
การใช้พื้นที่โดยรวมของบ้านให้ถูกต้องมีการวางแผนการตกแต่ง วาดภาพ หรือการจ้างนักตกแต่งมาแต่งบ้าน ก็ควรจจะต้องคิดเพื่อไว้สำหรับการใช้พื้นที่ใช้สอยเรื่องอื่นๆ ด้วยเสมอ บางท่านตกแต่งไปแล้วแต่สุดท้ายแล้วพื้นที่ที่ดูกว้างๆ กับกลายเป็นพื้นที่แคบๆไปซะงั้น ลองคิดดูว่าถ้าเราตกแต่งบ้านแล้วทำให้พื้นที่มันน้อยลง นั้นแสดงว่าเราอาจจะทำอะผิดพลาดไป จนทำให้พื้นที่แคบลงได้ ลองไปดูกันว่ามีเรื่องใดบ้างที่ทำให้พื้นที่แคบลงได้

การใช้วัสดุตกแต่งผิดประเภท
ลองสังเกตุให้ดีว่ามีอยู่หลายบ้าน จะมีการตกแต่งโดยวัสดุที่ผิดหลักการใช้งานอยู่มากมาย เช่นบ้างบ้านจะใช้ไม้ระแนง แบบที่มีไว้ทำระแนงใต้หลังคา หรือทำเป็นฉากบังตา แต่ก็มีการนำเอามาใช้เป็นไม้พื้น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าไม้พื้นหลายเท่า และพื้นที่บริเวณนั้นก็จะไม่สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีนำหนักมากๆได้ ก็เลยต้องนำเฟอร์ฯมาวางไว้ใกล้ๆ บริเวณนั้นแทน จนทำให้พื้นที่ตรงส่วนที่วางเฟอร์ฯ เหลือน้อยลงโดยไม่จำเป็น

การทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้ากันไปหมด
ทุกส่วน ทุกมุม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ของตกแต่งแต่ละอย่าง เข้าชุดกันไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม พรม โซฟา สีเดียวกัน ลายเดียวกันไปหมด มันทำให้ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจนเกินไป ทำให้ดูห้องแคบลงได้ ดังนั้นให้ลองหาอุปกรณ์ตกแต่งที่มีสไตล์ที่แตกต่างไปจัดวางบ้าง เช่นปลอกหมอนคนละสี ม่าน หรือผนังห้องคนละลาย เป็นต้น

ใช้วอลล์เปเปอร์สีเข้มมากเกินไป
เนื่องจากสีเข้ม ๆ ของวอลล์เปเปอร์ จะดูดแสง ทำให้ห้องดูเล็กกว่าความเป็นจริง ควรเลือกสีสว่างเป็นหลัก หากชอบสีเข้ม อาจจะเลือกติดที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งที่ต้องการจะทำให้เด่นเป็นพิเศษ

นำพรมปูพื้นชนิดขน ใช้ในพื้นที่ทางเดินเข้าออก
พรมปูพื้นชนิดขนเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องนอน หรือห้องที่ไม่ได้อยู่ติดกับทางเดินเข้าบ้าน หลายคนนำมาใช้ตกแต่งบริเวณห้องรับแขก ซึ่งมักจะเป็นทางเข้าออกไปยังหน้าบ้าน จึงทำให้บริเวณทางเข้าออกของบ้านแคบลง เนื่องจากจะไม่มีใครเดินเข้าออกโดยเดินเหยียบไปที่พรม เพราะกลัวว่าพรมจะสกปรกได้ เมื่อเป็นเช่นที่ทางเดินที่ควรจะกว้าง และเดินเข้าออกได้สพดวกจะแคบลงทันที หากมีการใช้พรมปูพื้นมาวางไว้

จัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ถูกตำแหน่ง
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นติดผนัง แม้ตามหลักการแล้วจะทำให้มีพื้นที่มากขึ้น แต่ในเรื่องของมุมมอง กลับไม่ทำให้กว้างขึ้น แต่อาจจะทำให้ดูแคบลงเสียด้วยซ้ำ การจัดวาง ควรจัดเป็นกลุ่ม ห่างจากผนังเล็กน้อย อาจจะแค่ 2-3 นิ้ว การวางเฟอร์นิเจอร์ลักษณะนี้ จะให้ความรู้สึกว่า มีระยะห่าง ระหว่างเฟอร์นิเจอร์กับผนัง ทำให้ดูกว้างขึ้น

ของตกแต่งมากเกินไป
ไม่ว่าจะมีพื้นที่ว่างตรงไหน ก็มีของวางเต็มไปหมด ทางที่ดี ให้เลือกพื้นที่ที่จะจัดวางของตกแต่งสักส่วนหนึ่ง เลือกวางเฉพาะของชิ้นโปรด ของที่ไม่ธรรมดา หากมีของที่ต้องการวางเยอะ อาจจะจัดชั้นวาง หรือตู้โชว์ สำหรับของตกแต่งโดยเฉพาะ

ผ้าม่านทึบหนา และมี 2 ชั้น
ผ้าม่านแบบทึบแสงควรติดไว้ตรงบริเวณที่ไม่ต้องการให้โดนแสงโดยตรง เช่นห้องนอน ไม่ควรนำมาติดไว้ที่ห้องโถง ห้องรับแขก หรือห้องอื่นๆบริเวณทางเข้า หรือชั้นล่างของบ้าน เพราะความทึบของผ้าที่กันแสงส่องเข้ามาจะทำให้บ้านดูแคบลง ความสว่างของแสดงนั้นจะช่วยทำให้บ้านกว้างขึ้นได้ ควรเลือกใช้ผ้าชนิดที่เป็นสีโทนสว่าง ไม่ทึบแสงจนเดินไป และไม่ควรเลือกผ้าชนิดที่มี 2 ชั้น เพราะเวลาที่เก็บผ้าม่านเพื่อเปิดรับแสง ผ้าม่านที่เก็บไว้จะมีความหนา และมีขนาดที่ใหญ่มากและกินพื้นที่บริเวณที่เก็บมาก

ใส่เฟอร์นิเจอร์มากเกินไป
การนำเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งมากเกินไป ทั้งตู้ ทั้งชั้นวางของ ก็ทำให้เหลือพื้นที่น้อยลงอยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อาจจะย้ายไปย้ายมา เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศได้ เช่น เอาอาร์มแชร์จากห้องนั่งเล่น ไปนั่งอ่านหนังสือในห้องนอนก็ได้ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม และในการจัดวาง ให้หลีกเลี่ยงการวางกั้นหน้าต่าง เพราะจะทำให้ปิดช่องทางที่จะเชื่อมต่อสายตาออกสู่ภายนอกห้อง

ใช้โคมไฟหลายจุด
การใช้งานควรให้มีความจำเป็น อย่าให้มากเกินไป ห้องแต่ละห้อง ควรมีโคมไฟหลักๆ แค่อันเดียว เพราะหากมากกว่านั้น จะทำให้ห้องดูแคบ บางคนเห็นว่าแสงไม่พอ ก็นำโคมไฟไปวางตามมุมห้องเกือบทุกมุม ซึ่งทำให้ไม่น่ามอง หากต้องการให้มุมห้องสว่าง อาจจะลองใช้วิธีติดกระจกเงา เพื่อสะท้อนแสงแทนได้