
สมัยนี้การตกแต่ง ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำเองได้ ไม่ต้องเสียเงินไปจ้างช่างเหมือนเมื่อสมัยก่อน วัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือแบบ DIY ก็มีให้เราเลือกหาเลือกซื้อมาใช้ได้ง่าย ๆ อยากจะตกแต่ง อยากจะซ่อมแซมอะไร ก็เปิดหาคำแนะนำ เปิดดูวิธีทำกันได้บนอินเทอร์เน็ต
เรื่องหนึ่งที่ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก เราสามารถทำเองได้โดยไม่ต้องจ้างใครเลย นั่นก็คือเรื่องการทาสีเฟอร์นิเจอร์ หลาย ๆ คน คงเคยลงมือกันมาแล้ว ทั้งการทาสีตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่า สีที่เราทาเองนั้น ไม่ค่อยจะเรียบสวย บางทีทาไปไม่นาน สีก็หลุดลอกออก วิธีหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ ลองทำตามกันดูอาจจะช่วยคุณได้

1. ต้องขัดพื้นผิวที่จะทาสีด้วยกระดาษทรายก่อนเสมอ
แม้จะมีคำแนะนำจากหลาย ๆ แหล่งบอกว่า ไม่จำเป็นต้องขัด หรือสีบางชนิดสามารถทาทับสีเก่าลงไปได้เลย แต่ผู้มีประสบการณ์ เขาบอกว่า การขัดด้วยกระดาษทรายก่อนนั้น เป็นขั้นตอนที่จำเป็น แต่การขัดไม่ต้องรุนแรงนัก แค่ทำให้พื้นผิวที่จะทาสีใหม่เรียบเนียนขึ้น ไม่ให้มีอะไรติดเท่านั้น

การเลือกซื้อการะดาษทรายก็ควรเลือกเป็นกระดาษทรายสำหรับใช้ขัดไม้เท่านั้น กระดาษทรายที่ใช้ก็ให้เลือกเป็นเบอร์ 0-5 ก็เพียงพอ กระดาษทรายขัดไม้มีไว้สำหรับการขัดสีเก่าออกก่อนการทาสีใหม่ จะทำให้สีติดทนนานยิ่งขึ้น
2. ทำความสะอาดหลังขัดกระดาษทรายแล้ว
ต้องทำความสะอาดพื้นผิวด้วยผ้า และไม่ควรทำความสะอาดด้วยการใช้กระดาษ หรือทิชชูเช็ด

3.ทาสีรองพื้นเพื่อช่วยให้สียึดเกาะได้ดีขึ้น
สามารถใช้ลูกกลิ้งทาในพื้นที่ใหญ่ ส่วนตามซอกมุมหรือพื้นที่เล็ก ๆ ก็ให้ใช้แปรงทาสี จากนั้น ต้องปล่อยให้สีรองพื้นแห้งเสียก่อน และกำจัดฝุ่นผงที่เกาะติดออก ก่อนที่จะทาสีจริง

4.ในขั้นของการทาสีอาจจะต้องมีการทาทับหลายชั้น
แต่ละชั้น ต้องรอให้สีแห้งสนิทเสียก่อน ระหว่างขั้นตอน ก็ต้องระมัดระวังเรื่องฝุ่น และเศษผงต่าง ๆ ที่อาจจะปลิวมาติดในขณะที่สียังไม่แห้งด้วย โดยเฉพาะพวกเส้นขนของสัตว์เลี้ยง อย่างสุนัข หรือแมว

5. การเคลือบเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำให้สีที่ทาลงไปทนทานและเป็นมันเงา
และเมื่อเคลือบเสร็จ ควรทิ้งไว้จนแห้งสนิท อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 72 ชั่วโมง ก่อนจะนำเฟอร์นิเจอร์มาใช้งาน ไม่เช่นนั้นแล้ว เมื่อนำมาใช้ อาจจะเหนียวติดมือ หรือติดของอื่น ๆ ได้