้นทางเดิน เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ควรจะเปียกน้ำ ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยที่ไม่มีความรู้ ไม่ควรใช้ไฟฟ้าหลายอย่างกับปลั๊กไฟตัวเดียว ต่อสายดินเพื่อจะให้ไฟลงดิน และควรติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันที่ดี

 

     เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ แต่ละโรค แต่ละภัยที่ได้กล่าวไปนั้น น่ากลัวทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี่เห็นได้ชัดครับว่า สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลให้ดี เพราะโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเล่นๆครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ถ้ามันร้ายแรงก็จะส่งผลถึงชีวิตได้เช่นกันครับ ก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านรักษาสุขภาพให้ดี และใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทนะครับ

  • ซ่อมผนังบ้านหลังน้ำลด คู่มือฉบับวัยรุ่น ลุยตั้งแต่เริ่มจนจบ
  • ซ่อมบ้านหลังน้ำลด จัดอันดับความสำคัญอย่างไร ทำอะไรก่อน-หลัง
  • "เช่าก่อนซื้อ" ทางเลือกที่รอบคอบในยุคเศรษฐกิจผันผวน ที่มาพร้อมภัยพิบัติใกล้ตัว
  • 10 อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เตรียมรับมือน้ำก่อนสร้างความเสียหาย
  • ทาวน์เฮ้าส์-ทาวน์โฮม ผนังติดกัน หลังน้ำท่วม ต้องซ่อมแซมอย่างไร
  • ชาวคอนโด อยู่ตึกสูงก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าจะชิลได้ รับมือน้ำท่วมใหญ่อย่างไร
  • เช่าคอนโด เลือกห้องให้คุ้มค่าดูตรงไหน เช็กอะไรบ้างก่อนเซ็นสัญญา ?
  • สำนักงานให้เช่า กับ โฮมออฟฟิศให้เช่า ประเภทไหนตอบโจทย์ธุรกิจยุคนี้
  • ทริค! การทำสวนบนที่ดินมรดก เพื่อลดหย่อนภาษี ควรทำอย่างไร ?
  • อภิมหาโปรเจกต์ "Entertainment Complex" ท่าเรือคลองเตย กระตุ้นภาคอสังหาฯ ยกระดับเศรษฐกิจไทย
  • กรุงเทพฯ วางแผนรับมือน้ำท่วมอนาคตยังไงบ้าง - เรื่องนี้บ่นได้ แต่ก็ต้องตามดู
  • ซื้อบ้านเดี่ยวยุคนี้ ต้องดูให้มากกว่าความสวย อย่าดูแค่ราคาบ้าน
  • ยกพื้น ทำแนวกันน้ำ เลือกวัสดุให้ถูก บ้านก็รับมือน้ำได้ดีขึ้น
  • EEC 2026 หลังน้ำท่วมใหญ่ นักลงทุนจะพลิกเกมรับวิกฤตน้ำอย่างไร
  • น้ำท่วมใหญ่กดดันราคาที่ดินกรุงเทพฯ ทำเลเสี่ยงน้ำขังถูกต่อรองหนัก
  • น้ำลดแล้วจ้า!! เช็กระบบไฟฟ้าบ้าน เริ่มจากทำอะไร ก่อน-หลัง กันดีหละ
  • กรมที่ดิน เพิ่มช่องทางชำระค่าธรรมเนียม สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสด
  • เจาะกลยุทธ์ Origin Hotel กับแนวคิด Circular Business Model 4 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน วางเ...
  • อยากมีบ้าน แต่เจอโปร "0 บาท" เต็มไปหมด จริง ๆ แล้วคืออะไร ?
  • "โรคเก็บสะสมของ" ชอบเก็บของมากไป - ไม่กล้าทิ้ง พบมากในคนโสดและผู้สูงวัย
  • เปิดตัว Pawbo+ และ Pawbo Catch กล้องอัจฉริยะ และสมาร์ททอย สำหรับคนรักสัตว์ จากเอเซอร์
  • "ปลูกผักในคอนโด" การใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับคนเมือง
  • มาสัมผัส 7 แบบ 7 สไตล์การตกแต่งบ้าน ทำให้เลือกถูกว่าสไตล์ไหนเหมาะกับเรา
  • คอนโด นิช ไอดี สุขุมวิท 113 ใกล้ทางด่วน รถไฟฟ้า BTS สำโรง เพียง 400 ม.
  • 13 ดึงทริคเก่ๆ จากวิถีในบ้านมาปรับใช้ ช่วยสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน
  • เทคนิคกำจักและป้องกันตะขาบ ปราบสัตว์ร้าย มีพิษให้อยู่หมัดในช่วงหน้าฝน
  • เตรียมตัว รู้รอด เป็นยอดดี กับสภาวะน้ำท่วม ที่ใครๆ ก็รับมือได้!
  • เคล็ด(ไม่)ลับ เกี่ยวกับการตากผ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับเสื้อผ้าตัวโปรดของเรา
  • โฮมโปรฉลองเปิดสาขาใหม่ "HomePro S" 2 มิถุนายนนี้ ในสโตร์รูปแบบใหม่ เดินทางสะดวก ตอบโจทย์คนเมือง ณ ศูนย์การค้า ...
  • ระวัง !!! มันจะมาโดยไม่รู้ตัว 7 โรคภัยไข้เจ็บ และอันตรายที่มากับฤดูฝน

    เข้าสู่ฤดูฝนกันอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งฤดูฝนก็แน่นอนอยู่แล้ว คือต้องมีฝนตก เป็นฤดูของคนเหงา ที่ชอบบิวท์อารมณ์เหงา อารมณ์เศร้า ออกไปเดินตากฝนดึงซีนเป็นคนอกหักแบบไม่ต้องมีเหตุผล ขอแค่ให้ได้ดึงซีนแค่นั้นก็พอใจแล้ว เมื่อดึงซีนอกหักจนพอใจแล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมา ยินดีด้วย คุณป่วยแล้ว ถึงจะอยากดึงอารมณ์แบบฤดูฝนสักเท่าไหร่ก็ตามเถอะ แต่เชื่อสิ ว่าสุขภาพคือสิ่งสำคัญ และนี่คือ 7 โรคและภัยอันตรายที่มาพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราเข้าร่มแล้วอ่านกันเลยดีกว่า

    @thaihometown Scroll