
สีม่วงถูกนิยามว่าเป็นเฉดสีที่นุ่มลึกและดูดีมีเสน่ห์ ทั้งยังถูกใช้เป็นตัวแทนหรูหรามั่งคั่งมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิโรมัน แต่หลายคนอาจไม่นิยมใช้สีม่วงในการตกแต่งบ้าน เพราะคิดว่ามันมืดทึบและหนักจนเกินไป ทั้งที่ความเป็นจริงสีม่วงมีหลายเฉดกันไป และหากเลือกใช้อย่างเหมาะสม สามารถสร้างความสวยงามและมีสเน่ห์ให้กับบ้านได้เป็นอย่างดีเลยครับ 

1. สร้างลุคที่หรูหราคลาสสิก 
ถึงแม้สีม่วงจะดูมืดแต่ก็ไม่จำเป็นต้องหม่นหมอง เพราะเราสามารถบรรเทาความเข้มของสีม่วงด้วยจับคู่กับสีสว่าง เช่น การใช้ผนังสีม่วง แมตช์ด้วยสิ่งของสีม่วงชิ้นเล็ก ๆ อีก 1-2 ชิ้น ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ใช้เฟอร์นิเจอร์สีสว่าง โดยอาจเติมแต่งสีเงินแวววาวเพื่อเรียกเสนห์และความเป็นผู้หญิงให้มากขึ้น

2. ใช้สีม่วงแค่สองสิ่ง
ถ้าการใช้สีม่วงกับพื้นที่ใหญ่ ๆ เป็นเรื่องยุ่งยาก ให้เลือกของแค่ 2 สิ่งในห้องเท่านั้นที่เป็นสีม่วง แล้วพื้นที่ที่เหลือในห้องจะอยู่ภายใต้มนต์สะกดของสีม่วงเอง เช่น ผสานที่นั่งสีม่วง 2 ชิ้นเข้ากับห้องสีเทา หรือจับคู่โคมไฟและโซฟาสีม่วงเข้ากับการตกแต่งห้องสีสว่าง เป็นต้น

3. เลือกใช้สีม่วงโทนธรรมชาติ 
ใครที่คิดว่าสีม่วงหนักอึ้งจนห้องนั่งเล่นอาจดูไม่ผ่อนคลาย ให้ลองเลือกสีม่วงที่ผสมสีอื่นเพื่อลดความรุนแรงของเฉดและโทน เช่น สีม่วงที่มีส่วนผสมเป็นสีเทาหรือสีเบจ ก็จะช่วยให้ห้องดูผ่อนคลาย ในขณะที่ยังคงความน่าค้นหาของสีม่วงได้เป็นอย่างดี

4. จับคู่สีขาวเพื่อความโดดเด่น 
สร้างพลังไดนามิคให้สีม่วงด้วยการจับคู่กับสีขาว เพราะถึงแม้สีม่วงและสีขาวจะเป็นสีไม่ฉูดฉาด แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันจะแตกต่างขัดแย้ง จนสร้างลุคที่โดดเด่นและแปลกตา และช่วยให้ห้องนั่งเล่นดูมีเสน่ห์เป็นตัวของตัวเอง

5. สีม่วงเพื่อความทันสมัย 
สีม่วงไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของความหรูหราเสมอไป ลองเลือกใช้สีม่วงคู่กับการตกแต่งแบบโมเดิร์น เช่น คู่กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียน หรือภาพศิลปะทันสมัยบนผนัง ช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูเป็นส่วนตัวและน่าหลงใหลมากขึ้น
การเลือกใช้สีม่วงถ้าใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยเนรมิตรบ้านของเพื่อนๆ ดูดีมีเสน่ห์มากเลยทีเดียว หากเพื่อนๆคนไหนกำลังอยากจะตกแต่งห้องนั่งเล่น แล้วยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกสีอะไร ลองเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ดู แล้วจะหลงรักสีม่วงขึ้นมาทันทีเลยครับ 