ข่าวประชาสัมพันธ์

รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุด Future Health Index (FHI) 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยรายงานผลสำรวจนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,900 คน และผู้ป่วยกว่า 16,000 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น โดยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ผลตอบรับการใช้เทคโนโลยี AI ในระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะค่อนข้างไปในเชิงบวก แต่ยังมีความกังวลในแง่ความมั่นใจและการนำไปใช้

ประกาศอสังหาริมทรัพย์ใหม่ บ้าน บ้าน รายการล่าสุด บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยว รายการล่าสุด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์เฮ้าส์ รายการล่าสุด ทาวน์โฮม ทาวน์โฮม รายการล่าสุด คอนโด คอนโด รายการล่าสุด อาคารพาณิชย์ อาคารพาณิชย์ รายการล่าสุด อพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ รายการล่าสุด สำนักงาน สำนักงาน รายการล่าสุด โฮมออฟฟิศ โฮมออฟฟิศ รายการล่าสุด ธุรกิจ ธุรกิจ รายการล่าสุด โรงงาน โรงงาน รายการล่าสุด คลังสินค้า คลังสินค้า รายการล่าสุด โกดัง โกดัง รายการล่าสุด ที่ดิน ที่ดิน รายการล่าสุด ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา รายการล่าสุด ผู้รับเหมา ลงประกาศฟรี ผู้รับเหมา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายการล่าสุด ข่าวประชาสัมพันธ์ พรีวิวโครงการใหม่ รายการล่าสุด พรีวิวโครงการใหม่ ตกแต่งที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ตกแต่งที่อยู่อาศัย สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สาระควรรู้ ที่อยู่อาศัย ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย รายการล่าสุด สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย

ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ล่าสุด Philips Future Health Index 2025 พบความล่าช้าและการเสียโอกาสในการรักษา ทำให้ระบบสาธารณสุขใน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเร่งปรับใช้เทคโนโลยี AI

เปิดอ่าน 22,761 ครั้ง

Philips Future Health Index 2025

  • จากผลสำรวจพบ 66% ของผู้ป่วยในเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับความล่าช้าในการพบแพทย์เฉพาะทาง โดยระยะเวลารอคอยเฉลี่ยสูงถึง 47 วัน

  • 89% ของบุคคลากรทางการแพทย์ เชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์หรือเทคโนโลยี AI และระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ จากการสนับสนุนให้เกิดการรักษาที่เร็วขึ้น

  • การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยและบุคคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปรับใช้เทคโนโลยี AI ในวงกว้าง

รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุด Future Health Index (FHI) 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยรายงานผลสำรวจนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,900 คน และผู้ป่วยกว่า 16,000 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น โดยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ผลตอบรับการใช้เทคโนโลยี AI ในระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะค่อนข้างไปในเชิงบวก แต่ยังมีความกังวลในแง่ความมั่นใจและการนำไปใช้

นายแจสเปอร์ เวสเตอร์ริงค์ รองประธานอาวุโส

นายแจสเปอร์ เวสเตอร์ริงค์ รองประธานอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประเทศญี่ปุ่น และรักษาการประธานและกรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยี AI สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยต้องรอพบแพทย์เฉพาะทางนานกว่า
หนึ่งเดือน ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์บางส่วนต้องเสียเวลาทำงานทางคลินิกไปราว 4 สัปดาห์ต่อปี เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยไม่ครบถ้วน ดังนั้น AI จึงมีบทบาทสำคัญที่เข้ามาช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วย
ได้เร็วขึ้น  ตัดสินใจได้ดีขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิมากขึ้นแก่ผู้คนจำนวนมากขึ้นเช่นกัน

ผลลัพธ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพจากการรักษาผู้ป่วยล่าช้า ตัวเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยี  AI

