
ผู้บริโภคได้เปลี่ยนจากกลุ่มอายุ 45 -60 ปีมาเป็นผู้บริโภคอายุ 25-40 ปี มีอัตราที่จะสร้างบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของตนและตอบสนองต่อความต้องการขั้นพื้นฐาน โดย “บ้าน” มักจะถูกสื่อสารออกไปในสัญญะของเกียรติและตัวตนของเจ้าของบ้าน
จากประสบการณ์การสร้างบ้านของรอแยลเฮ้าส์กว่า 30 ปี พบว่าผู้ต้องการสร้างบ้านจะใช้เวลาในการตัดสินใจสร้างบ้านประมาณ 3 เดือน โดยระยะเวลานี้เริ่มตั้งแต่การตัดสินใจว่าอยากจะสร้างบ้าน การหาแบบบ้าน การหาข้อมูลในการสร้าง การเลือกวิธีการสร้าง การเลือกวัสดุ การเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน ไปจนถึงการเซ็นสัญญาสร้างบ้าน และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจนี้ เป็นเรื่องของการให้ข้อมูล แบบบ้านที่สวยงาม มาตรฐานการก่อสร้าง และความน่าเชื่อถือของบริษัทรับสร้างบ้าน ซึ่งนอกจากกระบวนการตัดสินใจในการสร้างบ้านของผู้ต้องการสร้างบ้านแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่รอแยลเฮ้าส์ให้ความสำคัญคือการพัฒนางานก่อสร้างและการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ต้องการสร้างบ้านในปัจจุบันและอนาคต
รอแยลเฮ้าส์ได้ทำการหาข้อมูล และสรุปข้อมูลจากประสบการณ์การสร้างบ้านกว่า 30 ปี จนได้
เทรนด์การสร้างบ้านในปี 2017-2020 ดังนี้

ข้อดีและดีมาก ๆ คือทรัพย์ของกรมบังคับ ราคาถูกมาก หากไม่มีใครอัพราคาขึ้น บ้านบางหลังถูกจนหน้าสงสัย แนะนำให้ลองไปเช็คสภาพบ้าน บริเวณรอบๆบ้าน หรือดูทำเลการเดินทางให้แน่ใจก่อนดีกว่า หลายๆทีมีปัญหาเรื่องการสัญจรทางถนนไม่ค่อยสะดวก เช่น มีโครงการเปิดใหม่หลายที่ในบริเวณนั้น ทำให้มีรถติดมากๆ หรือบางทีก็มีถนนกำลังก่อสร้าง จำเป็นต้องปิดเส้นทาง ก็ทำให้รถติดหนักได้เหมือนกัน
หลายรายยอมให้บ้านโดนยึดเพราะสู่ค่าผ่อนบ้านไม่ไหวก็มี บางรายยอมถอยเพราะมีปัญหาเกีี่ยวกับครอบครัวเลิกรากันไปก็มีเยอะ หรือก็เป็นเพราะธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ ที่มีดอกเบี้ยขึ้นแบบโหดสุดๆ ทำให้เจ้าของบ้านเดิมยอมถอยออกมา โดยไม่มีการดูแลบ้านเลย และกว่าเรื่องของคดีจะจบก็ใช้เวลานานพอสมควร ทำให้บ้านเสื่อมสภาพไปตามเวลา บางรายก็ออกจากบ้านไปเช่าอยู่ที่อื่น ทำให้มีปลวกและแมลงต่างๆเข้ามาในบ้านก็มีหลายรายๆ

โดยทั่วไปแล้ว บ้านที่โดนยึดทรัพย์มา ส่วนใหญ่ทั้งหมดจะมีปัญหาติดตามมาทั้งนั้น ลองตรวจเช็คกับตัวเองให้แน่ใจก่อนว่าเราสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ภายหลังจากที่ซื้อมาแล้ว
ดังนั้นในการซื้อทรัพย์ของกรมบังคับคดี "ต้องดูของจริงมินฉะนั้นท่านจะเสียใจ"



4. Elderly Care บ้านสำหรับผู้สูงอายุ
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงวัยมากที่สุดในอาเซียน โดยคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมด ตามมาด้วยสิงคโปร์ 9% และอินโดนีเซีย 7% ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุของไทยจะมีจำนวนมากถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ และอีก 20 ปีข้างหน้าไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสุดยอด คือมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมดดังนั้น การสร้างบ้านที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นผู้สูงอายุจึงต้องออกแบบและปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากใน 1 วัน ผู้สูงอายุมักจะใช้เวลาอยู่ในบ้านไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง “บ้าน” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้สูงอายุ

