
การเติมลมยางรถยนต์ หลายคนเลือกที่จะเติมแรงดันลมยางตามความเคยชินของตัวเอง หากใครที่ชินกับการเติมลมยางที่ตัวเลขเท่าไหร่ ก็มักเติมในปริมาณเท่าเดิมทุกคัน แต่รู้ไหมว่า คุณสามารถเช็กค่าแรงดันลมยางที่แนะนำ ในรถแต่ละรุ่นของคุณได้จากสติกเกอร์ที่ติดไว้ข้างรถ

สติกเกอร์แนะนำปริมาณลมยาง โดยมากจะถูกติดตั้งไว้บริเวณเสา B-pillar ฝั่งผู้ขับขี่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในขณะเปิดประตูรถ (รถบางยี่ห้ออาจติดไว้บริเวณฝาถังน้ำมันด้านใน) เพื่อให้เจ้าของรถสามารถเติมปริมาณลมยางได้อย่างเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น โดยให้สังเกตปริมาณลมยางที่มีหน่วยเป็น PSI ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยนั่นเอง
การเติมลมยาง ตามจำนวนผู้โดยสาร

รถบางรุ่นยังแนะนำแรงดันลมยางขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุก โดยแบ่งออกเป็น Normal Load และ Max Load (Normal Load สังเกตได้จากรูปคน 1-2 คน และกระเป๋า 1-2 ใบ ส่วน Max Load สังเกตได้จากรูปคน 4-5 คน และกระเป๋ามากกว่า 2 ใบ) ซึ่งแบบแรกจะใช้ในกรณีที่มีผู้โดยสารด้านหน้าเพียง 1-2 คน และมีน้ำหนักบรรทุกเพียงเล็กน้อย ส่วน Max Load จะใช้สำหรับกรณีมีผู้โดยสาร 4-5 คน และมีสัมภาระด้านท้ายเต็มคัน ซึ่งจำเป็นต้องเติมลมยางมากกว่าปกติเพื่อความปลอดภัย
เกร็ดความรู้การเติมลมยาง

ยางรถเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องใส่ใจดูแลรักษาและควรหมั่นเช็คสภาพของยางอยู่ตลอด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง มาดูกันว่ารถแต่ละประเภทควรต้องเติมลมยางเท่าไหร่กันบ้าง
- รถเก๋งขนาดเล็ก 25 – 30 ปอนด์
- รถเก๋งขนาดกลาง 30-35 ปอนด์
- รถตู้ 43 – 55 ปอนด์
- รถกระบะ ไม่ควรเกิน 65 ปอนด์
- รถบรรทุกใหญ่ 85 – 125 ปอนด์
การเติมลมยาง มีผลกับยางมากกว่าที่คุณคิด
 |
|
การเติมลมยางนั้นมีผลกับยางอย่างยิ่ง การให้ลมยางจนความดันยางนั้นสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานจะทำให้เกิดอันตรายทั้งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และมีผลต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ การใช้ลมยางที่ไม่เหมาะสมนั้นจะมีผล ต่อการขับขี่รถยนต์ การที่ยางรถยนต์จะตะกุยไปข้างหน้า หรือเบรกรถยนต์ก็มีผล |
ความดันยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำให้โครงสร้างของยางรถยนต์นั้นยุบตัวมากกว่าปกติที่ยางรถยนต์ควรจำเป็น ซึ่งจะทำให้เมื่อขับขี่รถยนต์นั้นยางรถจะมีความร้อนสูงขึ้น แรงต้านทานการหมุนของล้อเพิ่มขึ้น การหมุนของพวงมาลัยยากขึ้น และทำให้ล้อนั้นต้องสึกหรือมีอายุการใช้งานที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
การสึกของยางที่เติมลมยางน้อยเกินไปยางจะเกิดการสึกบริเวณไหล่ยาง และแก้มยางนั้นทำงานหนักเกินไปทำให้สึกหรอได้ง่าย และเมื่อความดันลมยางสูงกว่ามาตรฐาน จะส่งผลต่ออายุการใช้งานเช่นกันและทำให้การขับขี่นั้นเป็นอันตรายเพราะยางรถ ยนต์นั้นยึดติดถนนลดลง และอาจเกิดระเบิดได้ง่าย ซึ่งจะมีผลต่อการสึกหรอของช่วงล่างรถยนต์

วิธีการเติมลมยางให้ถูกต้อง
- เติมลมตามสเปคของรถที่กำหนด โดยสามารถศึกษาได้จากคู่มือของรถนั้น ๆ
- ควรเติมลมยางในขณะที่ยางไม่ร้อนเกินไป
- หากต้องเดินทางไกล นาน ๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
- หมั่นเช็คลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์ควรระมัดระวังและควรเข้าใจการเติมลมยางทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเองหรือให้ที่อื่นเติมก็ควรจะเติมตามาตรฐานที่กำหนดซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ขับขี่และยานพาหนะของผู้ ขับขี่เอง
ควรเติมลมยางบ่อยแค่ไหนถึงดี

ลมยางรถยนต์นั้นมีประโยชน์มากมายถ้าหากใช้อย่างถูกต้อง ทั้งช่วยประหยัดน้ำมันช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของรถคุณ อีกทั้งยังช่วยให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ดีขึ้นอีกด้วย จึงเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุให้น้อยลงการเติมลมยางน้อยกว่าความเหมาะสมนั้น มีผลทำให้อายุยางลดลง บริเวณไหล่ยางจะสึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น เกิดความร้อนสูงบริเวณไหล่ยางทำให้เนื้อยางไหม้ และโครงสร้างยางแยกตัวออกจาก กันส่งผลให้ยางบวมล่อนและระเบิด นอกจากนั้น อาจทำให้โครงยางบริเวณแก้มยางฉีกขาด หรือหักได้ รวมไปถึงการสิ้นเปลืองน้ำมัน อีกด้วย
ส่วนการเติมลมยางที่มากเกินไปนั้น ก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะอาจทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่ายเนื่องจากพื้นที่การยึดเกาะถนนลดลง โครงยางระเบิดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทก หรือถูกตำเนื่องจากโครงยางเบ่งตัวเต็มที่เกิดการยืดหยุ่นตัวได้น้อยอายุยางก็จะลดน้อยลง เนื่องจากดอกยางจะสึกบริเวณ ตอนกลางมากกว่าส่วนอื่นและทำให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ลดลง ดังนั้น เราจึงควรหันมาใส่ใจ และให้ความสำคัญกับลมยางให้มากขึ้
โดยปกติลมยางจะลดลง ด้วยตัวเองประมาณ 2-3 ปอนด์ ต่อตารางนิ้วต่อเดือน (ตัวอย่าง เช่น ตอนเติมอยู่ที่ 32 ปอนด์ ก็อาจจะลดลงมาเหลือประมาณ 29-30 ปอนด์) เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่รถยนต์ควรเช็ค และเติมลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง และต้องเช็คทุกครั้งก่อนเดินทางไกล แนะนำให้เช็คขณะที่ยางยังเย็นอยู่นะครับ (หรือวิ่งมาไม่เกิน 2 กิโลเมตร) เพราะจะได้ค่าความดันลมยางที่คงที
| หมั่นสังเกต ว่าจุ๊บเติมลม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดีไม่มีสนิม หรือสิ่งสกปรก ควรทำการเปลี่ยนจุ๊บเติมลมใหม่ทุกครั้ง หากมีการเปลี่ยนยาง และการที่แรงดันลมยางอ่อนเกินไป หรือบรรทุกน้ำหนักที่มากเกินไป จะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มอุณหภูมิของยาง ซึ่งนับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ จนอาจมีผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บสาหัส จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ |
|
 |
 |
|
ทั้งนี้ การตรวจเช็คลมยางให้มีความเหมาะสมและสมบูรณ์ก่อนออกเดินทาง นอกจากจะช่วยให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เกิดความนุ่มนวลในการขับขี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนานขึ้นได้ด้วย
คลิกภาพใหญ่ วัดตามขนาดน้ายาง |
ในปัจจุบันได้มีการนำก๊าซไนโตรเจนมาใช้เติมยางรถยนต์แทนอากาศที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ด้วยคุณสมบัติของก๊าซไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า และมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาน้อยกว่าก๊าซออกซิเจน เมื่อใช้เติมเข้าไปในยางรถยนต์แทนอากาศปกติ จะมีข้อดีดังนี้
- การซึมออกของลมยางลดลง จึงไม่ต้องเติมลมยางบ่อยๆ
- ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของโครงยางและกระทะล้อ
- คงความนุ่มนวลของยางแม้วิ่งระยะทางไกล เนื่องจากการขยายตัวของก๊าซไนโตรเจนมีต่ำ
อย่างไรก็ตาม แม้การเติมลมยางด้วยก๊าซไนโตรเจนจะช่วยให้ไม่ต้องเติมลมยางบ่อยๆ แต่ขอแนะนำให้ตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในระหว่างการใช้งาน
นอกจากนี้ รถบางรุ่นอาจแสดงลมยางที่เหมาะสมสำหรับยางมากกว่า 1 ขนาด จึงควรเลือกเติมลม ยางให้เหมาะกับขนาดยางที่แท้จริงของรถคุณด้วยนะครับ