
เคยสงสัยกันไหมว่า สินสมรสคืออะไร แตกต่างยังไงกับสินส่วนตัว ต้องแบ่งหารไหมถ้าเกิดต้องหย่าร้าง เพราะชีวิตคู่ มีอะไรมากมายกว่าที่คิด และไม่ได้จบลงที่การเก็บเงิน แต่งงาน สร้างครอบครัว แต่ยังมีเรื่องน่ารู้อีกมากมาย โดยเฉพาะสิทธิ์ต่างๆ เมื่อจดทะเบียนสมรส เป็นสามีภรรยากันแล้ว จะมีเรื่องสินสมรสเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“สินสมรส” คือ ทรัพย์สินที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ระหว่างสามีและภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบุคคลทั้งสอง จะมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆ ร่วมกัน เช่น บ้าน, คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่ เงินเดือน รวมไปถึงเงินโบนัส เป็นต้น
โดยส่วนมาก ทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้รับมาหลังจากการสมรส จะถูกนับเป็นสินสมรสทันที ไม่สามารถแยกออกจากกันให้กลายเป็นสินส่วนตัวได้ และในกรณีที่ต้องหย่าร้างกันในภายหลัง ทรัพย์สินที่เป็นรสินสมรส จะถูกแบ่งคนละครึ่ง

อย่างไรก็ตาม สามี ภรรยา สามารถแยกกันจัดการสินสมรสได้ และเมื่อมีการแยกสินสมรสออกจากกันแล้ว ทรัพย์สินนั้นๆ ที่แยกออกมา จะถือเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย ซึ่งแบ่งได้ 4 กรณี ดังนี้
-
เมื่อคู่สมรสตกลงแยกกันจัดการสินสมรส โดยการทำสัญญาก่อนสมรสไว้ก่อน
-
เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ อีกฝ่ายมีสิทธิ์ร้องขอให้ศาลแยกสินสมรสได้
-
เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย จะมีผลให้สินสมรสแยกกันตามกฎหมาย
-
เมื่อมีการร้องขอต่อศาลให้แยกสินสมรส ตามแต่สาเหตุ เช่น อีกฝ่ายทำความเสียหายแก่สินสมรส, ไม่อุปการะ เลี้ยงดู, เป็นหนี้สินมากมาย หรือขัดขวางการจัดการสินสมรสโดยไม่มีเหตุอันควร

สินส่วนตัว กับ สินสมรส แตกต่างกันอย่างไร
ในทางกฎหมายสินสมรส ทรัพย์สินส่วนตัวและสินสมรสนั้นถูกแบ่งสิทธิการครอบครองอย่างชัดเจน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ) มาตรา ๑๔๗๐ ระบุว่า “ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา นอกจากที่ได้แยกไว้เป็นสินส่วนตัวย่อมเป็นสินสมรส” โดยสามารถแบ่งประเภทของทรัพย์สินได้ดังนี้
1. สินส่วนตัว
ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๗๑ ได้กำหนดรายละเอียดของทรัพย์สินส่วนตัวเอาไว้ ซึ่งสินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน…
-
ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
-
ที่เป็นเครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องปะกับกายตามควรแก่ฐานะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
-
ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
-
ที่เป็นของหมั้น
-
จะเห็นได้ว่าสินส่วนตัวนั้นเป็นทรัพย์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามรายละเอียดข้างต้น สามารถนำทรัพย์เหล่านั้นไปขายต่อ ให้กับผู้อื่น หรือกระทำการใดๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากอีกฝ่าย เนื่องจากไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองร่วมนั่นเอง และไม่จำเป็นต้องแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวหลังการหย่าร้าง ซึ่งเป็นไปตามป.พ.พ. ๑๔๗๓ ที่ระบุว่า “สินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ”
2. สินสมรส
ในส่วนของสินสมรส ป.พ.พ มาตรา ๑๔๗๔ ก็ได้กำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้อย่างชัดเจน โดยสินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน…
-
ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
-
ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือ เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
-
ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
-
นอกจากนี้ ยังมีระบุอีกด้วยว่า ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น “สินสมรส”

สินสมรส หลังหย่าร้าง ต้องแบ่งอย่างไร
เมื่อเกิดการหย่าร้าง ข้อสงสัยที่ตามมาเป็นอันดับต้นๆ คือ สินสมรสแบ่งยังไง ซึ่ง ป.พ.พ. ได้ตอบคำถามนี้เอาไว้ในมาตรา ๑๕๓๓ ความว่า “เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน” พูดง่ายๆ ว่าทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องแบ่งทรัพย์สินเท่านั้นคนละครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรส สินทรัพย์ที่ได้มาโดยพินัยกรรม ซึ่งระบุว่าเป็นสินสมรส หรือแม้กระทั่งดอกผลที่ได้ระหว่างสมรสก็ตาม
ทั้งนี้ กฎหมายสินสมรสก็เปิดโอกาสให้คู่สมรสสามารถตกลงรูปแบบ วิธีการ เงื่อนไข และข้อกำจัดในการจัดการทรัพย์สินได้เองตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร เพื่อกำหนดสิทธิ และหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายในกรณีที่เกิดการหย่าร้าง โดยสินสมรสที่สามีและภรรยาต้องจัดการร่วมกันหรือต้องได้ความยินยอมจากอีกฝ่าย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๗๖ แบ่งเป็นรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1. จัดการเกี่ยวกับทรัพย์ – การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ต้องได้รับการยินยอมร่วมกัน
2. จัดการทรัพยสิทธิ – เช่น ภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์
3. การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสเกิน 3 ปี – ต้องจัดการร่วมกัน แต่หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืน เช่น สามีปล่อยเช่าบ้านให้ผู้อื่นโดยที่ภริยาไม่ให้ความยินยอม ในกรณีนี้ ภริยามีสิทธิฟ้องเพิกถอน เป็นต้น
4. การให้กู้ยืมเงินที่เป็นสินสมรส – แบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีให้กู้ ต้องยินยอมร่วมกัน แต่กรณีไปกู้ ไม่ต้องยินยอมร่วมกัน เพราะถือเป็นหนี้ส่วนตัว ไม่ใช่หนี้สินสมรส
5. การให้โดยเสน่หา – ต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเมื่อเป็นทรัพย์สินจำนวนมาก ยกเว้นในกรณี ที่ให้พอสมควรตามฐานะ ให้เพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่จรรยา
6. การเอาสินสมรสไปเป็นหลักประกัน – ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส
7. การประนีประนอมยอมความ – ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับสินสมรส จำเป็นต้องได้รับความยินยอมร่วมกัน มีลายมือชื่อของทั้งสองฝ่ายในหนังสือสัญญา
8. การมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย – ในกรณีที่ต้องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสมรส ทั้งสองฝ่ายจำต้องยินยอมร่วมกัน เพื่อให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อพิพาทต่อไป

การโอรสินสมรส กรรมสิทธิ์ร่วม วิธีจดทะเบียนฝ่ายเดียว
กรมที่ดิน ชี้แจงการโอนที่ดินกรณีหย่าร้าง บ้านและที่ดิน เป็นสินสมรสมีชื่อคู่สมรส ทั้งสองฝ่ายถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน
หลังจากนั้นเลิกรา และได้มีบันทึกหลังการหย่าว่ายกบ้านและที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอีกฝ่ายหนึ่งเพียงผู้เดียว ไม่ทราบว่าต้องให้ฝ่ายที่จะโอนมาเซ็นต์ร่วมโอนด้วยหรือไม่ และถ้าไม่สามารถมาเซ็นได้ด้วยตนเอง จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
วิธีจดทะเบียนฝ่ายเดียว
กรณีคู่สมรสเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน สามารถจดทะเบียนเป็นชื่อของอีกฝ่ายคนเดียว
จดทะเบียนประเภทแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ทั้งสองฝ่ายต้องมายื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถมาดำเนินการได้ สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายื่นคำขอแทนได้

คำถามที่พบบ่อย หย่าร้าง สินสมรสแบ่งอย่างไร
Q : บ้านและที่ดิน เป็นสินสมรสมีชื่อคู่สมรส ทั้งสองฝ่ายถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน
หลังจากนั้นเลิกรา และได้มีบันทึกหลังการหย่าว่ายกบ้านและที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอีกฝ่ายหนึ่งเพียงผู้เดียว ไม่ทราบว่าต้องให้ฝ่ายที่จะโอนมาเซ็นต์ร่วมโอนด้วยหรือไม่? และถ้าไม่สามารถมาเซ็นได้ด้วยตนเอง จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?
A : กรณีคู่สมรสเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน สามารถจดทะเบียนเป็นชื่อของอีกฝ่ายคนเดียว โดยจดทะเบียนประเภทแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ทั้งสองฝ่ายต้องมายื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถมาดำเนินการได้ สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายื่นคำขอแทนได้
สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ระหว่างสามีและภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบุคคลทั้งสอง จะมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆ ร่วมกัน เช่น บ้าน, คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่ เงินเดือน รวมไปถึงเงินโบนัส เป็นต้น ส่วนการทำประกันชีวิตนั้น เมื่อคู่สมรสเสียชีวิต จะนับว่าสิ้นสุดสถานะภาพการสมรสทันที ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1501 และเมื่อผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิตลง เงินที่ได้หลังจากสถานะการสมรสสิ้นสุด จึงนับว่าเป็นสินส่วนตัวไม่ใช่สินสมรส