5. Cluster บ้านหลายหลังในพื้นที่เดียวกัน
แนวโน้มของราคาที่ดินที่สูงขึ้น และความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยที่เริ่มกระจายตัวออกไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดความนิยมสร้างบ้านที่ใช้พื้นที่ส่วนรวมด้วยกัน โดยเป็นความนิยมแบบไทยและการมองถึงประโยชน์ร่วมของการอยู่รวมกันแบบเป็นครอบครัวใหญ่ โดยบ้านลักษณะนี้ มักเป็นบ้านของพ่อแม่ ลูกชาย ลูกสาว หรือพี่น้อง ที่ตัดสินใจสร้างบ้านอาศัยอยู่บนพื้นที่เดียวกัน และพื้นที่ส่วนรวมของบ้านก็มักจะเป็น ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ หรือสวนของบ้านนั่นเองหรืออาจจะเป็นลักษณะ Multi Family เป็นการอยู่อาศัยแบบหลายครอบครัวแต่เป็นการขยายไปแนวสูง คือ หลายชั้นแต่มีส่วนบริการและสันทนาการร่วมกัน เช่น สระว่ายน้ำ ห้องทานอาหาร ฟิตเนส

6. Back to nature บ้านอิงธรรมชาติ
กระแสการหวนคืนสู่ธรรมชาติกำลังมาแรงเป็นอย่างมาก และมีทีท่าว่าจะเป็นที่นิยมไปอีกหลายปี เนื่องจากผู้คนในยุคปัจจุบันรักตัวเอง รักสุขภาพ และรักธรรมชาติกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความนิยมการสร้างบ้านแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เช่น การสร้างบ้านแบบเปิดโล่งเพื่อรับลมและรับแสงธรรมชาติ การแบ่งพื้นที่ของบ้านทำสวน ปลูกผัก ปลูกสมุนไพร โดยสมาชิกของ IFDA ยืนยันว่าบ้านจะต้องมีพื้นที่ส่วนนอกที่ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากเพื่อให้ได้สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ในทุกวัน

7. Personalization Selected บ้านตามความต้องการส่วนบุคคล
ลักษณะพื้นฐานของบ้านแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จะต้องเปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคลให้มากขึ้น โดยอิงกับเทรนด์ของการลดขนาดบ้านและการลดทอนห้องบางห้อง เพื่อให้บ้านกลายเป็นบ้านอย่างแท้จริง เช่น บางบ้านไม่มีห้องรับแขกแต่มีห้องซ้อมดนตรีของพ่อกับลูกชาย บางบ้านไม่มีห้องทานอาหาร แต่มีห้องสมุดและห้องทำงานของทุกคนในครอบครัว เป็นต้น นำมาซึ่งการสร้างบ้านแบบ Open Plan ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ รอแยลเฮ้าส์ยังพบเทรนด์การตกแต่งบ้านปี 2017-2020 มีดังนี้

เน้นความสำคัญของห้องน้ำมากขึ้น
ด้วยมีการใช้เวลาที่มากขึ้นในห้องน้ำสำหรับการอาบน้ำและดูแลตัวเอง การตกแต่งห้องน้ำที่ได้รับความสนใจมาในระยะหนึ่งจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีกเพื่อสร้างช่วงเวลาของการผ่อนคลาย โดยจะมีการใช้อ่างอาบน้ำ และติดตั้งจอโทรทัศน์ในห้องน้ำเพิ่มมากขึ้น

เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สอยได้หลากหลาย
ลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายจะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เพื่อตอบโจทย์ให้สอดคล้องกับบ้านในยุคสมัยใหม่ที่พื้นที่เล็กลง แต่ใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมนำหน้าการบิลด์อินและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่แน่นอน

สร้างสีสันด้วย LED
ไฟแบบ LED จะเข้ามาเติมเต็มจินตนาการแนว sci-fi ให้กับบ้าน และมากไปกว่านั้นคือการสร้างสีสันและบรรยากาศที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา จนกล่าวได้ว่าระบบไฟ LED นั้นเป็นงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งของบ้าน

เพิ่มโต๊ะทานข้าวในห้องครัว
มีแนวโน้มว่าห้องครัวของบ้านจะถูกใช้งานเพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากการใช้ประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว นั่นคือการใช้เป็นสถานที่ทานข้าวของครอบครัวไปด้วย โดยการออกแบบห้องครัวจะต้องเพิ่มพื้นที่และโต๊ะสำหรับทานข้าวเข้าไป ซึ่งเป็นการประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับครอบครัวอีกด้วย