จากผลสำรวจพบว่า ผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 2 ใน 3 (66%) ใช้เวลาในการรอพบแพทย์เฉพาะทางถึงเดือนครึ่ง ซึ่งระยะเวลารอคอยเฉลี่ยสูงถึง 47 วัน โดยผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 1 ใน 3 (33%) ระบุว่าอาการของพวกเขาแย่ลงจากความล่าช้าในการพบแพทย์ และผู้ป่วย 1 ใน 4 (25%) ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากรอพบแพทย์นานเกินไป

เทคโนโลยี AI มีศักยภาพในการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ และช่วยปรับปรุงผลลัพธ์การรักษาผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

  • 81% ของบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเฮลท์อย่าง AI และระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ น่าจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในอนาคตได้

  • 86% ของบุคลากรทางการแพทย์ คาดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดอัตราการทำหัตถการแบบเร่งด่วน หรือการรักษาแบบฉุกเฉินได้

  • 89% ของบุคคลากรทางการแพทย์ เชื่อว่าเทคโนโลยี AI และระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากการเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ความท้าทายด้านบุคลากร และด้านข้อมูลผู้ป่วย

ความท้าทายด้านบุคลากร และด้านข้อมูลผู้ป่วย ดันให้เทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยสำคัญ

3 ใน 4 (76%) ของบุคลากรทางการแพทย์ในเอเชียแปซิฟิกระบุว่าพวกเขาเสียเวลาสำคัญทางคลินิก เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ และเกือบ 1 ใน 3 (31%) ของบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ยังระบุว่าพวกเขาเสียเวลาทางคลินิกมากกว่า 45 นาทีต่อ 1 กะการทำงาน หรือคิดเป็นเวลารวมถึง 23 วันต่อปีต่อบุคลากรแต่ละคน ขณะเดียวกัน 2 ใน 5 (39%) ของบุคลากรทางการแพทย์กล่าวว่าปัจจุบันพวกเขามีเวลาในการดูแลผู้ป่วยน้อยลง แต่ต้องใช้เวลามากขึ้นในงานด้านเอกสารเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน

ปัจจัยเหล่านี้ซ้ำเติมปัญหาด้านบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้แย่ลงกว่าเดิม องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าภายในปีพ.ศ. 2573 เฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ถึง 6.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 40% ของปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก

จากผลสำรวจบุคลากรทางการแพทย์กว่า 300 คน พบมีความกังวลหลายประการ หากไม่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้

  • 45% กังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยตกค้างที่เพิ่มขึ้น

  • 42% กังวลถึงการเผชิญภาวะหมดไฟในการทำงานที่เพิ่มขึ้น จากภาระงานด้านเอกสาร

  • 40% กังวลว่าจะไม่สามารถให้การรักษาที่ทันต่อยุคสมัย

ขจัดความกังวลของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ตัวแปรสำคัญสู่การใช้เทคโนโลยี AI ในวงกว้าง

บุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 81% มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กรของตัวเอง อย่างไรก็ตาม 39% ของบุคลากรทางการแพทย์ยังเห็นว่าเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นไม่สามารถตอบโจทย์ ความต้องการของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ข้อกังวลในด้านความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยสำคัญ โดย 71% กังวลเกี่ยวกับความรับผิดต่อกฎหมายจากการใช้เทคโนโลยี AI ในขณะที่ 66% กังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่เป็นกลางในระบบที่ใช้ AI อาจส่งผลให้การรักษาและผลลัพธ์ไม่ถูกต้องได้

ในกลุ่มผู้ป่วยถึง 75% ยอมรับต่อการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น หากสามารถช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขและเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา แต่กว่าครึ่ง (51%) กังวลเกี่ยวกับการถูกลดเวลาในการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์แบบตัวต่อตัว และอีก 54% กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลหากมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในระบบสาธารณสุข

