
1. สำรวจตัวเอง
ตรวจสอบฐานะทางการเงินของท่าน พร้อมที่จะผ่อนคอนโดแล้วหรือไม่ ในเบื้องต้นจำนวนเงินผ่อนชำระ แต่ละเดือนนั้นไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ ที่สำคัญต้องตรวจสอบว่าท่านเคยค้างชำระเงินกู้ต่างๆหรือไม่ เช่น ค่าผ่อนงวดรถ ติดหนี้บัตรเครดิต หรือจ่ายเช็คเด้ง เป็นต้น เพราะสถาบันการเงินทุกแห่งต่างเข้มงวดและตรวจสอบ ประวัติการเงินของผู้กู้ทุกราย โดยใช้ฐานข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครดิต (Credit Bureau) เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ การอนุมัติสินเชื่อ หากเคยมีประวัติติดแบล็คลิสต์ค้างชำระเหล่านี้จะไม่ได้รับอนุมัติวงเงินกู้

2. เลือกสถาบันการเงิน
ในปัจจุบันมีหลายธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ที่สามารถยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ อัตราดอกเบี้ย ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม และเงื่อนไขในการขอสินเชื่อของแต่ละธนาคาร รวมถึงการบริการและความสะดวกสบายที่ท่านจะได้รับ ดังนั้นควรเลือกกู้กับสถาบันการเงิน ที่ให้ข้อเสนอตรงกับความต้องการของท่านให้มากที่สุด

3. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ดอกเบี้ยลอยตัว ดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว ดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้น ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได เป็นต้น ควรเลือกที่เหมาะกับความต้องการของท่าน เช่นถ้าผู้กู้ ต้องการความมั่นใจว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้นในอนาคต ก็ควรเลือกใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่จะทำให้ผู้กู้สามารถวางแผนด้านการชำระเงินได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าคิดว่าอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวลดลงต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ท่านก็สามารถเลือกใช้ ดอกเบี้ยแบบลอยตัวได้ เป็นต้น

4. เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อ
โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะให้กู้ได้ประมาณ 80% ของราคาประเมินห้องชุด หรือบางแห่งสามารถให้กู้ได้ถึง 90 – 100% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร เช่น ข้าราชการ เงินกู้สวัสดิการพนักงานบริษัท เป็นต้นทั้งนี้เราควรที่จะเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้การขอกู้เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ตามวิธีดังนี้
- อายุของผู้กู้ : ในปัจจุบันนี้ระยะเวลาการกู้จะกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี ทั้งนี้มีข้อกำหนดไว้ว่าระยะเวลาการกู้เมื่อรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี (สำหรับคอนโดมิเนียม) เช่นหากอายุ 50 ปี จะกู้ได้สูงสุด 15 ปี เป็นต้น
- ประวัติการผ่อนชำระ : การผ่อนชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนด ถือเป็นส่วนสำคัญที่ธนาคารจะนำมาพิจารณาในการอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้าน เพราะการมีวินัยในการผ่อนชำระจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณว่าจะสามารถผ่อนชำระเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติได้ตรงตามกำหนด
- บัญชี Statement : รายรับรายจ่ายคืออีกหนึ่งปัจจัยหลักที่มีผลกับการพิจารณาขอสินเชื่อโดยตรง ดังนั้นการเตรียมบัญชีให้พร้อมอย่างน้อย 6 เดือน ก็จะช่วยทำให้มีโอกาสในการขอสินเชื่อผ่านมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการควบคุมรายรับรายจ่ายของคุณให้สมดุลกัน เพื่อแสดงให้ธนาคารทราบว่ามีศักยภาพมากพอที่จะชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด ดังนั้นหากยังมีภาระในก่อนชำระหนี้อื่นๆ ควรที่จะลดภาระหนี้ให้เหลือน้อยที่สุดซึ่งจะทำให้ช่วยในการพิจารณาอนุมัติจากธนาคารเป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
5. การจัดตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญประกอบการยื่นเรื่องขอกู้
Download : เอกสารสินเชื่อ โอนกรรมสิทธิ์