
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างปรากฎการณ์ที่สุดของความภาคภูมิใจ เผยโฉมตึก "โนเบิล เพลินจิต (Noble Ploenchit)" ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นผู้นำพัฒนา สุดยอดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์
ภายใต้คอนเซปต์ "Centre of Universe"

นายกิตติ ธนากิจอำนวย (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "โนเบิล เพลินจิต (Noble Ploenchit) ก่อสร้างแล้วเสร็จถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโนเบิล ด้วยประสบการณ์และความเชื่อในการบรรจงสร้างสรรค์ทุกรายละเอียดอย่างประณีตและดีที่สุดตลอดระยะเวลา 5 ปี ภายใต้แนวคิดการอยู่อาศัยของชีวิตอนาคตที่มองไปข้างหน้า แต่ยังคงมีรากฐานที่เชื่อมโยงกับอดีต โดยไอเดียการสร้างเมืองแนวสูงที่มีพื้นที่สีเขียว (Vertical Garden City) ของ Le Corbusier ปรมาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมผู้วางรากฐานให้กับอาคารในสไตล์ Modernism ได้ถูกนำมาใช้เป็นคอนเซปต์พื้นฐานในการสร้างสรรค์โครงการผ่านการผสมผสาน อาคาร ผู้คน เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุลบนพื้นที่ใจกลางเมืองกว่า 9 ไร่ เริ่มจากการวางผังเมืองที่คำนึงถึงมิติของโครงข่ายเมืองและสิ่งแวดล้อม ตัวอาคารมีรูปแบบเรียบง่ายเส้นสายน้อยแต่มากในรายละเอียดแสดงถึงสัจจะตามปรัชญาการออกแบบโมเดิร์นนิสต์ เพื่อให้เป็นที่สุดของทุกมิติและทุกรายละเอียดของโครงการ เพราะทุกยูนิตและทุกตารางนิ้วของโครงการได้คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อมอบสุนทรียแห่งการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้า โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Noble Ploenchit ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์มาโดยตลอดส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 60 % และสำหรับแผนการดำเนินธุรกิจภายในปีนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง (High End) ที่มีทั้งความหรูหรา (Luxury High End) และสามารถเข้าถึงได้ (Affordable High End) เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าต่อไป"
นายศิระ อุดล (คนซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า "โครงการ Noble Ploenchit เป็นที่สุดของความภาคภูมิใจของโนเบิล โดยทีมงานทุกท่านได้ทุ่มเทในการคัดสรรวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ออกแบบให้คอนกรีต เหล็กและกระจกมีความลงตัวไปกับรายละเอียดที่แวดล้อมอยู่รอบด้าน รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดของการเลือกใช้วัสดุเฉพาะจุด อาทิ แพทเทิร์นของหินอ่อนจากอิตาลีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีเทลภายในบาเซโลนาพาวิเลียน หรือแม้แต่การเลือกใช้วัสดุโดยคำนึงถึงจังหวะที่สอดคล้องกับสเปซทางสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับต่างๆ ภายในโครงการฯ เพื่อให้มั่นใจว่า Noble Ploenchit นี้จะเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ จำนวน 1,444 ยูนิต โดยมีตั้งแต่ขนาด 1 ห้องนอนขึ้นไปจนถึงขนาดเพนท์เฮ้าส์ พร้อมที่จอดรถใต้ดิน มูลค่าโครงการรวมกว่า 18,000 ล้านบาท

ภาพอาคารโครงการ Noble Ploenchit
สำหรับภายในโครงการ Noble Ploenchit ประกอบด้วยอาคาร Noble Building รีเทลสเปซแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านเพลินจิต ภายในประกอบไปด้วย ร้านค้าต่างๆ คาเฟ่สุดชิค และ Noble Space พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิกโนเบิล ตัวอาคารภายนอกถูกดีไซน์ด้วยรูปทรงของพื้นผิวอาคารที่พลิ้วไหวในสไตล์ Futuristic และการออกแบบแสงที่เปลี่ยนมิติไปทุกโมงยาม ตั้งแต่เช้าจรดค่ำให้ความรู้สึกของความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จนอาจกล่าวได้ว่า Noble Building คือสถาปัตยกรรมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่จะปลุกสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับย่านเพลินจิตในอนาคต โดยทีมสถาปนิกยังออกแบบให้อาคารแห่งนี้เป็นเสมือนพื้นที่กันชนที่ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น และยังออกแบบ Skywalk ในชั้นสองของอาคารให้เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับผู้พักอาศัยตั้งแต่ก้าวออกจากประตูไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมกลุ่มอาคารคอนโดมิเนียมที่ประกอบด้วย อาคาร A ความสูง 14 ชั้น, อาคาร B ความสูง 51, อาคาร C ความสูง 45 ชั้น และสวนสวยลอยฟ้าบนยอดตึกในแต่ละอาคาร ซึ่งแต่ละแห่งถูกออกแบบให้มีฟังก์ชั่นและดีไซน์ที่แตกต่างกันตามมุมมองของเส้นขอบฟ้า เรียกได้ว่าคงมีไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ที่เราจะสามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าผ่านพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างบางกระเจ้า
ขณะเดียวกันในบริเวณพื้นที่เชื่อมต่อของกลุ่มอาคารต่างๆ ยังมีการออกแบบพื้นที่สวนกว่า 4 ไร่ ที่กระจายตัวทั่วทั้งโครงการ ซึ่งภูมิสถาปนิกต่างเลือกสรรพืชพันธุ์ไม้อย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างภูมิทัศน์ภายนอกให้สอดคล้องกับตัวอาคาร โดยมีการเลือกใช้ไม้ยืนต้นที่มีฟอร์มสง่างาม ช่วยให้ร่มเงาและลดทอนความสูงของตัวอาคาร ในขณะที่ไม้พุ่มและไม้ใบสร้างความมีชีวิตชีวา ที่สำคัญคือต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ให้ออกซิเจนกับผู้พักอาศัยเท่านั้น ทว่าสวนในแต่ละโซนยังออกแบบให้เป็นพื้นที่กันชนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย