
บางสิ่งบางอย่าง ไม่ใช่ว่าใช้แล้วจะดีเสมอไป ใครหลายคนอาจจะคิดว่าถ้าต้องการให้ผ้านุ่ม น่าสวมใส่ ควรใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปในระหว่างการซักผ้า แต่ว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น ไม่ได้ดีกับผ้าบางชนิด อาจทำให้ประสิทธิภาพของผ้าลดลงได้ วันนี้ผมจะมาแนะนำว่า อะไรที่ไม่ควรใช้กับน้ำยาปรับผ้านุ่มในการซักผ้า มาดูกันเลยครับ 
5 สิ่งที่ต่อไปนี้ ใช้กับ “น้ำยาปรับผ้านุ่ม” ไม่ได้ ❌

1 ผ้าเช็ดตัว 🚿
ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกรำคาญเท่ากับหลังอาบน้ำแล้วผ้าเช็ดตัวแข็งกระด้าง ไม่ดูดซับน้ำจากผิวหลังอาบน้ำ การใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเมื่อซักผ้าเช็ดตัวแม้จะทำให้ผ้าเช็ดตัวเรียบน่าใช้ แต่กลับเป็นการลดการทำงานเรื่องการดูดซึมน้ำของผ้าเช็ดตัว หากต้องการให้ผ้าเช็ดตัวนุ่ม ดูดซับน้ำได้ดีควรใส่น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาลงไประหว่างการซักเล็กน้อย

2 ผ้าบางชนิด 
เนื่องจากคุณสมบัติทางเคมีของน้ำยาปรับผ้านุ่มสามารถสร้างความเสียหายให้กับวัสดุบางอย่าง ดังนั้นหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับผ้าบางประเภทเช่นผ้าไมโครไฟเบอร์ ผ้าเช็ดตัว รวมทั้งชุดกีฬา โพลีเอสเตอร์ รวมไปถึงกางเกงสกินนี่ หรือเลคกิ้ง

3 ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก 
เพราะเสื้อผ้าสำหรับเด็กส่วนมากทำจากวัสดุทนไฟ และน้ำยาปรับผ้านุ่มสามารถทำปฏิกิริยาจนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเสื้อผ้า อีกทั้งน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผงซักฟอกยังอาจทำให้เด็กเกิดความระคายเคือง ถ้าจะซักชุดสำหรับเด็กแนะนำให้ใช้น้ำยาซักผ้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

4 ห้ามเทน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อผ้าโดยตรง ⚠️
น้ำยาปรับผ้านุ่มต่างจากน้ำยาขจัดคราบทั่วไป การนำน้ำยาปรับผ้านุ่มเทลงบนเนื้อผ้าโดยตรงอาจทำให้เกิดคราบบนเนื้อผ้าที่ยากต่อการกำจัดออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเนื้อผ้า จึงไม่ควรใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากจนเกินไป และไม่ควรเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงบนเนื้อผ้าโดยตรง

5 หากต้องการความเป็นธรรมชาติ 
จริงๆ แล้วถ้าต้องการให้มีความเป็นธรรมชาติกับเสื้อผ้า ของใช้ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มมีสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย หรือเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
ทีนี้เราก็รู้แล้วนะครับว่า ผ้าอะไรที่ไม่ควรใช้กับน้ำยาปรับผ้านุ่ม หากใช้ทำให้ผ้าไม่ดูดซึมน้ำ หรือ สร้างความเสียหายต่อผ้าได้ อีกทั้งยังทำให้ระคายเคืองผิวหนังอีกด้วย ยังไงเพื่อนๆ ลองนำไปปรับใช้กันนะครับ 