ความเชื่อมั่น คือหัวใจสำคัญสู่การปฏิวัติวงการเฮลท์แคร์

“ความเชื่อมั่น” คือหัวใจสำคัญสู่การปฏิวัติวงการเฮลท์แคร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลสำรวจชี้ 84% ของบุคลากรทางการแพทย์เห็นว่าการสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI ต้องมาพร้อมกับกรอบแนวทางปฏิบัติ วิธีรับมือหากเกิดปัญหา และความรับผิดทางกฎหมายที่ชัดเจน มากไปกว่านั้น บุคลากรทางการแพทย์ยังระบุว่าการพัฒนาโซลูชั่นส์ AI ควรจะต้องมีหลักฐานพิสูจน์แน่ชัด มีความโปร่งใส และสามารถเฝ้าติดตามได้ (72%) ตามด้วยความชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล (51%)

ในกลุ่มผู้ป่วย 3 ใน 4 (74%) มีความยินดีที่จะใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในระบบสาธารณสุข หากจะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และหากช่วยปรับปรุงการดูแลรักษาให้ดีขึ้น (75%) ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ป่วยและเทคโนโลยี AI โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ (86%) จะรู้สึกสบายใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI หากได้รับข้อมูลโดยตรงจากแพทย์ของพวกเขา ซึ่ง
ตอกย้ำให้เห็นว่าแพทย์คือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้ป่วยแม้แต่ในเรื่องเทคโนโลยี

สิ่งสำคัญ คือ การสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร่วมมือของทุกฝ่ายในวงการเฮลท์แคร์เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและลดความกังวลในการใช้เทคโนโลยี AI และขับเคลื่อนการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างรับผิดชอบและครอบคลุมนายแจสเปอร์
กล่าวสรุป

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และผลสำรวจฉบับเต็ม Future Health Index 2025 ได้ที่ Future Health Index | Philips


แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • ฟิลิปส์
  • ดูแลสุขภาพ
  • เฮลท์แคร์ที่ใหญ่
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • เอเชียแปซิฟิก
  • เทคโนโลยี
  • ปฏิวัติวงการเฮลท์แคร์
  • ระบบสาธารณสุข
  • NYSE
  • PHG
  • AEX
  • PHIA
  • Future
  • Health
  • FHI
  • ททท. ร่วมงาน ‘B.Duck Playful 20th’ แท็กทีม "น้องสุขใจ–น้องรักยิ้ม" มาสคอต ปักหมุดแลนด์มาร์กร่วมเสิร์ฟควา...
  • บ้านร้างญี่ปุ่น 9 ล้านหลังทั่วประเทศ ขายในราคาถูก บางหลังยกให้ฟรี สะท้อนวิกฤตด้านโครงสร้างประชากร
  • กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมปลูกป่าชายเลน ลดโลกร้อน
  • หุ่นยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำความสะอาด บริการลูกค้า รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
  • SC รับยอดโอน "โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9" สะสมกว่า 50% พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ COBE Community คอนโดแบรนด์ใหม่ ตอบโจ...
  • "รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026" สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ที่เดียวจบ ค...
  • ข้อควรรู้ ก่อนเลือกติดตั้งโซล่าเซลล์ ใช้ขนาดเท่าไร วางแผนเตรียมตัว ตรวจสอบเบื้องต้นอย่างไร
  • LINE เปิดฟีเจอร์ใหม่ แก้ไขข้อความที่ส่งไปแล้ว พิมพ์ผิดไม่ต้อง Unsend วิธีเปิดใช้งานแก้ไขทำได้อย่างไร ?
  • ทริค! การเลือก ร้านหินแกรนิต เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่า เช็คลิสต์สำคัญก่อนตัดสินใจ พิจารณาอย่างไร
  • กูรูแนะนำ! ห้องแบบไหน เหมาะแอร์ 4 ทิศทาง Mitsubishi Heavy Duty พร้อมแนะนำจุดเด่นของฟังก์ชันต่างๆ
  • ข้อควรรู้ การเลือกระแนงไม้เทียม ให้เหมาะสมกับบ้าน ลักษณะการใช้งานก่อนติดตั้ง คำนึงถึงสภาพแวดล้อมอย่างไร
  • AWC พลิกโฉมใหญ่ โรงแรมวินด์เซอร์ สู่แบรนด์หรูระดับโลก "แฟร์มอนท์" แห่งแรกในไทย ไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี ใจกลางสุ...
  • ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ สนง.ที่ดินกรุงเทพ เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ
  • กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ชวนติดตั้ง "Home Solar Roof จ่ายเบา เซฟกว่า" ผ่อน 0% จ่ายเบา เซฟกว่านาน 48 เดือน
  • BWG-ETC จัดกิจกรรม "ธนาคารอิ่มสุข" เปลี่ยนขยะกำพร้า เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค มุ่งส่งเสริมชุมชนคัดแยกขยะ
  • 9 ต้นไม้มงคล ปลูกหลังบ้านได้ บริเวณรอบบ้านก็ดี ช่วยเสริมสิริมงคล เพิ่มความร่มรื่น รับอากาศสดชื่น
  • BTS เตรียมเปิด "เดอะแลงแฮม" เปลี่ยนโฉม "โรงภาษีร้อยชักสาม" อาคารประวัติศาสตร์ 140 ปี สู่โรงแรมสุดหรู...
  • 7 เทคนิคเจาะเสาเข็มก่อสร้าง ให้แข็งแรงทนทาน มั่นใจความแข็งแกร่ง ของทุกโครงการก่อสร้าง
  • "Titus X Smart Standing Desk" โต๊ะปรับระดับอัตโนมัติ ดีไซน์เรียบหรู ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่ล้ำสมัย ตอบสนองร...
  • พรีเมียมทาวน์โฮม "โกลเด้น ทาวน์ ศิริราช-ราชพฤกษ์" เดินทาง 2 กิโล* ถึงรถไฟฟ้าสถานีไฟฉาย ใกล้เซ็นทรัลเวสต์วิลล์
  • ออริจิ้น เปิดตัว ภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ดึง ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ บอกเล่าความฟินผ่านแคมเปญ ‘ฟินกว่าที่คิด’
  • กรุงเทพมหานคร จะมีพื้นที่สีเขียว เพิ่มขึ้น 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) Roof Park สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ...
  • "เบญจภัค เพชรคล้าย" เปิดตัวโครงการ "ซิมมิทรี เกษตร-นวมินทร์" บ้านหรูระดับลักซ์ชัวรีแนวคิดใหม่ ผสานเอ...
  • ททท. เปิดโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568" เชิญชวนให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนได้แล้ว
  • สินเชื่อกรุงไทยบ้านแลกเงิน วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้าน ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นปีแรก 4.99% ต่อปี
  • #บ้านใหม่ใกล้คุณ เจาะศักยภาพทำเล รังสิตนครนายก-คลองหลวง-ติวานนท์ ทำไมต้องคว้าบ้านโซนนี้ ผ่านโครงการคุณภาพจากพฤกษา
  • LPN เปิดขายโครงการใหม่ "บ้านลุมพินี แก้วอินทร์" ทำเลติดถนนใหญ่ เดินทาง 5 นาทีถึงรถไฟฟ้าสายสีม่วง
  • ‘ORIGIN of Pride’ เติมสีสัน สร้างพลังแห่งความเท่าเทียม ชวนทุกคนร่วมสร้างสังคมที่เปิดกว้างไปด้วยกัน ฉลองช่วงเวลาพิเ...
  • มาแรงตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว! "แมทเทอร์ งามวงศ์วาน" พรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น แบรนด์ใหม่จาก SC Asset ยอดจองพุ่งกว่า...
  • ฟิลิปส์ เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ล่าสุด Philips Future Health Index 2025 พบความล่าช้าและการเสียโอกาสในการรักษา ทำให้ระบบสาธารณสุขใน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเร่งปรับใช้เทคโนโลยี AI

    รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เผยผลสำรวจด้านเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุด Future Health Index (FHI) 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยรายงานผลสำรวจนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,900 คน และผู้ป่วยกว่า 16,000 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น โดยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ผลตอบรับการใช้เทคโนโลยี AI ในระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะค่อนข้างไปในเชิงบวก แต่ยังมีความกังวลในแง่ความมั่นใจและการนำไปใช้

    @thaihometown Scroll